ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. ๒๕๔๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๙ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๐
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. ๒๕๔๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๙ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๐
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๘
(๒) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘
(๓) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙
(๔) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๙
ข้อ ๒ ให้แบ่งส่วนราชการของสำนักงานอธิการบดี
ดังนี้
(๑) กองกลาง
(๒) กองคลัง
(๓) กองการเจ้าหน้าที่
(๔) กองกิจการนักศึกษา
(๕) กองบริการนักศึกษา
(๖) กองบริหารงานวิจัย
(๗) กองแผนงาน
(๘) กองวิเทศสัมพันธ์
ข้อ ๓ ให้มีสำนักงานคณบดีในบัณฑิตวิทยาลัย
ข้อ ๔ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะทันตแพทยศาสตร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
(๓) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๔) ภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน
(๕) ภาควิชาทันตกรรมชุมชน
(๖) ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์
(๗) ภาควิชาทันตกรรมโรงพยาบาล
(๘) ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก
(๙) ภาควิชาทันตกรรมหัตถการ
(๑๐) ภาควิชาทันตพยาธิวิทยา
(๑๑) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๑๒) ภาควิชารังสีวิทยา
(๑๓) ภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก
(๑๔) ภาควิชาศัลยศาสตร์
(๑๕) ภาควิชาสรีรวิทยาและชีวเคมี
ข้อ ๕ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะเทคนิคการแพทย์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาเคมีคลินิก
(๓) ภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิก
(๔) ภาควิชาจุลทรรศนศาสตร์คลินิก
(๕) ภาควิชาปรสิตวิทยา
(๖) ภาควิชารังสีเทคนิค
(๗) สถานวิชาเวชศาสตร์ชันสูตร
ข้อ ๖ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะพยาบาลศาสตร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาพยาบาลกุมารเวชศาสตร์
(๓) ภาควิชาการพยาบาลรากฐาน
(๔) ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์
(๕) ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์
(๖) ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
(๗) ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์
(๘) ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์
ข้อ ๗[๒] ให้แบ่งส่วนราชการของคณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) โรงพยาบาลรามาธิบดี
(๓) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
(๔) ภาควิชาจักษุวิทยา
(๕) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
(๖) ภาควิชาพยาธิวิทยา
(๗) ภาควิชาพยาบาลศาสตร์
(๘) ภาควิชารังสีวิทยา
(๙) ภาควิชาวิสัญญีวิทยา
(๑๐) ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว
(๑๑) ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู
(๑๒) ภาควิชาศัลยศาสตร์
(๑๓) ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
(๑๔) ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
(๑๕) ภาควิชาออร์โธปิดิคส์
(๑๖) ภาควิชาอายุรศาสตร์
(๑๗) สำนักงานวิจัยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
(๑๘) สำนักงานศูนย์เวชศาสตร์ชุมชน
ข้อ ๘ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) โรงพยาบาลศิริราช
(๓) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
(๔) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
(๕) ภาควิชาจักษุวิทยา
(๖) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
(๗) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๘) ภาควิชาชีวเคมี
(๙) ภาควิชาจิตวิทยา
(๑๐) ภาควิชานิติเวชศาสตร์
(๑๑) ภาควิชาปรสิตวิทยา
(๑๒) ภาควิชาพยาธิวิทยา
(๑๓) ภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก
(๑๔) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๑๕) ภาควิชารังสีวิทยา
(๑๖) ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน
(๑๗) ภาควิชาวิสัญญีวิทยา
(๑๘) ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด
(๑๙) ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
(๒๐) ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู
(๒๑) ภาควิชาศัลยศาสตร์
(๒๒) ภาควิชาศัลยศาสตร์ออโธปิดิคส์และกายภาพบำบัด
(๒๓) ภาควิชาสรีรวิทยา
(๒๔) ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
(๒๕) ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
(๒๖) ภาควิชาอายุรศาสตร์
(๒๗) สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
(๒๘) สถานส่งเสริมการวิจัย
(๒๙) สำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ข้อ ๙ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะเภสัชศาสตร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๓) ภาควิชาชีวเคมี
(๔) ภาควิชาเภสัชศาสตร์
(๕) ภาควิชาเภสัชเคมี
(๖) ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์
(๗) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๘) ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย
(๙) ภาควิชาเภสัชอุตสาหกรรม
(๑๐) ภาควิชาสรีรวิทยา
(๑๑) ภาควิชาอาหารเคมี
(๑๒) สำนักงานข้อมูลสมุนไพร
ข้อ ๑๐ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะวิทยาศาสตร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
(๓) ภาควิชาคณิตศาสตร์
(๔) ภาควิชาคอมพิวเตอร์
(๕) ภาควิชาเคมี
(๖) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๗) ภาควิชาชีวเคมี
(๘) ภาควิชาชีววิทยา
(๙) ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
(๑๐) ภาควิชาพฤกษศาสตร์
(๑๑) ภาควิชาพยาธิชีววิทยา
(๑๒) ภาควิชาฟิสิกส์
(๑๓) ภาควิชาภาษาต่างประเทศ
(๑๔) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๑๕) ภาควิชาสรีรวิทยา
ข้อ ๑๑ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะวิศวกรรมศาสตร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาวิศวกรรมเคมี
(๓) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล
(๔) ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า
(๕) ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
ข้อ ๑๒ ให้แบ่งส่วนราชการคณะเวชศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
(๓) ภาควิชากีฎวิทยาการแพทย์
(๔) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน
(๕) ภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี
(๖) ภาควิชาปรสิตหนอนพยาธิ
(๗) ภาควิชาพยาธิโปรโตซัว
(๘) ภาควิชาพยาธิวิทยาเขตร้อน
(๙) ภาควิชาโภชนศาสตร์เขตร้อนและวิทยาศาสตร์อาหาร
(๑๐) ภาควิชารังสีไอโซโทปเขตร้อน
(๑๑) ภาควิชาเวชศาสตร์สังคมและสิ่งแวดล้อม
(๑๒) ภาควิชาสุขวิทยาเขตร้อน
(๑๓) ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน
ข้อ ๑๓ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชามนุษยศาสตร์
(๓) ภาควิชาศึกษาศาสตร์
(๔) ภาควิชาสังคมศาสตร์
ข้อ ๑๔ ให้มีสำนักงานคณบดีในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์
ข้อ ๑๕ ให้แบ่งส่วนราชการของคณะสาธารณสุขศาสตร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาพยาบาลสาธารณสุข
(๓) ภาคจุลชีววิทยา
(๔) ภาควิชาชีวสถิติ
(๕) ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข
(๖) ภาควิชาปรสิตวิทยา
(๗) ภาควิชาโภชนวิทยา
(๘) ภาควิชาระบาดวิทยา
(๙) ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยและสิ่งแวดล้อม
(๑๐) ภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล
(๑๑) ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์
(๑๒) ภาควิชาอนามัยครอบครัว
(๑๓) ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
(๑๔) สถานฝึกอบรมและวิจัยอนามัยชนบท
ข้อ ๑๖ ให้มีสำนักงานคณบดีในคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
ข้อ ๑๗ ให้แบ่งส่วนราชการของวิทยาลัยราชสุดา
ดังนี้
(๑) สำนักงานผู้อำนวยการ
(๒) ฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ
(๓) ฝ่ายบริการวิชาการ
(๔) ฝ่ายวิจัย
ข้อ ๑๘ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
ข้อ ๑๙ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
ข้อ ๒๐ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท
ข้อ ๒๑ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันวิจัยโภชนาการ
ข้อ ๒๒ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อ ๒๓ ให้แบ่งส่วนราชการของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว
ดังนี้
(๑) สำนักงานผู้อำนวยการ
(๒) ฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรม
(๓) ฝ่ายบริการ
(๔) ฝ่ายประสานงานเครือข่าย
(๕) ฝ่ายวิจัยและพัฒนา
ข้อ ๒๔ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์
ข้อ ๒๕ ให้แบ่งส่วนราชการของศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาดังนี้
(๑) สำนักงานผู้อำนวยการ
(๒) ฝ่ายวิเคราะห์
(๓) ฝ่ายวิชาการ
ข้อ ๒๖ ให้แบ่งส่วนราชการของศูนย์ศาลายา ดังนี้
(๑) สำนักงานผู้อำนวยการ
(๒) สำนักงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๒๗ ให้แบ่งส่วนราชการของสำนักคอมพิวเตอร์
ดังนี้
(๑) สำนักงานผู้อำนวยการ
(๒) ฝ่ายเครือข่ายสื่อสารคอมพิวเตอร์
(๓) ฝ่ายจัดการคลังข้อมูล
(๔) ฝ่ายระบบเครื่องคอมพิวเตอร์
(๕) ฝ่ายวิเคราะห์และออกแบบระบบงานคอมพิวเตอร์
(๖) ฝ่ายวิชาการคอมพิวเตอร์
(๗) ฝ่ายวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
ข้อ ๒๘ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสำนักสัตว์ทดลองแห่งชาติ
ข้อ ๒๙ ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสำนักหอสมุด
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
นงเยาว์ ชัยเสรี
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๔๔[๓]
วิภา/ผู้จัดทำ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๙๓ ง/หน้า ๒๗/๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๐
[๒]
ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศทบวงมหาวิทยาลัยเรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๓ ง/หน้า ๔/๘ มกราคม ๒๕๔๕
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_02bfdeebd00242fd
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com