ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 5 พ.ย. 2524 (1981-11-05) · 7 ข้อ
แท็บใหม่ ↗คำสั่งนายกรัฐมนตรี
คำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ ๑๓/๒๕๒๔
เรื่อง
การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]
ตามที่ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๔ เรื่อง
การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ไปแล้วนั้น
สมควรปรับปรุงวิธีการตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ และการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ
๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๔ เรื่อง
การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๘ เมื่อทางราชการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นทั่วราชอาณาจักร
ให้
(๑) กระทรวงพาณิชย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(ก) แจ้งให้คณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดดำเนินการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร
(ข) แจ้งให้คณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดดำเนินการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในจังหวัด
โดยคำนึงถึงอัตราค่าขนส่งที่กระทรวงพาณิชย์แจ้งให้ทราบด้วย
(ค) สั่งให้กรมทะเบียนการค้าส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ
ณ คลังน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมันทั่วราชอาณาจักรหลังจากที่ได้มีประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร
การตรวจปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ
(๒) กระทรวงมหาดไทยปฏิบัติดังต่อไปนี้
(ก) สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลท้องที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือ
ณ สถานีบริการและร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่หลังจากที่ได้มีประกาศคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดกำหนดราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร
การตรวจปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อเวลา
๑๘.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่กำหนดเพิ่มขึ้นใหม่ใช้บังคับ
และให้สารวัตรสถานีตำรวจนครบาลท้องที่แจ้งผลการตรวจสอบไปยังกรมทะเบียนการค้าทราบภายในสามวัน
(ข) สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรท้องที่ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือ
ณ สถานีบริการและร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่หลังจากที่ได้มีประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในท้องที่นั้น
การตรวจสอบปริมาณน้ำมันเบนซินคงเหลือ ให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา
ปริมาณน้ำมันดีเซลคงเหลือของสถานีบริการและร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตเทศบาล
ให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ส่วนปริมาณน้ำมันดีเซลคงเหลือของสถานีบริการและร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงนอกเขตเทศบาล
ให้ถือปริมาณคงเหลือเมื่อเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่กำหนดเพิ่มขึ้นใหม่ใช้บังคับ
และให้หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรท้องที่แจ้งผลการตรวจสอบไปยังนายอำเภอท้องที่ภายในสามวัน
ในกรณีที่ทางราชการกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเฉพาะในกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง
ยกเว้น (๑) (ข) และ (๒) (ข) แต่ในกรณีที่ทางราชการกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเฉพาะในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง
ยกเว้น (๑) (ก) และ (ค)และ (๒) (ก)
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
ให้
(๑) ผู้ค้าน้ำมันปฏิบัติดังต่อไปนี้
(ก) หยุดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันจนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว
เว้นแต่คณะกรรมการจะสั่งเป็นอย่างอื่น
(ข)
ตรวจสอบและแจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือต่อฝ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
กองชั่งตวงวัด กรมทะเบียนการค้า
อย่างช้าไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดเพิ่มขึ้นใหม่ใช้บังคับ
(๒)
เจ้าของสถานีบริการและร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบและแจ้งปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือต่อฝ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
กองชั่งตวงวัด กรมทะเบียนการค้า อย่างช้าไม่เกิน ๑๔.๐๐ นาฬิกา ของวันถัดไป
การตรวจสอบและแจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือตาม (๑) (ข)
และปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือตาม (๒) ให้นำความในข้อ ๘
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
สำหรับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือของผู้ค้าน้ำมัน
ให้รวมปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันจ่ายจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อส่งให้แก่เจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนเวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ
และส่งมอบให้แก่เจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงภายหลังเวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับด้วย
โดยแยกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง น้ำมันเชื้อเพลิงที่สำรองไว้จริง
ตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื้อหรือได้จากผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร
น้ำมันเชื้อเพลิงที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร น้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากกระทรวง
ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจ และน้ำมันเชื้อเพลิงที่สำรองไว้ใช้ในราชการหรือการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่คณะกรรมการเห็นชอบถ้ามี
ส่วนปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือของเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
ให้รวมปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่ซื้อและรับมอบจากผู้ค้าน้ำมันก่อนเวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ
และขนมาถึงสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงภายหลังเวลาที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ เมื่อคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
ให้เจ้าของสถานีบริการและร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตรวจสอบและแจ้งปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือต่อนายอำเภอท้องที่อย่างช้าไม่เกิน
๑๔.๐๐ นาฬิกา ของวันถัดไป เว้นแต่สถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงใดอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกินห้าสิบกิโลเมตรโดยเส้นทางคมนาคม
ให้ขยายกำหนดเวลาการแจ้งออกไปอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง
การตรวจสอบและแจ้งปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือ
ตามวรรค
หนึ่ง ให้นำความในข้อ ๘ และข้อ ๙ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือจากผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้ามันเชื้อเพลิงในกรุงเทพมหานคร
ให้กรมทะเบียนการค้าแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวส่งเงินเข้ากองทุนเป็นจำนวนเท่ากับมูลค่าของน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิในราคาเพิ่มสุทธิ
หรือน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือสุทธิในราคาเพิ่มสุทธิ แล้วแต่กรณี
พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้กรมบัญชีกลางทราบ และให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
แล้วแต่กรณี ส่งเงินตามจำนวนดังกล่าวเข้ากองทุนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดเพิ่มขึ้นใหม่ใช้บังคับ
เมื่อพ้นกำหนดเวลาส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว หากปรากฏว่ายังมีผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายใด
ยังไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งไม่ครบหรือส่งภายหลังเวลาที่กำหนด ให้กรมบัญชีกลางแจ้งให้กรมทะเบียนการค้าทราบด้วย
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือจากเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่
ให้นายอำเภอท้องที่แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวส่งเงินเข้ากองทุนเป็นจำนวนเท่ากับมูลค่าน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือสุทธิในราคาเพิ่มสุทธิ
พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้คลังจังหวัดหรือคลังอำเภอ (ถ้ามี) ทราบ
และให้เจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงส่งเงินตามจำนวนดังกล่าวเข้ากองทุนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่กำหนดขึ้นใหม่ใช้บังคับ
เมื่อพ้นกำหนดเวลาส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว หากปรากฏว่า
เจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายใดยังไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งไม่ครบหรือส่งภายหลังระยะเวลาที่กำหนด
ให้คลังจังหวัดหรือคลังอำเภอ (ถ้ามี) แจ้งให้นายอำเภอทราบด้วย
ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิของผู้ค้ามันตามวรรคหนึ่ง
หมายความว่า ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่เหลืออยู่จริง
หักด้วยปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้สำรองไว้จริงตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่ไม่เกินปริมาณที่ต้องสำรองตามกฎหมายดังกล่าว น้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากกระทรวง
ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจ และน้ำมันเชื้อเพลิงที่สำรองไว้ใช้ในราชการหรือการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่คณะกรรมการเห็นชอบ
(ถ้ามี)
ปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลคงเหลือสุทธิของเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
หมายความว่า ปริมาณน้ำมันแต่ละชนิดที่เหลืออยู่จริงหักด้วยปริมาณน้ำมันคงเหลือก้นถังและน้ำมันสำรองเพื่อการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละสิบของความจุของถังบรรจุใต้ดิน
ในกรณีที่ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแต่ละชนิดที่ได้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตามข้อ
๘ การแจ้งของผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ
๙ หรือจากการตรวจสอบบัญชีของผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในภายหลังไม่ตรงกัน
ให้ถือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่มากที่สุดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณจำนวนเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุน
และถ้าเป็นเหตุให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายใดต้องส่งเงินเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น
จากจำนวนที่กรมทะเบียนการค้าหรือนายอำเภอท้องที่แจ้งไว้เดิม
ให้กรมทะเบียนการค้าหรือนายอำเภอท้องที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายนั้น
ส่งเงินเข้ากองทุนตามจำนวนที่ต้องส่งเพิ่มและให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวส่งเงินเข้ากองทุนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
การส่งเงินเข้ากองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒
ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ
๙ หรือข้อ ๑๐ หรือไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งตามข้อ ๑๑ โดยไม่มีเหตุอันสมควร
ให้กรมทะเบียนการค้าสำหรับผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในกรุงเทพมหานคร
และนายอำเภอท้องที่สำหรับเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่
เป็นผู้ดำเนินการ ให้มีการดำเนินคดีโดยเร็ว
ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งขาด
หรือส่งภายหลังระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ ให้เสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสามต่อเดือนของจำนวนเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนหรือส่งขาดนับแต่วันที่ครบกำหนดส่ง
และให้ถือว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนด้วย
ในการคำนวณระยะเวลาตามวรรคสอง เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
บทเฉพาะกาล
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒
ความในข้อ ๑๒ วรรคหนึ่งของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๔ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนี้ ให้ใช้บังคับย้อนหลังไปถึงกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการหรือร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับด้วย
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๔
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
ธิดาวรรณ/แก้ไข
๗ ตุลาคม ๒๕๔๕
อภิญญา/ปรับปรุง
๑๐ ตุลาคม
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๔/ตอน ๑๘๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๔
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).