ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘
ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง
การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง
การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่
๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และใช้ความดังต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๘ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้
ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน
โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้
(๑)
การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศเป็นจำนวนเกินกว่าวงเงินที่กำหนดตามข้อ
๑๔ (๑) รวมทั้งการส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือกิจการที่ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ
ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก)
คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น
รายละเอียดการลงทุนหรือให้กู้แหล่งที่มาของเงินทุน
และประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนหรือให้กู้
(ข)
งบการเงินล่าสุดของผู้ลงทุนหรือผู้ให้กู้ที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว
(ค)
หลักฐานแสดงการลงทุน เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น
(เฉพาะกรณีการส่งเงินไปลงทุน)
(ง)
หลักฐานแสดงโครงสร้างการถือหุ้นระหว่างผู้ลงทุนหรือให้กู้และผู้รับการลงทุนหรือผู้กู้
และ
(จ)
หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง
(๒)
การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๔ (๒) ถึง (๗)
หรือเพื่อฝากตามข้อ ๒๓ แต่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก)
คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น
(ข)
หลักฐานสำหรับแต่ละกรณีตามที่ระบุในข้อ ๑๕ และ
(ค)
หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง
(๓)
การส่งเงินไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่นอกเหนือจากข้อ ๑๓ ทวิ
แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่
๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต
(ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก)
คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ
(ข)
หลักฐานแสดงรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ และ
(ค)
หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง
(๔)
การโอนเงินกรณีการทำสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงกับคู่สัญญาในต่างประเทศ
ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก)
คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของสัญญา
(ข)
หลักฐานแสดงรายละเอียดของสัญญาและธุรกรรมที่รองรับการทำสัญญา และ
(ค)
หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง
(๕)
การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกรณีอื่นนอกจากข้อ ๑๕ และข้อ ๑๘ (๑) ถึง
(๔) ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
(ก)
คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
(ข)
หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี และ
(ค)
หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง
ทั้งนี้
ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณาและเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น
เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตแล้ว
ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินจำนวนที่เจ้าพนักงานอนุญาต