法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 15)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

(ฉบับที่ ๑๕)[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

พุทธศักราช ๒๔๘๕ ข้อ ๑๒ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

(ฉบับที่ ๗) ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้เพิ่มคำจำกัดความดังต่อไปนี้ในข้อ ๒

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

“กิจการ” หมายรวมถึง ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด

“กิจการในเครือ” หมายถึง กิจการย่อย กิจการร่วม

และสาขาหรือตัวแทน

“กิจการย่อย” หมายรวมถึง

(ก)

กิจการที่มีกิจการหนึ่งถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของมากกว่าร้อยละ ๕๐

ของทุนหรือหุ้นทั้งหมดของกิจการ

(ข)

กิจการย่อยของ (ก)

ทั้งนี้

สัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

“กิจการร่วม” หมายความถึง

(ก)

กิจการที่มีกิจการหนึ่งหรือกิจการย่อยของกิจการนั้นถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของตั้งแต่ร้อยละ

๑๐ ของทุนหรือหุ้นทั้งหมดของกิจการ ที่ไม่ใช่กิจการย่อย

(ข)

กิจการย่อยของ (ก)

ทั้งนี้

สัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็น (๔) และ (๕)

ในข้อ ๑๐ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗

“(๔) คนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร

หรือทำงานในต่างประเทศ

(๕)

ผู้ลงทุนสถาบันตามประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ

ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๐ และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้ลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ

ในกรณีที่นำเงินตราต่างประเทศไปลงทุนต่อในหลักทรัพย์ต่างประเทศ”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๐/๑

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

“๑๐/๑ กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ

๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ดังต่อไปนี้

(๑)

เงินตราต่างประเทศมีมูลค่าต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐

ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๒)

รับชำระเป็นเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๓)

รับชำระเงินบาทจากบุคคลในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

โดยมีใบสำแดงการนำเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว

(๔)

ผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศเกิน ๓๖๐

วันในกรณีที่มีเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว โดยมีเอกสารหลักฐานประกอบที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(๕)

ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีที่นำเงินตราต่างประเทศนั้นไปชำระให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ

๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต

ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ โดยมีเอกสารหลักฐานประกอบ ตามแต่กรณี ตามที่กำหนดในข้อ ๑๕

ทั้งนี้

ให้รวมถึงกรณีการชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือโดยมีหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือประกอบด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นตาม

(๑) และอนุญาตให้รับชำระเงินบาทตาม (๒) ได้

เจ้าพนักงานยกเว้นหรือผ่อนผันตาม

(๓) ถึง (๕)

เมื่อผู้ขอยื่นแบบคำขออนุญาตตามที่เจ้าพนักงานกำหนดพร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ตามแต่ละกรณี

และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง

และให้จัดทำสำเนาแบบคำขออนุญาตที่ได้อนุญาตแล้วมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน

รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ ๔๖ และ ๔๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔ ในกรณีที่บุคคลในประเทศขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

เจ้าพนักงานอนุญาตและให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ตามวงเงินที่กำหนดในแต่ละกรณีเมื่อผู้ขอและนิติบุคคลรับอนุญาตได้ปฏิบัติตามข้อ

๑๕ แล้ว

(๑)

เพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ดังนี้

(ก)

การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือของตน เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑๐๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ข)

การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่มีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนตั้งแต่ร้อยละ

๑๐ ขึ้นไป โดยสัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

และการส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือของกิจการดังกล่าว

เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกินปีละ ๑๐๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ค)

การส่งเงินไปลงทุนตาม (ก) หรือ (ข) โดยนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินล่าสุดเป็นบวกและไม่อยู่ในกลุ่มนิติบุคคลจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นิติบุคคลรับอนุญาตอาจพิจารณาขายหรือแลกเปลี่ยนได้เกินวงเงินที่กำหนดไว้ใน (ก)

หรือ (ข) แล้วแต่กรณี

(ง)

การส่งเงินไปให้กู้ตาม (ก) หรือ (ข)

โดยนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินล่าสุดเป็นบวก

และไม่อยู่ในกลุ่มนิติบุคคลจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑๐๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อกรณี

(๒)

เพื่อส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๓)

เพื่อส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๔)

เพื่อส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๕)

เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๕

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(๖)

เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคและพิจารณาเห็นว่าเป็นการบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์จริง

(๗)

เพื่อซื้อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๘ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน

โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑)

การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศเป็นจำนวนเกินกว่าวงเงินที่กำหนดตามข้อ

๑๔ (๑) รวมทั้งการส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือกิจการที่ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก)

คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

รายละเอียดการลงทุนหรือให้กู้แหล่งที่มาของเงินทุน

และประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนหรือให้กู้

(ข)

งบการเงินล่าสุดของผู้ลงทุนหรือผู้ให้กู้ที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว

(ค)

หลักฐานแสดงการลงทุน เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น

(เฉพาะกรณีการส่งเงินไปลงทุน)

(ง)

หลักฐานแสดงโครงสร้างการถือหุ้นระหว่างผู้ลงทุนหรือให้กู้และผู้รับการลงทุนหรือผู้กู้

และ

(จ)

หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๒)

การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๔ (๒) ถึง (๗)

หรือเพื่อฝากตามข้อ ๒๓ แต่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก)

คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

(ข)

หลักฐานสำหรับแต่ละกรณีตามที่ระบุในข้อ ๑๕ และ

(ค)

หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๓)

การส่งเงินไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่นอกเหนือจากข้อ ๑๓ ทวิ

แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่

๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

(ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก)

คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ

(ข)

หลักฐานแสดงรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ และ

(ค)

หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๔)

การโอนเงินกรณีการทำสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงกับคู่สัญญาในต่างประเทศ

ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก)

คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของสัญญา

(ข)

หลักฐานแสดงรายละเอียดของสัญญาและธุรกรรมที่รองรับการทำสัญญา และ

(ค)

หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๕)

การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกรณีอื่นนอกจากข้อ ๑๕ และข้อ ๑๘ (๑) ถึง

(๔) ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก)

คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข)

หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี และ

(ค)

หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณาและเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตแล้ว

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินจำนวนที่เจ้าพนักงานอนุญาต”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๓

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๓ บุคคลใดขอฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔

และปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวงเงิน ดังต่อไปนี้

(๑)

เงินตราต่างประเทศที่ฝากต้องเป็นเงินดังต่อไปนี้

(ก)

เงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

(ข)

เงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(ค)

เงินสดไม่เกินวันละ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้ฝากแต่ละราย

เว้นแต่ผู้ฝากนั้นจะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ

(๒)

กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ให้ฝากได้ตามจำนวนที่ขอนำฝาก

(๓)

กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน

หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก)

ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศต้องยื่นเอกสารที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาต

และให้ฝากได้ไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่ต้องชำระเป็นเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ เงินฝากเงินตราต่างประเทศ ณ

สิ้นวันรวมทุกสกุลและทุกบัญชีของผู้ฝากรายนั้นต้องมียอดคงเหลือไม่เกิน ๑

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา

และไม่เกิน ๑๐๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

ในกรณีที่ผู้ฝากประสงค์จะฝากเงินตราต่างประเทศเกินกว่าจำนวนที่กำหนดในวรรคหนึ่ง

ให้ผู้ฝากยื่นเอกสารที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาตภายใน

๑๒ เดือน นับแต่วันที่ฝากเงินตราต่างประเทศ

และให้ฝากได้ไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันดังกล่าว

ภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้หมายรวมถึงภาระผูกพันของตนและของธุรกิจในเครือ

และให้ผู้ฝากยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วยในกรณีที่เป็นภาระผูกพันของธุรกิจในเครือ

(ข)

ในกรณีที่ผู้ฝากไม่สามารถยื่นเอกสารที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศ

ให้ฝากเงินตราต่างประเทศได้โดยต้องจัดให้แยกเปิดเป็นบัญชีเฉพาะ และยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศในบัญชีดังกล่าว

ณ สิ้นวัน รวมทุกสกุลและทุกบัญชีของผู้ฝากรายนั้นต้องมีจำนวนไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐

ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและไม่เกิน

๓๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

ทั้งนี้

ให้องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย

รวมทั้งข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใน

(๑) (ค)”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๙ (๕)

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“(๕) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของธุรกิจในเครือเพื่อชำระตาม

(๑) หรือ (๒) ซึ่งธุรกิจในเครือมีภาระต้องชำระให้แก่บุคคลดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๐ (๓)

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๔

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

สุชาดา กิระกุล

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

สัญชัย/จัดทำ

๒๔ มีนาคม ๒๕๕๑

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒๙ มิถุนายน

๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๕๗ ง/หน้า ๓๖/๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 15) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2ada92bc040258fa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com