ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2535
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 18 ธ.ค. 2535 (1992-12-18) · 17 ข้อ
ระเบียบ ก
ระเบียบ ก.พ.
ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการ
ออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ
พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) (๗) มาตรา ๑๐๙ และมาตรา ๑๒๑
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๒
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดในกรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง
และสั่งยุติเรื่อง งดโทษ หรือลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือน
หรือลงโทษหรือลงทัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยข้าราชการในส่วนราชการใดโดยเฉพาะแก่ผู้นั้นไปแล้ว
ให้รายงานการดำเนินการทางวินัยนั้นต่อผู้บังคับบัญชาของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามมาตรา
๑๐๓ และมีตำแหน่งเหนือตนตามลำดับจนถึงอธิบดี หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดตามมาตรา ๑๐๙
วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี
การรายงานตามวรรคหนึ่ง
สำหรับในราชการบริหารส่วนภูมิภาคให้รายงานตามลำดับจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด
แล้วจึงรายงานต่อไปยังอธิบดีผู้บังคับบัญชาของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้น
การรายงานของผู้บังคับบัญชาที่ได้ดำเนินการทางวินัยตามวรรคหนึ่ง
ให้รายงานพร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งและสำนวนการสอบสวนหรือเอกสารการพิจารณาไปด้วยภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่สั่ง
ข้อ ๔
ให้ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับรายงานตามข้อ ๓ พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เสร็จและรายงานการดำเนินการทางวินัยนั้นต่อไปตามลำดับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน
ในกรณีที่รายงานเลยกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้รายงานเหตุที่พิจารณาดำเนินการไม่ทันตามกำหนดเวลานั้นไปด้วย
ข้อ ๕
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดในกรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา
๑๐๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๐๙ วรรคสาม
หรือสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรา
๑๐๗ แล้ว ให้ส่งสำเนาคำสั่งนั้นอย่างละ ๓ ฉบับ ไปยังสำนักงาน ก.พ.
ภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ออกคำสั่ง
ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการติดตามเร่งรัดการสอบสวน
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่ง
ให้ส่งสำเนาคำสั่งตามวรรคหนึ่งไปให้อธิบดี ตามมาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งด้วย
เมื่อการสอบสวนเสร็จ
ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแจ้งสำนักงาน ก.พ.
ทราบภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับรายงานการสอบสวน
ในกรณีที่สั่งให้ผู้ถูกสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
กลับเข้ารับราชการให้ส่งสำเนาคำสั่งนั้น ๓ ฉบับ ไปยังสำนักงาน ก.พ.
ภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ออกคำสั่ง และให้นำวรรคสองมาใช้บังคับด้วย
ข้อ ๖
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๑๐๒
วรรคสองหรือมาตรา ๑๐๙ วรรคสาม หรือดำเนินการทางวินัยโดยกล่าวหาเป็นกรณีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่ปรากฏชัดแจ้งตามกฎ
ก.พ. ออกตามความในมาตรา ๑๐๒ แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดและสั่งยุติเรื่อง งดโทษ
หรือลงโทษผู้นั้น หรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไปแล้ว
ให้รายงานการดำเนินการทางวินัยหรือการสั่งให้ออกจากราชการนั้นไปยังอธิบดี ตามมาตรา
๑๐๙ วรรคหนึ่ง พร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งและสำนวนการสอบสวนหรือเอกสารการพิจารณาไปด้วยภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่สั่ง
ข้อ ๗
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือดำเนินการตามมาตรา
๑๑๔ (๔) หรือมาตรา ๑๑๕ แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดไปแล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ ๕
และข้อ ๖ โดยอนุโลม
ข้อ ๘
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดออกจากราชการ
ตามมาตรา ๕๔ มาตรา ๖๗ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ หรือมาตรา ๑๒๓ ไปแล้ว
ให้ดำเนินการตามข้อ ๖ โดยอนุโลม
ข้อ ๙
เมื่ออธิบดีได้ดำเนินการทางวินัยหรือสั่งให้ออกจากราชการ หรือได้รับรายงานตามมาตรา
๑๐๙ วรรคหนึ่ง หรือตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๙๒
วรรคหนึ่ง และได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเห็นชอบกับการดำเนินการทางวินัยหรือการสั่งให้ออกจากราชการแล้ว
ให้รายงานไปยัง ก.พ. ในกรณี ดังต่อไปนี้ คือ
(๑) กรณีที่สั่งลงโทษปลดออกจากราชการตามมาตรา ๑๐๔
หรือสั่งลงโทษให้ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ
(๒) กรณีที่ดำเนินการทางวินัยในกรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด
แล้วไม่มีการลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องดังต่อไปนี้
ก. เรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ป.
มีมติและแจ้งว่าเรื่องที่สอบสวนมีมูลว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ข. เรื่องที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและแจ้งว่าผู้นั้นมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริต
ค.
เรื่องที่เกิดการทุจริตหรือการเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการตามระเบียบว่าด้วยความรับผิดชอบของข้าราชการในทางแพ่งของกระทรวงการคลัง
ง. เรื่องที่มีระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือมติ
ก.พ. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพิจารณาความผิด หรือการกำหนดโทษ
ตามลักษณะเรื่องที่ ก.พ. กำหนด
(๓) กรณีที่สั่งให้กลับเข้ารับราชการตามมาตรา ๑๐๗ มาตรา ๑๐๙
วรรคสี่ หรือมาตรา ๑๒๑ วรรคสอง
(๔) กรณีที่สั่งให้ออกจากราชการ ตามมาตรา ๑๑๖
หรือสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา
๙๘ หรือตาม
(๕) ในกรณีที่สั่งตามมติของ อ.ก.พ. กระทรวง ตามมาตรา ๑๐๔
(๑) มาตรา ๑๐๙ วรรคสี่ มาตรา ๑๑๔ (๔) มาตรา ๑๑๕ หรือมาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง
เว้นแต่กรณีสั่งไล่ออกจากราชการตามมาตรา ๑๐๔ หรือไล่ออกหรือปลดออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ
(๖) เมื่อมีกรณีที่จะต้องรายงานไปยัง ก.พ. ตาม (๑) (๒) (๓)
(๔) หรือ (๕) สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญในเรื่องใด ถ้าเรื่องนั้นมีผู้ถูกดำเนินการทางวินัย
หรือถูกสอบสวน หรือดำเนินการตามมาตรา ๑๑๔ (๔) หรือมาตรา ๑๑๕ ร่วมกันหลายคน แม้สำหรับบางคนจะไม่ต้องด้วยกรณีตาม
(๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ก็ให้รายงานไปยัง ก.พ. ทุกคน
(๗) กรณีที่ผู้ถูกลงโทษทางวินัยอุทธรณ์คำสั่งต่อ ก.พ.
ตามมาตรา ๑๒๕ (๔) หรือมาตรา ๑๒๖ หรือกรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการได้ร้องทุกข์ต่อ
ก.พ. ตามมาตรา ๑๒๙ และให้นำ (๖) มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย
ข้อ ๑๐
เมื่ออธิบดีได้ดำเนินการตามมาตรา ๑๑๔ (๔) หรือมาตรา ๑๑๕ แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด
หรือได้รับรายงานตามมาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าว
และได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเห็นชอบกับการดำเนินการแล้วให้รายงานไปยัง
ก.พ.
ข้อ ๑๑
เมื่อนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือปลัดกระทรวง ได้ดำเนินการทางวินัยหรือดำเนินการตามมาตรา
๑๑๔ (๔) หรือมาตรา ๑๑๕ หรือสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๑๑๖
หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือปลัดกระทรวงได้สั่งให้ออกจากราชการ ตามมาตรา ๕๔ มาตรา
๖๗ มาตรา ๑๑๗ หรือมาตรา ๑๒๓ แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้รับรายงานตามมาตรา
๑๐๙ วรรคหนึ่ง เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าว หรือปลัดกระทรวงได้รับรายงานตามมาตรา
๑๐๙ วรรคหนึ่งเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานปลัดกระทรวงหรือสำนักงานปลัดทบวง
แล้วแต่กรณี และได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเห็นชอบกับการดำเนินการแล้ว
ให้รายงานไปยัง ก.พ. เว้นแต่กรณีสั่งไล่ออกจากราชการตามมาตรา ๑๐๔ หรือไล่ออกหรือปลดออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ
ข้อ ๑๒
เมื่ออธิบดีได้ดำเนินการทางวินัยหรือสั่งให้ออกจากราชการแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด
หรือได้รับรายงานตามมาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยหรือการสั่งให้ออกจากราชการ
และได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวแล้ว
ให้รายงานไปยัง อ.ก.พ. กระทรวง เว้นแต่กรณีตามข้อ ๙ กรณีสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา
๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๘ และกรณีสั่งไล่ออกจากราชการตามมาตรา ๑๐๔
หรือไล่ออกหรือปลดออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ
การสั่งลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย หรือสั่งให้ออกจากราชการที่รายงาน
อ.ก.พ. กระทรวงตามวรรคหนึ่ง ให้กรมเจ้าสังกัดรายงานไปยัง ก.พ.
เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการทะเบียนประวัติของข้าราชการพลเรือน โดยส่งสำเนาคำสั่ง ๓
ฉบับ ไปให้สำนักงาน ก.พ. พร้อมกับที่รายงานไปยัง อ.ก.พ. กระทรวงด้วย
ข้อ ๑๓
ให้อธิบดี หรือปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ที่ได้รับรายงานตามข้อ ๙
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ หรือข้อ ๑๒ แล้วแต่กรณี พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เสร็จโดยเร็วแล้วรายงานไปยัง
ก.พ. หรือ อ.ก.พ. กระทรวง แล้วแต่กรณี
การรายงาน ก.พ. ตามข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และการรายงาน อ.ก.พ.
กระทรวง ตามข้อ ๑๒ ให้ส่งสำเนาคำสั่ง ๓ ฉบับ และสำนวนการสอบสวนหรือเอกสารการพิจารณาไปด้วยภายในสิบวันทำการนับแต่วันที่ออกคำสั่งหรือวันที่ได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เสร็จ
แล้วแต่กรณี
การรายงานตามวรรคหนึ่ง
สำหรับกรณีของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด ให้แสดงประวัติของผู้นั้นเกี่ยวกับอายุตัว
อายุราชการ ประวัติการรับราชการ การดำรงตำแหน่งและอัตราเงินเดือน
ประวัติการได้รับโทษหรืองดโทษทางวินัยของผู้นั้น ไปประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ ๑๔
การสั่งไล่ออกจากราชการตามมาตรา ๑๐๔ หรือไล่ออกหรือปลดออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ ให้กระทรวง ทบวง หรือกรม แล้วแต่กรณี รายงานไปยัง ก.พ.
เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการทะเบียนประวัติของข้าราชการพลเรือน โดยส่งสำเนาคำสั่ง ๓
ฉบับ ไปให้สำนักงาน ก.พ. ภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ออกคำสั่งหรือวันที่ได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เสร็จ
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๕
ให้เลขาธิการ ก.พ. รักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
ประธาน ก.พ.
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๑๓ มกราคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา.เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๒๐/หน้า ๓๐/๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๕
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).