ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2545
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 10 ก.ย. 2545 (2002-09-10) · 45 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน
พ.ศ. 2545
โดยที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้รับงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2545 เพื่อจัดตั้งกองทุนในลักษณะเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ผู้รับงานไปทําที่บ้านกู้ไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการผลิตหรือการขยายการผลิตให้มากขึ้น เป็นการสร้างอาชีพ สร้างโอกาสการมีงานทําและรายได้ให้กับผู้รับงานไปทําที่บ้าน ก่อให้เกิดกระแสหมุนเวียนของเงินตราขึ้นในชุมชน การรับงานไปทําที่บ้านนั้น สามารถรองรับผู้ว่างงานและผู้ถูกเลิกจ้างอันเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจและเป็นการสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยเร็ว ดังนั้น เพื่อให้การบริหารและการใช้จ่ายเงินกองทุนดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความคล่องตัว เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2545”
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ วิธีปฏิบัติอื่นใดนอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติตามข้อกําหนดในระเบียบนี้ ให้ขอทําความตกลงกับกระทรวงการคลัง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้และมีอํานาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ ในระเบียบนี้
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน
“ผู้รับงานไปทําที่บ้าน” หมายความว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งรับงานจากเจ้าของงานหรือคนกลางไปผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อมหรือแปรรูปสิ่งของตามที่ได้ตกลงในบ้านของตนเองหรือสถานที่ที่มิใช่สถานประกอบกิจการของเจ้าของงานเพื่อรับค่าจ้าง
“กลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้าน” หมายความว่า กลุ่มของผู้รับงานไปทําที่บ้านที่รวมตัวกันไม่น้อยกว่าสิบคนเพื่อรับงานไปทําที่บ้าน และได้จดทะเบียนไว้กับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
หมวด ๑ กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ กองทุน ประกอบด้วย
(1) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี
(2) เงินที่มีผู้บริจาคให้
(3) ดอกผลของเงินกองทุน
(4) เงินรายได้อื่น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับงานไปทําที่บ้านกู้ไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการผลิตหรือขยายการผลิต เพื่อสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับผู้รับงานไปทําที่บ้าน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ เงินกองทุนให้จ่ายเพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้
(1) จ่ายเป็นเงินกู้ให้แก่กลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้าน
(2) ค่าใช้จ่ายในการดําเนินคดี
(3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวกับการจัดกิจการของกองทุน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ ให้สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้านเปิดบัญชีกองทุนไว้ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เรียกว่า “บัญชีกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน”
เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน ให้สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้านมีบัญชีเงินฝากไว้ที่ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ตามที่คณะกรรมการกําหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ ให้สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการ วิเคราะห์และประเมินสินเชื่อ ติดตามสินเชื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้บริการสินเชื่อ บริหารด้านการเงินการบัญชี รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการและอนุกรรมการมอบหมายเพื่อใช้เป็นไปตามระเบียบนี้
หมวด ๒ คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน” ประกอบด้วย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสํานักงบประมาณ ผู้แทนกรมการพัฒนาชุมชน ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนธนาคารออมสิน ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ผู้แทนกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้าน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานคุ้มครองแรงงาน ผู้แทนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน ผู้แทนกองนิติการ ผู้แทนกองคลัง เป็นกรรมการ ผู้อํานวยการสํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้าน เป็นกรรมการและเลขานุการ และหัวหน้าฝ่ายโครงการพิเศษ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) กําหนดนโยบาย กํากับและดูแลบริหารงานกองทุน
(2) อนุมัติเงินกู้
(3) ออกระเบียบและข้อบังคับการบริหารงานกองทุน
(4) อนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อการบริหารงานกองทุนตามความจําเป็น
(5) ปฏิบัติการอื่นตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้หรือตามที่อธิบดีมอบหมาย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ คณะกรรมการมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในกรณีที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องที่พิจารณา ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ การประชุมของคณะอนุกรรมการให้นําข้อ 15 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
หมวด ๓ หลักเกณฑ์การให้กู้และการชําระหนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ กลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านที่ประสงค์จะกู้เงินจากกองทุน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านที่ได้จดทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
(2) เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านที่มีการจัดการที่ชัดเจน
(3) เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านมีทรัพย์สินหรือเงินทุนร่วมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท
(4) เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านที่ดําเนินการร่วมกันมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(5) ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกําหนดตามระเบียบนี้ทุกประการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ ระยะเวลาการชําระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ย ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด
หมวด ๔ การยื่นคําขอกู้และการพิจารณาคําร้องขอกู้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๙ การยื่นคําร้องขอกู้ ให้สมาชิกกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านยื่นคําร้องขอกู้ตามแบบที่อธิบดีกําหนด พร้อมเอกสาร ดังต่อไปนี้
(1) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของสมาชิกกลุ่มหรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งแสดงได้ว่าระบุถึงตัวผู้นั้น
(2) สําเนาทะเบียนบ้านซึ่งต้องอยู่ในเขตจังหวัดที่ยื่นขอกู้
(3) โครงการที่ขอกู้ และรายละเอียดการประกอบกิจการของกลุ่ม
(4) แผนผังที่อยู่อาศัยของสมาชิกทุกคนและที่ตั้งของสถานที่ทํางานของกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้าน
(5) สําเนาหลักฐานการจดทะเบียนกลุ่ม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๐ การยื่นคําร้องขอ ให้ยื่นต่อ
(1) ส่วนกลาง ให้ยื่นคําร้องที่สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้านหรือสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่
(2) ส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคําร้องที่สํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๑ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาคําร้องขอกู้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๒ เมื่อสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือสํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้านหรือสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ได้รับคําร้องแล้วให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะห์เสนอความเห็นให้คณะอนุกรรมการตามข้อ 21 เพื่อพิจารณา
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๓ การพิจารณาอนุมัติเงินกู้ ให้พิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์ ดังนี้
(1) วัตถุประสงค์และความเป็นไปได้ของโครงการที่ขอกู้
(2) ความสามารถในการบริหารจัดการของกลุ่ม
(3) ความสามารถในการชําระคืนของกลุ่ม
(4) หลักประกันในการกู้
(5) หนี้สินของกลุ่ม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๔ คณะกรรมการเป็นผู้มีอํานาจอนุมัติเงินกู้ และอาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ภายในวงเงินที่คณะกรรมการกําหนดก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๕ ก่อนการจ่ายเงินกู้ให้แก่กลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้าน ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดให้ผู้กู้มาทําสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่อธิบดีกําหนด
ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายลงนามในสัญญาในฐานะผู้ให้กู้ และให้สมาชิกกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านผู้กู้เป็นผู้ลงนามในฐานะผู้กู้ทุกคน
ผู้กู้จะต้องชําระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนภายในระยะเวลาที่กําหนดตามสัญญา
ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือความจําเป็นเกิดขึ้น ถ้าเห็นเป็นการสมควรคณะกรรมการอาจพิจารณาให้ระงับการคิดดอกเบี้ยหรือผ่อนผันเลื่อนกําหนดเวลาการส่งใช้คืน ทั้งนี้ ยกเว้นดอกเบี้ยซึ่งเกิดจากกรณีที่กลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านนําเงินที่ได้จากการกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายตามที่ระบุในสัญญาและอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้เรียกเงินกู้คืน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๖ เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาการใช้เงินคืนตามสัญญา หากกลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านไม่ชําระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในกําหนดหกสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดสัญญา ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่กลุ่มผู้รับงานไปทําที่บ้านและให้ผู้กู้ชําระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว เมื่อพ้นกําหนดนี้แล้วหากไม่ชําระหนี้ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายดําเนินการตามกฎหมายเพื่อบังคับชําระหนี้ต่อไป
หมวด ๕ การเงินและการบัญชี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๗ ให้สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร 3 บัญชี
(1) บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน 1” เพื่อรับเงินทั้งปวงของกองทุนและโอนเงินเข้าบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน บัญชีออมทรัพย์”
(2) บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้านบัญชีออมทรัพย์” เพื่อการโอนเข้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน 2” เท่านั้น
(3) บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน 2” เพื่อจ่ายเงินตามข้อ 9
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๘ ให้สํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีกระแสรายวัน 1 บัญชี ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้านจังหวัด.......บัญชีกระแสรายวัน” เพื่อรับเงินจากส่วนกลางและเพื่อจ่ายเงินตามข้อ 9
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๙ ให้กองทุนรับเงินได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) เงินสด เช็ค ตั๋วแลกเงิน หรือธนาณัติ
(2) โดยวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกําหนด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๐ ให้กองทุนออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชําระเงินทุกครั้ง เว้นแต่รายรับซึ่งตามลักษณะไม่อยู่ในสภาพที่จะออกใบเสร็จรับเงินได้ก็ให้ใช้หลักฐานการรับเงินแทน
ใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามแบบท้ายระเบียบนี้ และให้มีสําเนาสองฉบับเพื่อส่งสํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้านหนึ่งฉบับ และติดไว้กับเล่มหนึ่งฉบับ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๑ เงินที่กองทุนได้รับ ให้สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้านและสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนําส่งเข้าบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน 1” ภายในวันที่ได้รับเงินหรืออย่างช้าภายในวันทําการถัดไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๒ การจ่ายเงินกู้ในส่วนกลาง ให้จ่ายบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน 2” ในส่วนภูมิภาคให้จ่ายจากบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้านจังหวัด........บัญชีกระแสรายวัน”
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๓ วิธีการจ่ายเงินให้จ่ายได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) เช็ค หรือตั๋วแลกเงิน
(2) โดยวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกําหนด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๔ การเขียนเช็คสั่งจ่าย ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามผู้กู้หรือผู้ได้รับมอบอํานาจจากผู้กู้และขีดฆ่าคําว่า “ผู้ถือ” ออก
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๕ การจ่ายเงินกู้ให้ใช้ใบรับเงินท้ายแบบสัญญากู้ ซึ่งผู้รับเงินลงชื่อรับเงินแล้วเป็นหลักฐานการจ่าย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๖ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน 2” ให้มีผู้ลงลายมือชื่อในเช็คร่วมกันสองคน ซึ่งต้องเป็นข้าราชการพลเรือนไม่ต่ํากว่าระดับ 8 ที่อธิบดีมอบหมายและข้าราชการพลเรือนไม่ต่ํากว่าระดับ 6 ในสํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้าน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๗ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทําที่บ้านจังหวัด.......บัญชีกระแสรายวัน” ให้มีผู้ลงลายมือชื่อในเช็คร่วมกันสองคน ซึ่งต้องเป็นข้าราชการพลเรือนไม่ต่ํากว่าระดับ 6 ที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมอบหมาย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๘ ให้สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้าน จัดทําประมาณการรายรับรายจ่ายประจําปี และจัดสรรเงินกองทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของดอกผลของกองทุนต่อปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุน เสนอคณะกรรมการและกระทรวงการคลังพิจารณาเห็นชอบในแต่ละปี โดยให้ใช้จ่ายเฉพาะรายจ่ายในลักษณะหมวดรายจ่าย ดังต่อไปนี้
(1) ค่าจ้างชั่วคราว
(2) ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ
(3) ค่าสาธารณูปโภค
(4) ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
(5) รายจ่ายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๙ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นผู้สั่งจ่ายตามรายการและภายในวงเงินประมาณรายจ่ายประจําปีที่กระทรวงการคลังอนุมัติตามข้อ 38
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๐ การบัญชีให้ทําตามระบบบัญชีคู่ เกณฑ์เงินคงค้างตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๑ ให้สํานักงานผู้รับงานไปทําที่บ้าน จัดทํารายงานการรับจ่ายเงินกองทุนประจําเดือน เสนอคณะกรรมการเพื่อทราบภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นเดือน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๒ การปิดบัญชีให้กระทําปีละครั้งตามปีงบประมาณ และจัดทํางบการเงินพร้อมรายละเอียดประกอบ ส่งสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและรับรองภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นสุดปีงบประมาณ เมื่อสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและรับรองแล้ว ให้ส่งสําเนางบการเงินดังกล่าวให้กรมบัญชีกลางและคณะกรรมการเพื่อทราบต่อไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๓ การตัดหนี้สูญ ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานขออนุมัติจากคณะกรรมการและขอทําความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นรายๆ ไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๔ ให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบเกี่ยวกับการดําเนินงานการเงินและบัญชีกองทุน การพัสดุ แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้อธิบดีทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545
ฐาปบุตร ชมเสวี
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).