ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 24 ต.ค. 2556 (2013-10-24) · 88 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต
พ.ศ. 2556
ธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่บริษัทรับโอนความเสี่ยงภัยจากประชาชนและภาคธุรกิจ มีความรับผิดต้องชดใช้เงินตามสัญญาประกันภัย โดยได้รับชําระเบี้ยประกันภัยเป็นการตอบแทน เพื่อให้บริษัทสามารถจัดสรรสํารองประกันภัยให้เพียงพอต่อภาระผูกพันที่มีต่อเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย บริษัทจึงต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพียงพอและสอดคล้องกับภาระผูกพันที่มีอยู่สําหรับบริษัทที่มีศักยภาพ ระบบงาน บุคลากร และทรัพยากรเพียงพอ บริษัทอาจประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือจากการประกอบธุรกิจประกันชีวิตเพื่อหาผลตอบแทนเพิ่มเติมได้ โดยระมัดระวังมิให้การประกอบธุรกิจอื่นดังกล่าวก่อความเสียหาย หรือเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินงานตามปกติของบริษัท ดังนั้น การลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท จึงเป็นธุรกรรมที่สําคัญต่อการดําเนินงานและความมั่นคงของบริษัทที่คณะกรรมการบริษัทต้องให้ความสําคัญในการกําหนดนโยบายการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม รวมทั้งติดตามควบคุมการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีการดําเนินการอย่างเหมาะสม เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับภาระผูกพันความพร้อมของระบบงาน ความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และมาตรา 3 (2) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ 5/2556 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2556 ครั้งที่ 8/2556 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556 และครั้งที่ 9/2556 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556”
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2547
(2) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2549
(3) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2550
(4) ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553
(5) ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔ ในประกาศนี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
“บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
“คณะกรรมการบริษัท” หมายความว่า คณะกรรมการของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต หรือคณะผู้บริหารที่มีอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในกรณีของสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และให้หมายความรวมถึงธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นที่ประกอบธุรกิจภายในราชอาณาจักร
“บริษัทจํากัด” หมายความว่า บริษัทจํากัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทมหาชนจํากัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด และให้หมายความรวมถึงนิติบุคคลอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
“ตราสารหนี้” หมายความว่า ตราสารที่แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกพันทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะต้องจ่ายเงินสด หรือสินทรัพย์อื่น ให้แก่ผู้ถือตราสารตามจํานวนและเงื่อนไขที่ได้กําหนดไว้โดยชัดเจนหรือโดยปริยาย ได้แก่ พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน สลากออมทรัพย์ หุ้นกู้ ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทคุ้มครองเงินต้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นกู้ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงศุกูก หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
“สลากออมทรัพย์” หมายความว่า สลากระดมเงินออมที่ออกโดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น มีการจ่ายผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ยเมื่อครบกําหนด และมีสิทธิได้รับเงินรางวัลเป็นงวด
“ศุกูก” หมายความว่า ตราสารทางการเงินที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) เป็นใบทรัสต์ที่ออกโดยทรัสต์ผู้ออกศุกูก
(2) มีการกําหนดโครงสร้างของการทําธุรกรรมของกองทรัสต์เพื่อนําเงินที่ได้จากการออกตราสารไปหาประโยชน์ในรูปแบบที่เป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม และ
(3) มีการกําหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการคืนเงินลงทุนและอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่กองทรัสต์จะได้รับจากผู้ระดมทุนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือตราสาร และมีการกําหนดเงื่อนไขการคืนเงินลงทุนและอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่กองทรัสต์จะจ่ายให้แก่ผู้ถือตราสารด้วย ซึ่งการกําหนดอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม
“ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน” หมายความว่า หุ้นกู้แปลงสภาพ หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
“ตราสารทุน” หมายความว่า ตราสารที่แสดงว่าผู้ถือตราสารมีความเป็นเจ้าของในส่วนได้เสียคงเหลือของกิจการที่ไปลงทุน ได้แก่ หุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (NVDR) หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นสามัญ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
“หน่วยลงทุน” หมายความว่า หน่วยลงทุน ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือใบทรัสต์ของกองทรัสต์อื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
“สัญญาซื้อขายล่วงหน้าขั้นพื้นฐาน (Plain Vanilla Derivatives)” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่สามารถแยกเป็นองค์ประกอบย่อยได้ และไม่มีการเพิ่มโครงสร้าง หรือเงื่อนไขอื่น ๆ เข้าไปในสัญญา เช่น currency futures, cross currency swaps, interest rate futures, interest rate swaps, equity futures หรือ equity options
“ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง” หมายความว่า ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“หลักทรัพย์” หมายความว่า หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นองค์การหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และหมายความรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีรูปแบบพิเศษ
“องค์กรระหว่างประเทศ” หมายความว่า World Bank หรือ Asian Development Bank (ADB) หรือ International Finance Corporation (IFC) หรือองค์กรหรือนิติบุคคลตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
“ธนาคารต่างประเทศ” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร
“อันดับความน่าเชื่อถือ” หมายความว่า สัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“อันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)” หมายความว่า อันดับความน่าเชื่อถือที่แต่ละสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กําหนดว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้
“สินทรัพย์ลงทุนของบริษัท” หมายความว่า สินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนได้ตามประกาศฉบับนี้ตามราคาประเมินที่ปรากฏในรายงานการดํารงเงินกองทุน ณ สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุดที่บริษัทเสนอต่อนายทะเบียนตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต ทั้งนี้ หมายความรวมถึงสินทรัพย์ลงทุนของกรมธรรม์ประกันภัยแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (universal life) แต่ไม่รวมถึงการรับอาวัลตั๋วเงินและการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ ตามข้อ 25 (8)
ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้มูลค่าของสินทรัพย์ลงทุนในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดํารงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี ให้บริษัทจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุน ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทาน พร้อมทั้งแสดงจํานวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันชีวิต ซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
“ราคาประเมิน” หมายความว่า ราคาประเมินทรัพย์สินของบริษัทตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันชีวิต
“ผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน” หมายความว่า ผู้จัดการ หรือหัวหน้าส่วนงานของหน่วยงานการลงทุน ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการลงทุนให้มีอํานาจตัดสินใจลงทุน และบริหารเงินลงทุนของบริษัท หรือผู้ที่ดํารงตําแหน่งอื่นที่เทียบเท่า
“ภาระผูกพัน” หมายความว่า ข้อผูกพันที่เป็นเหตุให้เจ้าของสินทรัพย์จําต้องยอมรับการกระทําบางอย่างซึ่งกระทบกับสินทรัพย์นั้น หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีผลอยู่ในสินทรัพย์นั้น
“งานสนับสนุน” หมายความว่า งานปฏิบัติการซึ่งบริษัทจะต้องปฏิบัติในการดําเนินธุรกิจปกติหรืองานที่เอื้ออํานวยต่อการดําเนินงานปกติของบริษัท เช่น การจัดตั้งการบริหารกลุ่มรับเสี่ยงภัย (pool) การให้คําปรึกษาเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน งานบัญชีการเงิน งานธุรการ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานทรัพยากรบุคคล งานตรวจสอบภายใน งานกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (compliance) หรืองานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานดังกล่าว หรืองานสนับสนุนอื่น ตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
“งานเทคโนโลยีสารสนเทศ” หมายความว่า งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นงานสนับสนุนการให้บริการด้านการประกันภัย เช่น งานด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บข้อมูล
“งานติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์” หมายความว่า การให้บริการแนะนํา เผยแพร่ข้อมูลและบริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ให้แก่ลูกค้าและติดต่อชักชวนลูกค้าให้มาใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ เช่น การเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงการแจก รวบรวม ตรวจสอบเอกสารคําขอ และหลักฐานประกอบในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
“สินทรัพย์รวมของบริษัท” หมายความว่า สินทรัพย์ของบริษัทตามราคาประเมินที่ปรากฏในรายงานการดํารงเงินกองทุน ณ สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุด รวมถึงสินทรัพย์ลงทุนของกรมธรรม์ประกันภัยแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ที่บริษัทเสนอต่อนายทะเบียนตามประกาศนายทะเบียน ว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต แต่ไม่รวมถึงการรับอาวัลตั๋วเงินและการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ ตามข้อ 25 (8)
ในกรณีที่ประสงค์จะใช้มูลค่าของสินทรัพย์รวมในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดํารงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี ให้บริษัทจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุน ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทาน พร้อมทั้งแสดงจํานวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันชีวิต ซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
“เงินกองทุนส่วนเกิน” หมายความว่า เงินกองทุนส่วนที่เกินจากจํานวนที่บริษัทต้องดํารงไว้ตามมาตรา 27 ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต ที่ปรากฏในรายงานการดํารงเงินกองทุน ณ สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุด
ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้มูลค่าของเงินกองทุนส่วนเกิน ในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดํารงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี ให้บริษัทจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุน ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทาน พร้อมทั้งแสดงจํานวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันชีวิต ซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕ ในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท ให้บริษัทดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของประกาศฉบับนี้ โดยยึดถือหลักการ ดังต่อไปนี้
(1) คณะกรรมการบริษัทต้องให้ความสําคัญในการกําหนดนโยบายการลงทุนและ การประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม และกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับความพร้อมของบริษัท รวมถึงติดตาม ควบคุมดูแลให้การลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคํานึงถึงความมั่นคง สถานะทางการเงิน การดําเนินงานของบริษัทรวมถึงหลักธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง
(2) บริษัทต้องบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต และเหมาะสมต่อภาระผูกพันที่บริษัทมีต่อผู้เอาประกันภัย ทั้งในรูปกระแสเงินสด จํานวนเงิน ระยะเวลา และสกุลเงิน
(3) ในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทจะต้องพิจารณาถึงความพร้อมทั้งด้านระบบงานความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร โดยคํานึงถึงความมั่นคง สภาพคล่อง และการกระจายความเสี่ยง รวมทั้งความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด (market risk) ความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (liquidity risk) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (operational risk) ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว (concentration risk) หรือความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (strategic risk)
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖ บริษัทต้องลงทุนและประกอบธุรกิจอื่น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทําการหรืองดเว้นการที่ต้องกระทําใด ๆ อันเป็นผลให้บริษัทต้องจ่ายเงินหรือสินทรัพย์อื่นมากกว่าจํานวนที่พึงจ่าย หรือให้บริษัทได้รับเงินหรือทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใด ๆ น้อยกว่าจํานวนที่พึงได้รับ
อื่นๆ ๑ การลงทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗ คณะกรรมการบริษัทต้องมีความรู้และความเข้าใจในธุรกิจประกันภัย สินทรัพย์ที่บริษัทลงทุน และการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน และมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาอนุมัติ
(ก) กรอบนโยบายการลงทุน
(ข) กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน
การพิจารณาอนุมัติตาม (1) ให้หมายความรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ
(2) จัดให้มีกระบวนการติดตามสอดส่องผลการดําเนินงานด้านการลงทุน ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายในที่เพียงพอ เพื่อให้การลงทุนของบริษัทเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุน และข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(3) จัดให้มีการทบทวนระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk appetite) ของบริษัท และกระบวนการระบุความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในตราสารทางการเงินในปัจจุบัน และจากตราสารทางการเงินใหม่ ทั้งในและนอกงบแสดงฐานะการเงิน
(4) แต่งตั้งคณะกรรมการลงทุน
(5) มอบหมายหน่วยงานที่เป็นอิสระจากหน่วยงานการลงทุนในการระบุและประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘ บริษัทต้องจัดให้มีคณะกรรมการลงทุน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทจํานวนไม่น้อยกว่าสามคน ประกอบด้วย
(1) กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัท และ
(2) บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีเกี่ยวกับการบริหารการลงทุน การบริหารความเสี่ยง หรือการวิเคราะห์หลักทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นกรรมการผู้บริหารของบริษัท หรือบุคคลภายนอกก็ได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๙ ในการลงทุนของบริษัท คณะกรรมการลงทุนมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) จัดทํากรอบนโยบายการลงทุน เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
(2) พิจารณาอนุมัติแผนการลงทุนของบริษัทที่สอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน และนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม
(3) กํากับดูแลการลงทุนของบริษัท ให้เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุน และข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(4) กํากับดูแลในเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับธุรกรรมการลงทุนของบริษัท
(5) กํากับดูแล ระบบงาน บุคลากร และข้อมูลที่ใช้ประกอบการลงทุนของบริษัทให้มีความเพียงพอต่อการดําเนินงาน
(6) บริหารเงินลงทุนตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
(7) รายงานผลการลงทุนให้คณะกรรมการบริษัททราบอย่างสม่ําเสมอ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๐ บริษัทต้องจัดทํากรอบนโยบายการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม การออกแบบผลิตภัณฑ์ การรับประกันภัย การทําสัญญาประกันภัยต่อการบริหารทรัพย์สินและหนี้สิน ฐานะเงินกองทุน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผลตอบแทนที่คาดหวัง ความพร้อมของระบบงานและบุคลากรในการรองรับการลงทุน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) ขอบเขตประเภทสินทรัพย์ที่บริษัทจะลงทุน (asset allocation)
(2) จํานวนวงเงินลงทุนที่ผู้บริหารแต่ละระดับสามารถอนุมัติให้ลงทุนได้
(3) เงื่อนไขการนําสินทรัพย์ลงทุนไปก่อภาระผูกพัน
(4) เงื่อนไขการทําธุรกรรมยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์ และการทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน (ถ้ามี)
(5) นโยบายการว่าจ้างนิติบุคคลภายนอกให้ดําเนินการลงทุนแทนบริษัท ที่กําหนดคุณสมบัติและแนวทางการคัดเลือกนิติบุคคลภายนอก ข้อกําหนดให้นิติบุคคลที่บริษัทว่าจ้างปฏิบัติตามกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัทที่ชัดเจน การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของนิติบุคคลที่บริษัทว่าจ้าง และการรายงานผลการปฏิบัติงานของนิติบุคคลดังกล่าวให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททราบ
(6) กรณีที่บริษัทมีการเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง บริษัทต้องกําหนดแนวนโยบายหรือวัตถุประสงค์ของการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (policy on the use of derivatives)
บริษัทต้องทบทวนกรอบนโยบายการลงทุนตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดส่งให้สํานักงานเป็นประจําทุกปีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ แล้วแต่กรณี
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๑ บริษัทต้องจัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษรโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวมตามประกาศว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิต และต้องสอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน ประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ความสอดคล้องระหว่างทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถประเมิน บริหาร ควบคุม และติดตามความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว หรือความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) การจัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานในการบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระจากหน่วยงานการลงทุน
(2) การระบุประเภทความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน ประเภทของความเสี่ยงที่บริษัทอาจมีและการกําหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยพิจารณาจากความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ความพร้อมในการบริหารและรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
(3) วิธีการวัดและประเมินความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการลงทุนแต่ละประเภทได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็วทันเวลา
(4) แนวทางและวิธีการควบคุมความเสี่ยง บริษัทอาจกําหนดนโยบายให้มีการปิดความเสี่ยงที่ไม่มีระบบบริหารความเสี่ยงรองรับ หรือไม่สามารถบริหารความเสี่ยงนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือกําหนดให้มีการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ แนวทางที่ใช้ต้องสอดคล้องกับลักษณะการลงทุนความพร้อมของระบบงาน บุคลากร และระบบข้อมูลที่บริษัทมี
(5) การรายงานและติดตามความเสี่ยง บริษัทต้องจัดให้มีผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบริหารความเสี่ยงคอยติดตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน และรายงานผลให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
บริษัทต้องทบทวนกระบวนการบริหารความเสี่ยงตามวรรคหนึ่งอย่างสม่ําเสมอ และจัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๒ บริษัทต้องจัดทําแผนการลงทุนของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน และนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) สัดส่วนของสินทรัพย์ลงทุนแต่ละประเภท (limits for the allocation of assets) ที่คํานึงถึงการกระจายการลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์ ผู้ออกตราสาร คู่สัญญา ประเภทธุรกิจ ตลาด หรือประเทศที่จะลงทุน สกุลเงิน สภาพคล่อง และระยะเวลาการลงทุน
(2) วิธีการคัดเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุน (policy on the selection of individual securities)
(3) กรณีบริษัทมีการให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน และการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ เว้นแต่การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน บริษัทต้องกําหนดนโยบายที่ครอบคลุมหลักเกณฑ์และกระบวนการ ดังต่อไปนี้
(ก) การพิจารณาอนุมัติ กําหนดวงเงิน และระยะเวลาให้กู้ยืมที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของคู่สัญญา และประเภทของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการกู้ยืม
(ข) การวิเคราะห์การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน และการออกหนังสือค้ําประกัน
(ค) การประเมินมูลค่าหลักประกัน
(ง) การสอบทานและตรวจสอบเกี่ยวกับสถานะและการชําระเงินคืนของลูกหนี้ และการใช้เงินตามวัตถุประสงค์การให้กู้ยืม ภายหลังจากการอนุมัติการให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน และการออกหนังสือค้ําประกัน แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ บริษัทอาจกําหนดหลักเกณฑ์ และกระบวนการพิจารณาการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท แตกต่างจากที่กําหนดไว้ใน (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) ก็ได้
(4) กรณีที่บริษัทมีการเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง บริษัทต้องกําหนดแผนงานการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ที่สอดคล้องกับแนวนโยบายหรือวัตถุประสงค์ของการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงโดยอาจแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น ประเภทธุรกรรม ประเภทตัวแปรหรือสินทรัพย์อ้างอิง ประเภทของคู่สัญญา
บริษัทต้องทบทวนแผนการลงทุนตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดส่งให้สํานักงานเป็นประจําทุกปีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการลงทุนอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ แล้วแต่กรณี
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๓ บริษัทต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบเกี่ยวกับการลงทุนโดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) การจัดทําระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการปฏิบัติงาน และการติดตามดูแลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัทและข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(2) การตรวจสอบการปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนโดยหน่วยงานอิสระตามระเบียบ วิธีการ และความถี่ที่บริษัทกําหนด
(3) การประเมินผลและการรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๔ บริษัทต้องจัดทําระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการลงทุน การแบ่งแยกหน้าที่ (segregation of duty) ในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดการสอบยันความถูกต้องระหว่างกัน (checks and balances) การกําหนดอํานาจในการอนุมัติการลงทุน (authority) โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการขออนุมัติการลงทุน
(2) รายละเอียดในการพิจารณาโครงสร้าง ความเสี่ยงของสินทรัพย์ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงดังกล่าวของบริษัท
(3) ขั้นตอนการลงทุน และการรายงานผลการลงทุน
(4) ขั้นตอนในการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน
(5) บันทึกเหตุผลการตัดสินใจลงทุน และจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนตามวรรคหนึ่ง บริษัทต้องจัดทําให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และจัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ดําเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ บริษัทต้องทบทวนระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนอย่างสม่ําเสมอ และจัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๕ องค์ประกอบของหน่วยงานการลงทุน
(1) บริษัทต้องจัดให้มีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบดูแลการลงทุนของบริษัท โดยมีโครงสร้างความพร้อมของบุคลากร ระบบงาน ข้อมูลต่าง ๆ ที่เพียงพอและสอดคล้องกับลักษณะและความซับซ้อนของการลงทุนของบริษัท รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยง เพื่อประเมินและติดตามอย่างสม่ําเสมอ เช่น value at risk, position limit และกําหนดมาตรการดําเนินการที่เหมาะสมเพื่อบริหารความเสี่ยง เช่น การกําหนด stop loss โดยรายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการลงทุนทราบอย่างสม่ําเสมอ
(2) ให้บริษัทมอบหมายให้บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการลงทุน เป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน โดยมีประสบการณ์และคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(ก) ผ่านการอบรมหลักสูตรตามที่นายทะเบียนกําหนดให้เป็นหลักสูตรสําหรับผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุนของบริษัทประกันภัย
(ข) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
(ค) มีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
1) สอบผ่านหลักสูตร Chartered Financial Analyst (CFA) หรือหลักสูตร Certified Investment and Securities Analysts Program (CISA) ระดับ 1 ขึ้นไป หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสามปี
2) จบการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป ในสาขาการเงิน บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการลงทุน และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสามปี
3) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาการเงิน บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการลงทุน และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าเจ็ดปี
4) ได้รับวุฒิบัตร (ระดับ 3) ตามหลักสูตร Chartered Financial Analyst (CFA) หรือหลักสูตร Certified Investment and Securities Analysts Program (CISA) หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ
5) เป็นบุคคลที่มีรายชื่อในทะเบียนผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้จัดการกองทุนตามที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กําหนด และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน นับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ภายในสองปีนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ บริษัทต้องดําเนินการให้มีบุคคลที่มีลักษณะตาม (2) ดํารงตําแหน่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน
ให้บริษัทจัดส่งรายชื่อของบุคคลที่ดํารงตําแหน่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน พร้อมทั้งรายละเอียดคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวให้สํานักงานทราบภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่แต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดให้ดํารงตําแหน่งผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน ไม่มีลักษณะตามข้อ 15 ให้บริษัทดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) ว่าจ้างหรือมอบหมายนิติบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุน โดยนําความใน ข้อ 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
(2) ลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์ ดังต่อไปนี้
(ก) ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน
(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันโดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(ค) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์กรหรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสาร ไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารตาม (ก) (ข) และ (ค)
(จ) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน
(ฉ) การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท หรือ
(ช) สินทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๗ ตลอดเวลาการลงทุน บริษัทต้องประเมินราคายุติธรรมของตราสาร หรือมูลค่าการลงทุน ตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันชีวิต และต้องดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนได้ตามที่กฎหมายกําหนด
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๘ การลงทุนตามประกาศนี้ หากอยู่ในสกุลเงินตราต่างประเทศและมีกระแสเงินสดรับจ่ายที่แน่นอน เช่น ตราสารหนี้ที่เสนอขายในสกุลเงินตราต่างประเทศ ให้บริษัทดําเนินการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจํานวน และให้แจ้งรายละเอียดการป้องกันความเสี่ยงให้นายทะเบียนทราบในรายงานผลการดําเนินงานและฐานะการเงินที่จัดส่งให้นายทะเบียนประจํางวด
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๑๙ บริษัทสามารถว่าจ้างหรือมอบหมายให้บุคคลภายนอกซึ่งเป็นนิติบุคคลลงทุนแทนบริษัทได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) บุคคลภายนอกนั้นต้องมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการลงทุน มีความพร้อมของระบบงานและบุคลากร
(2) บริษัทต้องกําหนดคุณสมบัติ แนวทางการคัดเลือกบุคคลภายนอกที่ทําหน้าที่ลงทุนแทนบริษัทตามกรอบนโยบายการลงทุน พร้อมทั้งกําหนดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และ
(3) บริษัทต้องขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
การว่าจ้างหรือมอบหมายบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในรูปของการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลลงทุนแทนบริษัท ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน และให้บริษัทแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ว่าจ้างหรือมอบหมาย
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๐ ห้ามมิให้บริษัทให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถ ค้ําประกัน แก่บุคคลดังต่อไปนี้ รวมทั้งซื้อ สลักหลัง รับรอง หรือรับอาวัลตั๋วเงินที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย เว้นแต่การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท และการให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน
(1) กรรมการ
(2) บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าร้อยละยี่สิบของจํานวนหุ้นที่ออกจําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท
(3) บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตาม (1) หรือ (2) ตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการของบริษัทประกันชีวิต
บริษัทอาจขออนุญาตจากนายทะเบียนให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลตามวรรคหนึ่งได้ เฉพาะกรณีจําเป็นและการดําเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและความมั่นคงของบริษัท โดยต้องได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทและเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนทราบ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๑ การลงทุนในตราสารหนี้ที่ผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามประกาศนี้ หากต่อมาผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ํากว่าเกณฑ์ที่สามารถลงทุนได้ตามประกาศนี้ ให้บริษัทจําหน่ายตราสารหนี้นั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๒ การพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือตามประกาศนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้ออกสินทรัพย์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย หากไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศ
(2) ในกรณีผู้ออกสินทรัพย์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศ หากไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในต่างประเทศ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย
(3) ในกรณีที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ (issue rating) ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือนั้น
(4) ในกรณีที่ไม่มีอันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถืออย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหรือคู่สัญญา ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ให้หมายความรวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือสนับสนุน (support credit) ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเมินจากแนวโน้มที่ธนาคารดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลเมื่อมีกรณีจําเป็น
(ข) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกันโดยการรับรอง รับอาวัล สลักหลัง หรือค้ําประกันของบุคคลที่กําหนดต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจํานวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกําหนดลบล้างหรือจํากัดความรับผิดของผู้สลักหลัง หรือค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนแบบไม่มีเงื่อนไข
(ค) ในกรณีมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่าหนึ่งอันดับ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดลําดับที่สอง (the second best rating)
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๓ ห้ามมิให้บริษัทนําสินทรัพย์ลงทุนไปก่อภาระผูกพันใด ๆ เว้นแต่ กรณี ดังต่อไปนี้
(1) การนําสินทรัพย์ลงทุนไปวางเป็นประกันต่อศาล หรือนําไปใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการออกหนังสือค้ําประกันจากสถาบันการเงินเพื่อนําไปวางเป็นประกันต่อศาล เพื่อขอทุเลาการบังคับคดีที่ศาลมีคําพิพากษาให้บริษัทชดใช้หนี้ตามสัญญาประกันภัย หรือสัญญาประกันภัยต่อ ทั้งนี้ บริษัทต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว พร้อมแสดงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
(2) การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 9
(3) การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 10
(4) กรณีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๔ การดําเนินการลงทุนของบริษัท หากไม่เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน และระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัท หรือไม่สอดคล้องกับความพร้อมของระบบงานและบุคลากรฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัท นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่เห็นสมควร นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทปฏิบัติ หรือสั่งให้ระงับการลงทุนดังกล่าว จนกว่าจะสามารถดําเนินการให้เป็นไปตามที่กําหนดได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๕ บริษัทสามารถลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์หรือเข้าเป็นคู่สัญญาได้ ดังต่อไปนี้
(1) ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 1
(2) ตราสารหนี้ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 2
(3) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 3
(4) ตราสารทุน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 4
(5) หน่วยลงทุน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 5
(6) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามหมวด 4 ส่วนที่ 6
(7) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ตามหมวด 4 ส่วนที่ 7
(8) การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน และการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 8
(9) การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 9
(10) การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 10
ส่วน ๑ เงื่อนไขทั่วไป
หมวด ๓ การกําหนดสัดส่วนการลงทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๖ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัท ให้ใช้ราคาประเมิน
ส่วน ๒ สัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๗ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ให้นับรวมมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่คู่สัญญาแต่ละรายเป็นผู้ออก รับรอง รับอาวัล สลักหลัง ค้ําประกัน เงินฝากส่วนที่เกินจากที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเงินฝาก เงินให้กู้ยืม เงินให้เช่าซื้อรถ ภาระผูกพันที่เกิดจากการรับอาวัลตั๋วเงินและออกหนังสือค้ําประกัน สิทธิเรียกร้อง ที่เกิดจากการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหลักประกันที่ได้รับจากคู่สัญญา ตราสารหนี้ ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง และสิทธิเรียกร้องและภาระผูกพันอื่นที่เกิดขึ้นจากการลงทุนที่บริษัทมีต่อคู่สัญญารายหนึ่งรายใด ไม่เกินมูลค่าที่กําหนดตามประเภทผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ดังต่อไปนี้
(1) รัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไม่จํากัดสัดส่วน
(2) สถาบันการเงิน แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(3) องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น บริษัทจํากัดภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่นํารายได้ทั้งจํานวนไปใช้ในโครงการของราชการ บริษัทจํากัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทจํากัดที่อยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(4) บริษัทจํากัดที่ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ กรณีการลงทุนอื่นนอกจากตราสารหนี้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(5) องค์กรระหว่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(6) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(7) คู่สัญญาอื่น แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทอาจมีสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาเกินกว่าสัดส่วนที่กําหนดในวรรคหนึ่งได้เฉพาะกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) นับแต่วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุน ห้ามมิให้บริษัทลงทุนใด ๆ ที่มีผลทําให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ เมื่อมีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจํากัด
(2) เมื่อบริษัทลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนแล้ว ให้นําส่วนของการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน นับรวมกับส่วนการลงทุนอื่น หากเป็นผลให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ ห้ามมิให้บริษัทลงทุนเพิ่มในกลุ่มการลงทุนที่เกินสัดส่วนนั้นอีก
การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมกรณี ดังต่อไปนี้
(1) การลงทุนในหน่วยลงทุนอื่น นอกจากหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่ง (6)
(2) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน และการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท
ส่วน ๓ สัดส่วนการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๘ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ให้นับรวมมูลค่าของสินทรัพย์หรือดัชนีที่กองทุนรวมนั้นถือครอง ณ วันที่คํานวณ ตามสัดส่วนมูลค่าหน่วยลงทุนที่บริษัทลงทุนในกองทุนรวมนั้น ตามที่กําหนดในรายงานประจําปีล่าสุดของกองทุนรวม หรือ fund fact sheet รวมกับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทเดียวกันที่บริษัทได้ลงทุนหรือมีไว้ ตามสัดส่วนที่กําหนดไว้ในหมวดนี้ (look - through approach)
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๒๙ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ําประกัน ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตั๋วเงินซื้อลดที่บริษัทเป็นผู้รับอาวัล ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจํากัด และตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละหกสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๐ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้กับกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ และให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 27 วรรคสอง
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๑ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๒ บริษัทสามารถเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยหรือจากสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุน โดยมีผลรวมของสถานะถือครองสัญญาสุทธิ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่บริษัทมีอยู่
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๓ บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืมและให้เช่าซื้อรถ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ ไม่นับรวมการให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกันและการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๔ บริษัทสามารถรับอาวัลตั๋วเงิน และออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๕ บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๖ บริษัทสามารถลงทุนในเงินฝากธนาคารต่างประเทศ ตราสารหนี้ต่างประเทศ ตราสารทุนต่างประเทศ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ และใบทรัสต์ของกองทรัสต์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ รวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๗ บริษัทสามารถลงทุนในสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(1) ตราสารหนี้ที่กําหนดให้ผู้ทรงตราสารหนี้มีสิทธิในการรับชําระหนี้ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญทั่วไป
(2) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เว้นแต่ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทคุ้มครองเงินต้น ตามข้อ 44 (3)
(3) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ หรือไม่ได้อยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ
(4) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์หรือดัชนีที่บริษัทถือครองผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ที่กําหนดนโยบายลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีที่บริษัทลงทุนได้โดยตรง แต่มีการจัดสรรลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์หรือดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคํา
(5) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49 หรือข้อ 50 ที่บริษัทไม่สามารถแยกองค์ประกอบได้ หรือไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทการลงทุนของกองทุนรวมที่เพียงพอ
ส่วน ๔ สัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๘ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้แต่ละประเภท ได้ไม่เกินสัดส่วน ดังต่อไปนี้
(1) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ําประกัน หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง รวมถึงตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจํากัดรายเดียวกันแต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(2) ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด แต่ละกองทรัสต์ ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(3) ตราสารหนี้ที่ผู้ออกหรือผู้ค้ําประกันเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๓๙ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนของผู้ออกแต่ละรายได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ตราสารทุนของบริษัทจํากัดที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือต่างประเทศหรือของบริษัทจํากัดที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก (initial public offering: IPO) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(2) ตราสารทุนอื่นนอกจาก (1) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้กับกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ และให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 27 วรรคสอง
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๐ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมแต่ละกองทุนรวม ได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท เว้นแต่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย แต่ละกองทุนรวมหรือกองทรัสต์ ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๑ บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถ รับอาวัลตั๋วเงิน และออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ อย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้วให้บริษัทลงทุนแก่บุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเว้นแต่ การให้กู้ยืมในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน และการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท
(2) การให้กู้ยืมแก่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ให้กู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
ส่วน ๑ ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน
หมวด ๔ ข้อกําหนดเกี่ยวกับลักษณะของตราสารและหลักเกณฑ์การลงทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๒ การฝากเงินในประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๓ การฝากเงินในต่างประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารต่างประเทศตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เป็นธนาคารต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(2) เป็นการฝากเงินระยะสั้นในธนาคารต่างประเทศ โดยธนาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่บริษัทได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินต่างประเทศ ทั้งนี้ การฝากเงินดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการชําระราคา อํานวยความสะดวก หรือป้องกันปัญหาในการดําเนินงานในต่างประเทศของบริษัท
ส่วน ๒ ตราสารหนี้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๔ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน บริษัทสามารถลงทุนได้โดยไม่จํากัดจํานวน
(2) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้ หรือของผู้ค้ําประกันไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ เว้นแต่ เป็นตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ําประกัน โดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือตราสารหนี้ที่บริษัทเป็นผู้รับอาวัล
(ข) กรณีตราสารหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตั๋วแลกเงิน ต้องไม่มีข้อจํากัดความรับผิด
(ค) กรณีตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด กองทรัสต์นั้นต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท
(3) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามหมวด 4 ส่วนที่ 7 ข้อ 52 ประเภทคุ้มครองเงินต้น
กรณีตราสารหนี้ตาม (1) และ (2) ที่เสนอขายในต่างประเทศ ให้ถือว่าเป็นตราสารหนี้ในประเทศที่บริษัทสามารถลงทุนได้ โดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดใน (1) และ (2)
การรับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน ตาม (1) และ (2) ต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจํานวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกําหนดลบล้างหรือจํากัดความรับผิดของผู้สลักหลัง หรือค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนแบบไม่มีเงื่อนไข
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๕ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกหรือค้ําประกันโดยรัฐบาลต่างประเทศ องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสาร หรือของผู้ค้ําประกัน ไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(2) ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(3) ตราสารหนี้ตาม (1) และ (2) ต้องเป็นตราสารหนี้ที่บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
ส่วน ๓ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๖ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทจํากัด ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(2) เป็นตราสารที่ขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
(3) เป็นตราสารที่มีราคาเหมาะสมตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนด หรือมีผู้แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะเสนอราคาซื้อและรับซื้อตราสารนั้นในราคาดังกล่าว ตามจํานวนและวิธีการที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนดอยู่เสมอ โดยได้ส่งสําเนาราคาแก่สมาคมตลาด ตราสารหนี้ไทยตลอดอายุของตราสารนั้น หรือในกรณีที่เป็นตราสารที่มีการเสนอขายครั้งแรกต้องเป็นตราสารที่มีนักลงทุนสถาบันไม่น้อยกว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าว
ส่วน ๔ ตราสารทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๗ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนในประเทศที่ออกโดยบริษัทจํากัดได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของบริษัทจํากัดนั้น เว้นแต่การถือตราสารทุนเพื่อการประกอบธุรกิจอื่น
(2) กรณีตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศหรือไม่มีตลาดรองซื้อขายเป็นการทั่วไป หรือไม่ได้เป็นตราสารทุนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ซึ่งผู้ออกตราสารทุนดังกล่าวอยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๘ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของผู้ออกนั้น
(2) กรณีตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ต้องเป็นตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE) หรือที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น และบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารทุนดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านอินเตอร์เน็ต
(3) กรณีตราสารทุนอื่นนอกจาก (2) บริษัทสามารถลงทุนได้เฉพาะตราสารทุนที่ออกโดยนิติบุคคล ดังต่อไปนี้ และต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
(ก) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น หรือที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยดังกล่าว
(ข) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจสนับสนุนธุรกิจประกันภัย
(ค) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามความตกลงของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN) หรือของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (Economic And Social Commission For Asia And The Pacific : ESCAP) เพื่อประกอบธุรกิจเฉพาะการประกันต่อ
ส่วน ๕ หน่วยลงทุน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๔๙ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์
(2) กรณีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ และมีมูลค่ากองทุนไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๐ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE) หรือที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น
(2) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ที่ลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์
(3) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป
(4) ไม่ใช่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์
(5) กรณีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ และมีมูลค่ากองทุนไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท
(6) กรณีกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ ต้องลงทุนสินค้าหรือดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดและประเภทเดียวกับที่กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสามารถลงทุนได้
ส่วน ๖ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๑ บริษัทสามารถเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มิใช่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าขั้นพื้นฐาน (plain vanilla derivatives) บริษัทต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกําหนด
(2) เป็นไปเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยหรือจากสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุนโดยอ้างอิงสินทรัพย์หรือดัชนีตามภาระความเสี่ยงที่บริษัทมีอยู่ และมูลค่าของสัญญาต้องไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่บริษัทมี
(3) ไม่ทําให้การบริหารสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเบี่ยงเบนไปจากกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัท
(4) กระทําในบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด หรือในกรณีที่กระทํานอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้องเป็นธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(5) มีสินค้าหรือตัวแปร อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) หลักทรัพย์
(ข) อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง
(ค) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
(ง) อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้
(จ) ดัชนีทางการเงินที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
1) เกิดจากการคํานวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กําหนดไว้ตาม (ก) (ข) (ค) หรือ (ง)
2) พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ
3) นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล
4) มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันผ่านสื่อที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์
5) มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจน โดยระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ซึ่งต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้
ทั้งนี้ บริษัทจะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานแสดงถึงการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีทางการเงินนั้นไว้ที่บริษัท เพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบ หรือจัดส่งให้สํานักงานเมื่อสํานักงานร้องขอ
(ฉ) สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงอื่น ตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
(6) การส่งมอบสินค้าเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสิ้นสุดลง สินค้านั้นต้องเป็นสินทรัพย์ที่บริษัทสามารถลงทุนหรือมีไว้ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทจะเป็นผู้มีสิทธิรับมอบหรือมีหน้าที่ส่งมอบสินค้านั้นก็ตาม เว้นแต่กรณีการรับชําระหนี้ที่เกิดจากคู่สัญญาผิดนัดชําระหนี้ ให้บริษัทจําหน่ายทรัพย์สินนั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้
(7) มีการวางแผนการบริหารสภาพคล่องให้เพียงพอตามวันครบกําหนดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
(8) ห้ามมิให้บริษัทเข้าเป็นคู่สัญญาออปชันที่ผูกพันบริษัทในฐานะผู้ให้สัญญา (option writer)
(9) การเข้าเป็นคู่สัญญาของบริษัทต้องไม่มีลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามข้อกําหนดใด ๆ เกี่ยวกับสัดส่วนการลงทุน การประเมินราคา และการคํานวณเงินกองทุนของบริษัท
(10) ต้องใช้สัญญามาตรฐานตามที่กําหนดโดย International Swaps and Derivatives Association (ISDA) หรือสัญญารูปแบบอื่นที่ใช้มาตรฐานทางธุรกิจ
(11) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งได้กระทํานอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทต้องจัดให้มีข้อตกลงในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(ก) ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุคคลที่สามที่ได้รับการแต่งตั้งจากคู่สัญญาคํานวณมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ณ สิ้นวันทําการสุดท้ายของแต่ละเดือน และแจ้งมูลค่ายุติธรรมให้บริษัททราบในวันดังกล่าว หรือวันทําการแรกที่สามารถกระทําได้
(ข) ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างมีนัยสําคัญ ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งคํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้บริษัททราบทันที
(ค) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมให้มีการล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเมื่อบริษัทร้องขอได้
ส่วน ๗ ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๒ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ไม่ทําให้การบริหารสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเบี่ยงเบนไปจากกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัท
(2) ในกรณีการซื้อตราสารดังกล่าวมีผลทําให้บริษัทต้องรับมอบสินทรัพย์ สินทรัพย์ดังกล่าวต้องเป็นประเภทที่บริษัทสามารถลงทุนหรือมีไว้ได้ และไม่ทําให้สัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวเกินกว่าที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ เว้นแต่กรณีการรับชําระหนี้ที่เกิดจากคู่สัญญาผิดนัดชําระหนี้ ให้บริษัทจําหน่ายสินทรัพย์นั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้
(3) เป็นไปเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยหรือจากสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุนหรือเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของบริษัทภายใต้ระดับความเสี่ยงที่บริษัทยอมรับได้
(4) เป็นตราสารที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสาร ไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(5) เป็นตราสารที่มีการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับสินค้าหรือตัวแปรอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(ก) หลักทรัพย์
(ข) อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง
(ค) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
(ง) อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้
(จ) ทองคํา
(ฉ) ดัชนีทางการเงิน ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
1) เกิดจากการคํานวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กําหนดไว้ตาม (ก) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ)
2) พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ
3) นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล
4) มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันผ่านสื่อที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์ และ
5) มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจน โดยระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้
ทั้งนี้ บริษัทจะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานแสดงถึงการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีทางการเงินนั้นไว้ที่บริษัท เพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบ หรือจัดส่งให้สํานักงานเมื่อสํานักงานร้องขอ
(ช) สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงอื่น ตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
(6) ในกรณีตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทไม่คุ้มครองเงินต้นบริษัทต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
ส่วน ๘ การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ การรับอาวัลตั๋วเงิน
และการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๓ บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกันได้ไม่เกินจํานวนมูลค่าเวนคืนเงินสดในวันที่ให้กู้ยืม
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๔ บริษัทสามารถลงทุนให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ให้กู้ยืมแต่ละรายได้ไม่เกินหนึ่งล้านบาท
(2) มีพนักงานของบริษัทเดียวกัน คนเดียว หรือหลายคนซึ่งมีเงินเดือนรวมกันสูงกว่าเงินเดือนของผู้กู้ยืมเป็นผู้ค้ําประกัน พนักงานของบริษัทคนหนึ่งให้ค้ําประกันได้ไม่เกินหนึ่งราย หรือมีข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้ค้ําประกัน
(3) กําหนดระยะเวลาชําระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามนโยบายการให้กู้ยืมของบริษัท หรือระเบียบว่าด้วยการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท แล้วแต่กรณี
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๕ บริษัทสามารถลงทุนให้กู้ยืมโดยมีทรัพย์สินจํานองหรือจํานําเป็นประกันได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ทรัพย์สินที่ใช้จํานองหรือจํานําเป็นประกันการกู้ยืม ต้องเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทยธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามข้อ 44 (1)
(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตามข้อ 44 (2)
(ค) ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ตามข้อ 47
(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49
(จ) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
(2) ให้กู้เฉพาะในประเทศ ในสกุลเงินบาท
(3) กําหนดระยะเวลาชําระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายงวด ไม่น้อยกว่าปีละครั้ง เว้นแต่นโยบายการให้กู้ยืมของบริษัทมีการกําหนดระยะเวลาปลอดการชําระเงินต้นและดอกเบี้ยคืน และระยะเวลาดังกล่าวไม่เกินหนึ่งในสี่ของระยะเวลาให้กู้ยืม
(4) ให้กู้ยืมแต่ละรายได้ไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้
(ก) กรณีผู้กู้ยืมเป็นบุคคลธรรมดา ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินหรือของราคาซื้อขายของโครงการจัดสรรที่อยู่อาศัย ที่ผู้กู้ยืมนํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน
(ข) กรณีผู้กู้ยืมเป็นนิติบุคคล กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ได้ไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินที่ผู้กู้ยืมนํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน
ทั้งนี้ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานตาม (ข) ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท
(5) การจํานองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างนั้นจะต้องมีการประกันวินาศภัยและให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยตลอดระยะเวลาตามสัญญากู้ยืม
(6) การให้กู้ยืมโดยมีตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม จํานําเป็นประกัน ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๖ บริษัทสามารถลงทุนให้กู้ยืมโดยมีสถาบันการเงิน ธนาคารต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศค้ําประกันได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) สถาบันการเงิน ธนาคารต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ที่ค้ําประกันได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(2) ให้กู้ยืมในสกุลเงินบาท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๗ บริษัทสามารถลงทุนให้เช่าซื้อรถได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หรือรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
(2) ผู้เช่าซื้อรถมีภูมิลําเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
(3) ให้เช่าซื้อแต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของราคาตลาดของรถนั้น
(4) รถที่ให้เช่าซื้อต้องจัดให้มีการประกันวินาศภัย โดยให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยตลอดระยะเวลาการเช่าซื้อ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๘ บริษัทสามารถรับอาวัลตั๋วเงิน หรือออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ แก่บุคคลใดได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ จํานองหรือจํานําเป็นประกัน
(ก) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทยธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามข้อ 44 (1)
(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตามข้อ 44 (2)
(ค) ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ตามข้อ 47
(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49
(จ) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
(2) จํากัดวงเงินการรับอาวัลตั๋วเงิน และการออกหนังสือค้ําประกันให้แก่บุคคลแต่ละรายไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินที่นํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน
(3) การรับอาวัลตั๋วเงิน หรือการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ โดยมีตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม จํานําเป็นประกัน ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
ส่วน ๙ การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๕๙ บริษัทสามารถทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) คู่สัญญาของการทําธุรกรรมเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ เว้นแต่คู่สัญญาเป็นบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
(2) ทําสัญญายืมและให้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีลักษณะและสาระสําคัญตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กําหนด เว้นแต่กรณีทําธุรกรรมให้ยืมตราสารหนี้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ทําสัญญาตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(3) หลักทรัพย์ที่ยืมหรือให้ยืมต้องเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในระบบรับฝากหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทําหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์
(4) กรณีที่คู่สัญญาเป็นผู้ดูแลรักษาหลักทรัพย์ของลูกค้า (custodian) หากต้องการยืมหลักทรัพย์จากบริษัท หรือต้องการนําหลักทรัพย์ของบริษัทไปให้บุคคลอื่นยืม ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร
(5) การให้ยืมหลักทรัพย์ บริษัทต้องดําเนินการให้มีการวางหรือเรียกหลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ จากผู้ยืมหลักทรัพย์เพื่อเป็นประกันการให้ยืมหลักทรัพย์
(ก) เงินสด
(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามข้อ 44 (1)
(ค) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ตามข้อ 44 (2)
(ง) หลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
(6) การวางหรือเรียกหลักประกันจากผู้ยืมหลักทรัพย์ตาม (5) บริษัทต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ให้บริษัทมีกรรมสิทธิ์ในหลักประกัน หรือดําเนินการโดยวิธีอื่นซึ่งจะมีผลให้บริษัทสามารถบังคับชําระหนี้เอาจากหลักประกันดังกล่าวได้โดยพลัน
(ข) ห้ามมิให้บริษัทนําหลักประกันตาม (5) ที่บริษัทมีกรรมสิทธิ์ไปโอนหรือขายต่อ เว้นแต่เป็นการบังคับชําระหนี้ตามข้อตกลงธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์
(ค) ดํารงมูลค่าหลักประกัน ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่งร้อยของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืม
(7) ให้นับหลักทรัพย์ที่บริษัทให้ยืม และหลักทรัพย์ที่บริษัทนําไปวางไว้กับคู่สัญญาเพื่อเป็นหลักประกันการยืม ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัทในหลักทรัพย์ดังกล่าว
ส่วน ๑๐ การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๐ บริษัทสามารถทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืนได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เป็นการทําธุรกรรมกับคู่สัญญา ดังต่อไปนี้
(ก) สถาบันการเงิน
(ข) บริษัทหลักทรัพย์
(ค) บริษัทประกันภัย
(ง) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(จ) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(ฉ) กองทุนบําเหน็จบํานาญ
(ช) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ
(ซ) กองทุนรวม
(ฌ) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(ญ) ส่วนราชการ หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจ
(ฎ) บริษัทจํากัดที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
(2) เป็นการทําธุรกรรมซื้อหรือขายโดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืนตราสารหนี้ ที่ขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ในประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ หรือตราสารอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
(3) ทําสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยต้องเป็นสัญญามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เว้นแต่ เป็นสัญญาที่บริษัททํากับธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ จะมีเอกสารแนบท้ายสัญญาด้วยก็ได้ โดยธุรกรรมดังกล่าวให้ทําได้เฉพาะสกุลเงินบาทและมีระยะเวลาการขายและซื้อคืนไม่เกินหนึ่งปี
(4) การคํานวณมูลค่าหลักทรัพย์ให้คํานวณตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในตลาดตราสารหนี้ (market convention) ในการทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืนที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
(5) การทําธุรกรรมซื้อหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายคืน ให้ราคาซื้อ ณ วันเริ่มต้นสัญญาต่ํากว่ามูลค่าหลักทรัพย์ โดยมีส่วนลดในอัตราที่เหมาะสม และสะท้อนความเสี่ยงของคู่สัญญา ระยะเวลาของสัญญาและหลักทรัพย์ที่ใช้ทําธุรกรรมนั้น ในระหว่างที่สัญญามีผลใช้บังคับบริษัทต้องดํารงมูลค่าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่าราคาซื้อรวมกับผลประโยชน์ที่พึงได้รับจากการทําธุรกรรมนับแต่วันเริ่มต้นสัญญาจนถึงวันที่คํานวณมูลค่าหลักทรัพย์คูณด้วย (1+อัตราส่วนลดหลักทรัพย์) หากมูลค่าไม่เป็นไปตามที่กําหนดบริษัทต้องเรียกให้คู่สัญญาโอนเงินหรือโอนกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ให้บริษัทเพื่อให้มูลค่ารวมของหลักทรัพย์ที่ทําธุรกรรมและสินทรัพย์ที่โอนมาดังกล่าว เป็นไปตามที่กําหนดภายในวันทําการถัดจากวันที่มูลค่าหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป เว้นแต่ได้มีการกําหนดส่วนต่างขั้นต่ําที่บริษัทไม่ต้องเรียกให้คู่สัญญาโอนเงิน หรือโอนกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ไว้ โดยการกําหนดส่วนต่างดังกล่าวต้องคํานึงถึงปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
(6) ให้นับหลักทรัพย์ที่ขายโดยมีสัญญาซื้อคืน ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัทในหลักทรัพย์ดังกล่าว
อื่นๆ ๒ การประกอบธุรกิจอื่น
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๑ ในการประกอบธุรกิจอื่น บริษัทต้องให้ความสําคัญกับฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัท และการดําเนินธุรกิจการรับประกันภัยซึ่งเป็นธุรกิจหลักเป็นอันดับแรก รวมทั้งต้องคํานึงถึงหลักธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง การประกอบธุรกิจอื่นต้องเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือเพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรหรือความเชี่ยวชาญที่บริษัทมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมีนัยสําคัญต่อบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๒ ในการประกอบธุรกิจอื่น คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาอนุมัติ
(ก) นโยบายการประกอบธุรกิจอื่น
(ข) กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการประกอบธุรกิจอื่น
การพิจารณาอนุมัติตาม (1) ให้หมายความรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ
(2) จัดให้มีกระบวนการติดตามสอดส่องผลการดําเนินงานของการประกอบธุรกิจอื่น ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายในที่เพียงพอ เพื่อให้การประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทเป็นไปตามนโยบายการประกอบธุรกิจอื่น และข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(3) แต่งตั้งคณะกรรมการอื่นหรือมอบหมายคณะกรรมการลงทุน เพื่อทําหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(ก) กํากับดูแลการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทให้เป็นไปตามนโยบายการประกอบธุรกิจอื่น นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม และข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการตามปกติของบริษัท
(ข) กํากับดูแลในเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท
(ค) รายงานผลการดําเนินงานให้คณะกรรมการบริษัททราบอย่างสม่ําเสมอ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๓ บริษัทต้องจัดทํานโยบายการประกอบธุรกิจอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งต้องสอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม ความพร้อมของระบบงาน บุคลากร และทรัพยากรของบริษัทฐานะเงินกองทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) ขอบเขตและประเภทการประกอบธุรกิจอื่นที่บริษัทจะดําเนินการ
(2) นโยบายการประกอบธุรกิจอื่น ในแต่ละประเภท
(3) ขอบเขตอํานาจในการอนุมัติ และการตัดสินใจเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอื่น
(4) กลยุทธ์ แผนงาน และระเบียบวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอื่น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดําเนินงาน
(5) ขอบเขตอํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหารและหน่วยงานต่าง ๆ ในการประกอบธุรกิจอื่น
(6) การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการกับลูกค้า
บริษัทต้องทบทวนนโยบายการประกอบธุรกิจอื่นตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดส่งให้สํานักงานเป็นประจําทุกปีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ แล้วแต่กรณี
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๔ บริษัทต้องจัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการประกอบธุรกิจอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวมตามประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิต และต้องสอดคล้องกับนโยบายการประกอบธุรกิจอื่น เพื่อให้บริษัทสามารถประเมิน บริหาร ควบคุม และติดตาม ความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจอื่นได้อย่างเหมาะสม โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) การจัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานในการบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระจากหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบการประกอบธุรกิจอื่น
(2) การระบุประเภทความเสี่ยงที่เกิดจากการประกอบธุรกิจอื่น ประเภทของความเสี่ยงที่บริษัทอาจมี และการกําหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยพิจารณาจากความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ความพร้อมในการบริหารและรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
(3) วิธีการวัดและประเมินความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจอื่นแต่ละประเภทได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็วทันเวลา
(4) แนวทางและวิธีการควบคุมความเสี่ยงที่สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจอื่นความพร้อมของระบบงาน บุคลากร และระบบข้อมูลที่บริษัทมี
(5) การรายงานและติดตามความเสี่ยง บริษัทต้องจัดให้มีผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบริหารความเสี่ยงคอยติดตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจอื่น และรายงานผลให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
บริษัทต้องทบทวนกระบวนการบริหารความเสี่ยงตามวรรคหนึ่งอย่างสม่ําเสมอ และจัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๕ บริษัทต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอื่น โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) การจัดทําระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการปฏิบัติงาน และการติดตามดูแลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท และข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(2) การตรวจสอบการปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอื่นโดยหน่วยงานอิสระตามระเบียบ วิธีการ และความถี่ที่บริษัทกําหนด
(3) การประเมินผลและการรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๖ บริษัทต้องแยกแสดงรายได้จากการประกอบธุรกิจอื่นแต่ละประเภทให้ครบถ้วนและถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๗ บริษัทต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี กฎหมาย หรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๘ การประกอบธุรกิจอื่น ต้องไม่มีลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม ข้อกําหนดใด ๆ เกี่ยวกับสัดส่วนการลงทุน การประเมินราคา และการคํานวณเงินกองทุนของบริษัท กฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดโดยเฉพาะอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับบริษัท
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๖๙ กรณีการประกอบธุรกิจอื่นที่มีหน่วยงานกํากับเป็นการเฉพาะ บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๐ การดําเนินการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท หากไม่เป็นไปตามนโยบายการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท หรือไม่สอดคล้องกับความพร้อมของระบบงานและบุคลากร ฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัท นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่เห็นสมควร นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทปฏิบัติ หรือสั่งให้ระงับการประกอบธุรกิจดังกล่าว จนกว่าจะสามารถดําเนินการให้เป็นไปตามที่กําหนดได้
หมวด ๒ ประเภทการประกอบธุรกิจอื่น
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๑ บริษัทสามารถประกอบธุรกิจอื่นได้ ดังต่อไปนี้
(1) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ตามหมวด 3 ส่วนที่ 1
(2) ประกอบธุรกิจให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น ตามหมวด 3 ส่วนที่ 2
(3) ถือตราสารทุนเพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจอื่น ตามหมวด 3 ส่วนที่ 3
(4) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ ตามหมวด 3 ส่วนที่ 4
ส่วน ๑ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
หมวด ๓ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจอื่น
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๒ บริษัทสามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้ ดังต่อไปนี้
(1) การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
(2) การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๓ อสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทนําออกให้เช่าได้ ต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) อสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทใช้เป็นสถานที่สําหรับดําเนินธุรกิจ ตามมาตรา 33 (9) (ก) ซึ่งยังมิได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น สถานที่ทําการ ที่จอดรถ
(2) อสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทต้องจําหน่าย ตามมาตรา 34
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๔ บริษัทสามารถนําอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ 73 ออกให้เช่าได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) เป็นการเช่าเพื่อป้องกันการสูญเปล่าทางเศรษฐกิจ หรือเพื่อป้องกันเสื่อมสภาพ
(2) มีการทําสัญญาเช่าเป็นหนังสือ
(3) ไม่ทําสัญญาเช่าที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้พื้นที่ และการจําหน่ายของบริษัท
(4) ให้เช่าไม่เกินกว่าระยะเวลาการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย
(5) กําหนดเงื่อนไขในการให้เช่า ค่าเช่า และผลประโยชน์ที่เหมาะสมตามสภาวะตลาดและเป็นปกติทางการค้า
(6) บริษัทอาจปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ 73 ได้ตามความจําเป็น แต่มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงได้แห่งละไม่เกินสามล้านบาท เว้นแต่ ได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๕ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการจําหน่ายหรือให้เช่าตามข้อ 72 (2) ต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) อสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทได้รับอนุญาตให้เช่าหรือซื้อหรือได้มาเพื่อใช้สําหรับการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นตามมาตรา 33 (9) (ข) โดยบริษัทต้องทําเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการให้เช่า
(2) อสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทต้องจําหน่ายตามมาตรา 34 ซึ่งบริษัทได้รับอนุญาตให้มีไว้เพื่อใช้สําหรับการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นตามมาตรา 33 (9) (ข) บริษัทจะทําเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการจําหน่ายหรือให้เช่าก็ได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๖ บริษัทสามารถนําอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ 75 มาจัดทําเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการจําหน่ายหรือให้เช่าได้ ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) บริษัทต้องจัดทําเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกําหนด และโครงการดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
(2) โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทสามารถยื่นขอรับความเห็นชอบตามประกาศนี้ต้องเป็นโครงการลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) อาคารสํานักงาน
(ข) อาคารเพื่อการพาณิชย์
(ค) อาคารโรงงาน
(ง) อาคารเก็บสินค้า
(จ) อาคารที่พักอาศัย
(ฉ) อสังหาริมทรัพย์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด
(4) บริษัทต้องมีเงินกองทุนส่วนเกินไม่น้อยกว่ามูลค่าโครงการ และจํานวนเงินลงทุนในแต่ละโครงการ ต้องไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์รวมของบริษัท
(5) มูลค่าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมื่อรวมกับอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองตามมาตรา 33 (9) (ก) และอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจําหน่ายตามมาตรา 34 แล้ว ต้องมีมูลค่าไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์รวมของบริษัท
ส่วน ๒ การประกอบธุรกิจให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๗ บริษัทสามารถประกอบธุรกิจให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) กําหนดขอบเขตและระบุรายละเอียดของประเภทงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น ในนโยบายการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงประเภทการให้บริการหรือนโยบาย ให้จัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลง
(2) ประเมินศักยภาพและความเพียงพอของทรัพยากรของบริษัท เพื่อให้บริษัทใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และช่วยลดต้นทุน โดยระมัดระวังไม่ให้ปริมาณของงานให้บริการมีมากเกินบทบาทของงานด้านการรับประกันภัยหรือเกินความสามารถของบริษัท
(3) จัดให้มีสัญญาที่กําหนดรายละเอียด ประเภทของการให้บริการ ขั้นตอนหรือวิธีการดําเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการระหว่างกัน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลและทรัพย์สินของบริษัทและของผู้ใช้บริการ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๘ การให้บริการงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่บุคคลอื่น บริษัทต้องมีความพร้อมของระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลของบริษัท โดยต้องมีการแยกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพเพียงพอ
ส่วน ๓ การถือตราสารทุนเพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจอื่น
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๗๙ บริษัทสามารถถือตราสารทุนตั้งแต่ร้อยละสิบขึ้นไปของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ โดยนิติบุคคลนั้นต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัย หรือประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทประกันภัยต่างประเทศในประเทศสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN) โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๐ บริษัทสามารถถือตราสารทุนตั้งแต่ร้อยละยี่สิบขึ้นไปของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของนิติบุคคล ซึ่งมีลักษณะและประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) บริษัทจํากัดที่จัดตั้งขึ้น เพื่อประกอบกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจประกันภัยโดยส่วนรวมโดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
(2) บริษัทจํากัดที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย เฉพาะในส่วนนายหน้าประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย หรือจัดตั้งขึ้นเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
(3) บริษัทจํากัดที่จัดตั้งขึ้น เพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกําหนด โดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
(4) บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแก้ไขฐานะการเงินหรือการดําเนินกิจการโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และให้บริษัทลดสัดส่วนการถือครองตราสารทุนให้เหลือไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมด ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ซื้อ ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาให้อีกได้ไม่เกินห้าปี เมื่อบริษัทร้องขอก่อนสิ้นระยะเวลาโดยมีเหตุผลอันสมควร
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๑ การถือตราสารทุนของนิติบุคคลเพื่อการประกอบธุรกิจอื่นตามข้อ 79 และข้อ 80 ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) มูลค่ารวมของตราสารทุนที่บริษัทถือเพื่อการประกอบธุรกิจอื่นทั้งหมดต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์รวมของบริษัท
(2) บริษัทต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคง และมีความสามารถในการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นิติบุคคลที่บริษัทถือตราสารทุนได้ตามสมควร
(3) บริษัทต้องสามารถควบคุม ดูแล และติดตามฐานะและการดําเนินงานของนิติบุคคลดังกล่าวให้เป็นไปตามนโยบายและแผนกลยุทธ์ที่บริษัทกําหนดอย่างสม่ําเสมอ
(4) กรณีบริษัทถือตราสารทุนของนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศ หรือไม่สามารถหาราคาตลาดที่เหมาะสมได้ บริษัทต้องกําหนดแนวทางและวิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุนดังกล่าวอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
(5) บริษัทต้องแจ้งให้สํานักงานทราบถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่กระทบต่อฐานะการเงินและการดําเนินการของนิติบุคคลดังกล่าว หรือทําให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่อาจกระทบต่อฐานะและชื่อเสียงของบริษัท
(6) บริษัทต้องจัดเตรียมข้อมูลของนิติบุคคลที่บริษัทถือตราสารทุนเป็นรายนิติบุคคล และในภาพรวมอย่างเพียงพอ เพื่อให้สํานักงานสามารถเข้าตรวจสอบ หรือจัดส่งให้สํานักงานเมื่อร้องขอได้ เช่น งบการเงิน ข้อมูลทางการเงินที่สําคัญ
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๒ บริษัทต้องกําหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงของนิติบุคคลที่บริษัทถือตราสารทุนเพื่อการประกอบธุรกิจอื่น โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทตามข้อ 64 โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) การระบุประเภทความเสี่ยงที่สําคัญของการถือตราสารทุนเพื่อการประกอบธุรกิจอื่นในภาพรวมและรายนิติบุคคล
(2) วิธีการวัดและประเมินความเสี่ยงของการถือตราสารทุนของนิติบุคคลเพื่อการประกอบธุรกิจอื่น
(3) แนวทางและวิธีการควบคุมความเสี่ยง เช่น การกําหนดขอบเขตการมอบอํานาจในการตัดสินใจของผู้มีอํานาจอย่างชัดเจน
ส่วน ๔ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๓ บริษัทสามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ และการจําหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน
(2) เป็นที่ปรึกษาการลงทุน
(3) เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล
(4) เป็นตัวแทนสนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
(5) เป็นตัวแทนด้านการตลาดของกองทุนส่วนบุคคล
(6) ทําธุรกิจงานติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๔ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ตามข้อ 83 บริษัทต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่นายทะเบียนประกาศกําหนด และได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน โดยนายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ และการจําหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน บริษัทต้องคํานวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงของหน่วยลงทุน หรือภาระผูกพันตามสัญญารับประกันการจําหน่ายหน่วยลงทุนให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคํานวณเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต
อื่นๆ ๓ บทเฉพาะกาล
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๕ การลงทุนของบริษัทตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต และประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต ที่ออกก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ แต่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ ให้บริษัทดําเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) การลงทุนในตราสารทุนของนิติบุคคล ซึ่งมีลักษณะและประกอบกิจการแตกต่างจากที่กําหนดไว้ในข้อ 79 และข้อ 80 เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น ให้บริษัทถือตราสารทุนดังกล่าวต่อไปได้ แต่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของนิติบุคคลนั้นมิได้ จนกว่าสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนของนิติบุคคลดังกล่าวจะลดลงเหลือไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น
(2) การลงทุนอื่น นอกจาก (1) ให้บริษัทดําเนินการต่อไปได้ เพียงสิ้นภาระหรือสิ้นระยะเวลาที่ผูกพันไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงนั้น
ในกรณีที่บริษัทเคยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนให้ลงทุนได้ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต และประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต ที่ออกก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ และบริษัทยังไม่ได้ลงทุนหรือได้ลงทุนแล้วแต่เพียงบางส่วน ให้บริษัทสามารถลงทุนต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศนี้
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๖ การประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต และประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต ที่ออกก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับแต่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ เช่น ไม่มีการจัดทํานโยบายการประกอบธุรกิจอื่นกระบวนการบริหารความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจอื่น หรือระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอื่น ให้บริษัทดําเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน
แท็บใหม่ ↗ แผนภาพ ข้อ ๘๗ บริษัทที่ประกอบธุรกิจจัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต และประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต ที่ออกก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ บริษัทสามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวต่อไปได้ และระมัดระวังมิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างการลงทุนของบริษัท และการลงทุนของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556
อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).