รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6 ว่าด้วยการควบคุมสมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับ การกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรง

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 6 ว่าด้วยการควบคุมสมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับ การกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรง

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 20 เม.ย. 2530 (1987-04-20) · 28 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖ ว่าด้วยการควบคุมสมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับ การกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรง เพื่อให้สมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรงดำเนินกิจการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายของ กกท. มีการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพไม่ก่อให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียงสมาคม ประกอบกับมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ บัญญัติให้สมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรงที่ได้รับอนุญาตจาก กกท. ตามมาตรา ๕๓ ต้องอยู่ในความควบคุมของ กกท. และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่ กกท. กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘ กกท. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖ ว่าด้วยการควบคุมสมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรง”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้ “สมาคม” หมายความว่า สมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการกีฬาหรือการส่งเสริมการกีฬาโดยตรง “กกท.” หมายความว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ สมาคมต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายและวัตถุประสงค์ของ กกท. โดยเคร่งครัด

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมกิจการของสมาคมให้มีประสิทธิภาพให้สมาคมออกข้อบังคับตามแนวทางที่ กกท. จะได้กำหนด

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ สมาคมพึงดำเนินการส่งเสริมให้มีสมาชิกมาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ สมาชิกของสมาคมนอกจากจะเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสมาคมแล้ว จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ได้ร่วมหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมเดียวกันกับสมาคม (๓) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๖) ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก หรือคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยมีมติเห็นสมควรให้พ้นจากสมาชิกภาพของสมาคม อันเนื่องมาจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบของสมาคมที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมหรือประพฤติตน หรือกระทำการใด ๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม ความใน (๑) ไม่ใช้บังคับกับสมาชิกทั่วไป เว้นแต่สมาชิกที่ทำหน้าที่บริหารสมาคม ในกรณีที่สมาชิกของสมาคมเป็นนิติบุคคล สมาชิกนั้นจะต้องมีวัตถุประสงค์หลักอย่างเดียวกันหรือสอดคล้องกันกับสมาคม

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ ให้สมาคมแจ้งบัญชีรายชื่อและจำนวนสมาชิกของสมาคมเพียงสิ้นวันที่ ๓๑ ธันวาคมของทุกปี ให้ กกท. ทราบภายในวันที่ ๓๑ มกราคมของปีถัดไป บัญชีรายชื่อของสมาชิกอย่างน้อยจะต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อของสมาชิก (๒) ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการด้านกีฬา (๓) ที่อยู่ของสมาชิก (๔) วัน เดือน ปี ที่เข้าเป็นสมาชิก

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ สมาคมใดที่มีการรับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อและจำนวนสมาชิก ให้สมาคมนั้นแจ้งการรับสมาชิกใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อ กกท. ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่รับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลง

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ สมาคมจะต้องมีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการกิจการของสมาคม คณะกรรมการของสมาคมต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน แต่ไม่เกินสิบเก้าคน ในจำนวนนี้ให้มีกรรมการที่เป็นสมาชิกของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด สมาคมจะต้องแจ้งรายชื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมให้ กกท. ทราบตามแบบที่ กกท. กำหนดไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่มีการแต่งตั้ง

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ กรรมการของสมาคมนอกจากจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสมาคมแล้ว จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีคุณสมบัติหรือประสบการณ์เหมาะสมกับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับกีฬาหรือการส่งเสริมกีฬาภายในขอบวัตถุประสงค์ของสมาคม (๓) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ออกจากกรรมการ หรือคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยมีมติเห็นสมควรให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการของสมาคม อันเนื่องมาจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือกระทำการใด ๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ สมาชิกหรือกรรมการของสมาคมใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗ หรือข้อ ๑๑ ให้สมาคมนั้นดำเนินการลบชื่อสมาชิกนั้นออกจากทะเบียนสมาชิกหรือให้ออกจากตำแหน่งกรรมการของสมาคม แล้วแต่กรณี

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓ สมาคมจะดำเนินการได้แต่เฉพาะในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) จัดกิจกรรมทางด้านกีฬา และส่งเสริมการกีฬาตามวัตถุประสงค์ (๒) สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิก นักกีฬา และกรรมการในการประกอบกิจกรรมทางด้านกีฬา เพื่อประโยชน์ร่วมกัน (๓) สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมทางด้านกีฬาที่เกี่ยวกับการกีฬาของสมาคม (๔) ทำการวิจัย แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ในทางวิชาการตลอดจนข่าวสารอันเกี่ยวกับการกีฬาของสมาคม (๕) ส่งเสริมคุณภาพและความมาตรฐานของนักกีฬา (๖) ร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔ สมาคมจะกระทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้ไม่ได้ (๑) ดำเนินการอย่างใด ๆ ในประการที่จะนำความเสื่อมเสียมาสู่การกีฬาของชาติไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม (๒) ให้หรือยอมให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดให้เงิน สิ่งของหรือทรัพย์สินอันมีมูลค่าแก่นักกีฬา เพื่อให้นักกีฬาของสมาคมประพฤติตนในทางที่ขัดต่อระเบียบ วินัย และเกียรติศักดิ์ของนักกีฬา (๓) ให้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน สิ่งของ หรือทรัพย์สินอันมีมูลค่าแก่นักกีฬา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนนักกีฬาซึ่งอยู่ในสังกัดของสมาคมอื่นแล้ว มาอยู่ในสังกัดของสมาคมโดยที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสมาคมต้นสังกัด (๔) กีดกันหรือขัดขวางมิให้นักกีฬาเข้าแข่งขันโดยมีเจตนาอันไม่สุจริตหรือขัดต่อข้อบังคับของสมาคม (๕) กีดกันหรือขัดขวางมิให้ผู้ใดซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกได้ตามข้อบังคับของสมาคมเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคม (๖) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัยของการประกอบกิจกรรมในด้านการกีฬา (๗) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ อันอาจเป็นภัยต่อการกีฬา ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่สมาคมใดดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมหรือข้อบังคับฉบับนี้ให้ กกท. มีอำนาจสั่งการให้สมาคมแก้ไขหรือระงับการดำเนินการฝ่าฝืนดังกล่าวภายในระยะเวลาอันสมควรได้ และในกรณีเดียวกันนี้สมาชิกของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ หรือกรรมการสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ร้องขอให้สมาคมดำเนินการแก้ไขก็ได้ หากสมาคมมิได้ดำเนินการตามความในวรรคหนึ่ง และ กกท. เห็นว่าถ้าปล่อยให้เนิ่นช้าออกไปอีกจะเป็นผลเสียหายต่อสมาคม ให้ กกท. หรือคณะบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ กกท. แต่งตั้งขึ้นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าดำเนินการหรือบริหารงานของสมาคมได้ในระหว่างเวลาหนึ่งเวลาใดตามที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนด และให้คณะกรรมการบริการของสมาคมมอบหมายการบริหารของสมาคมให้คณะบุคคลดังกล่าวดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด และสมาคมจะต้องให้ความสะดวกและช่วยเหลือในการดำเนินการดังกล่าว

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖ สมาคมจะต้องให้สมาชิกหรือกรรมการมีสิทธิเข้าตรวจสอบการดำเนินงานของสมาคมได้ ในกรณีที่ข้อบังคับของสมาคมไม่ได้กำหนดเรื่องสิทธิดังกล่าวไว้ ให้สมาชิกหรือกรรมการมีสิทธิร้องขอต่อ กกท. เพื่อใช้สิทธิดังกล่าว หรือให้ กกท. ใช้สิทธินั้นแทนสมาชิกหรือแทนกรรมการได้ ให้สมาคมให้ความสะดวกหรือให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ของ กกท. ตามสมควรหรือให้คำชี้แจงตามที่ กกท. ร้องขอ

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗ สมาคมต้องดำเนินการให้มีการประชุมคณะกรรมการเดือนละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘ สมาคมใดจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่สมาชิกประจำปีหรือการประชุมวิสามัญ ให้สมาคมนั้นแจ้งระเบียบวาระการประชุม และรายละเอียดตามสมควรให้ กกท. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนหรือมีเหตุพิเศษเกี่ยวข้องกับสมาคมโดยตรง กกท. อาจสั่งให้สมาคมดำเนินการเรียกประชุมคณะกรรมการหรือสมาชิกของสมาคม แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาเรื่องหรือปัญหาที่ กกท. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยเห็นว่าเป็นเรื่องหรือปัญหาที่มีความสำคัญ

ข้อ ๒๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๐ ในการประชุมของสมาคม ให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือผู้แทนที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยมอบหมายเป็นหนังสือมีสิทธิเข้าฟังการประชุมคณะกรรมการหรือสมาชิกของสมาคมได้

ข้อ ๒๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๑ ให้สมาคมส่งรายงานการประชุมคณะกรรมการหรือสมาชิกของสมาคมทุกครั้งให้ กกท. ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันประชุม

ข้อ ๒๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๒ สมาคมใดจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการหรือสมาชิกของสมาคมและได้มีมติฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของสมาคม ให้ กกท. มีอำนาจสั่งให้สมาคมนั้นแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าสมาคมไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กกท. ดังกล่าวให้ กกท. มีอำนาจสั่งพักใช้หรือเพิกถอนในอนุญาตได้ตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๒๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๓ สมาคมใดจัดให้มีการแข่งขันกีฬาประจำปี ให้สมาคมนั้นแจ้งให้ กกท. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันแข่งขัน และให้รายงานผลการแข่งขันให้ กกท. ทราบภายในสามสิบวัน นับจากวันเสร็จสิ้นการแข่งขัน

ข้อ ๒๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๔ สมาคมใดจัดให้มีการออกหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารหรือสูจิบัตรใด ๆ ในนามของสมาคม ให้สมาคมนั้นส่งเอกสารดังกล่าวให้ กกท. อย่างน้อยสองเล่มหรือสองชุด

ข้อ ๒๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๕ สมาคมต้องปฏิบัติตามคำสั่งของ กกท. ซึ่งสั่งเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้ ในกรณีที่สมาคมไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้ถือเป็นที่สุด

ข้อ ๒๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๖ ข้อบังคับ ข้อ ๕ ว่าด้วยแนวทางข้อบังคับของสมาคม ข้อ ๗ ว่าด้วยคุณสมบัติของสมาชิกข้อ ๑๐ ว่าด้วยจำนวนของกรรมการและข้อ ๑๑ ว่าด้วยคุณสมบัติของกรรมการจะใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศใช้ข้อบังคับนี้เป็นต้นไป ในระหว่างที่ยังไม่ใช้ข้อบังคับดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง สมาคมใดจะนำไปใช้พลางก่อนก็ได้ โดยสมาคมนั้นจะต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมให้ถูกต้อง และแจ้งให้ กกท. ทราบภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว

ข้อ ๒๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๗ ให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ อำนวย สุวรรณคีรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศ ปัทมา/จัดทำ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ พัสสน/ผู้ตรวจ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔ อภิญญา/ปรับปรุง ๔ กันยายน ๒๕๕๗ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๗๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๗/๒๐ เมษายน ๒๕๓๐

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้