ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ พ.ศ. 2547
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 13 ก.ย. 2547 (2004-09-13) · 10 ข้อ
ระเบียบกระทรวงยุติธรรม
ระเบียบกระทรวงยุติธรรม
ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ
และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๔๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา
๒๐ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบมาตรา ๓๓
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕
กระทรวงยุติธรรมโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ตามหนังสือกระทรวงการคลัง
ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๙.๔/๑๔๘๖๔ ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๗ จึงออกระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกระทรวงยุติธรรม
ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ พ.ศ.
๒๕๔๗
ข้อ ๒[๑]
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
ปี
หมายความว่า ปีงบประมาณ
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หมายความว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ หมายความว่า เจ้าหน้าที่คดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง หมายความว่า
เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ แล้วแต่กรณี
ตามระเบียบนี้
ข้อ ๔ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเป็นรายเดือน
ในอัตราดังต่อไปนี้
(๑)
ระดับ ๑๐ เดือนละ ๔๒,๐๐๐ บาท
(๒)
ระดับ ๙ เดือนละ
๔๑,๐๐๐ บาท
(๓)
ระดับ ๘ เดือนละ
๓๕,๐๐๐ บาท
(๔)
ระดับ ๗ เดือนละ
๓๐,๐๐๐ บาท
(๕)
ระดับ ๖ เดือนละ
๒๐,๐๐๐ บาท
ข้อ ๕ ให้เจ้าหน้าที่คดีพิเศษมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเป็นรายเดือนในอัตรา
ดังต่อไปนี้
(๑)
ระดับ ๘ เดือนละ
๒๖,๒๕๐ บาท
(๒)
ระดับ ๗ เดือนละ
๒๒,๕๐๐ บาท
(๓)
ระดับ ๖ เดือนละ
๑๕,๐๐๐ บาท
(๔)
ระดับ ๕ เดือนละ
๑๐,๐๐๐ บาท
(๕)
ระดับ ๔ เดือนละ
๑๐,๐๐๐ บาท
(๖)
ระดับ ๓ เดือนละ
๑๐,๐๐๐ บาท
ข้อ ๖
กรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษมิได้มาปฏิบัติราชการในเดือนใด
ให้งดจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในเดือนนั้น
สำหรับกรณีที่มาปฏิบัติราชการในเดือนใดไม่เต็มเดือนให้จ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามสัดส่วนจำนวนวันที่ได้มาปฏิบัติราชการเว้นแต่กรณี
ดังต่อไปนี้
ก.
กรณีที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้และมิได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ดำรงอยู่ให้งดจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในระหว่างวันที่มิได้ปฏิบัติหน้าที่หลักดังกล่าว
ข.
กรณีป่วยเจ็บเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้และอยู่ระหว่างได้รับอนุญาตให้ลาเพื่อรักษาตัว
ให้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่เกิน ๑๘๐ วัน
ค. การจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างการลาให้จ่ายได้
ดังนี้
(๑) กรณีลาป่วย
ให้จ่ายได้ปีหนึ่งไม่เกิน ๖๐ วันทำการ
(๒) กรณีลาคลอดบุตร
ให้จ่ายได้ครั้งละไม่เกิน ๙๐ วันทำการ
(๓) กรณีลากิจส่วนตัว
ให้จ่ายได้ปีหนึ่งไม่เกิน ๔๕ วันทำการ เว้นแต่ในปีที่เริ่มรับราชการ
ให้จ่ายได้ไม่เกิน ๑๕ วันทำการ
(๔) กรณีลาพักผ่อนประจำปี
ให้จ่ายได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อน
(๕) กรณีลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
ซึ่งมิใช่การลาภายในระยะเวลาสิบสองเดือนแรกที่เข้ารับราชการและตั้งแต่เริ่มรับราชการยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือยังไม่เคยประกอบพิธีฮัจย์
ณ เมืองเมกกะ ให้จ่ายได้ไม่เกิน ๖๐ วัน
(๖)
กรณีลาไปเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลให้จ่ายได้ไม่เกิน ๖๐ วัน
(๗) กรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม
ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัยให้จ่ายได้ไม่เกิน ๖๐ วัน
ง. กรณีที่ถูกสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ให้งดจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้
หากต่อมาได้รับอนุญาตให้กลับเข้ารับราชการให้จ่ายตามสัดส่วนเดียวกันกับเงินเดือนที่ได้รับในช่วงเวลาดังกล่าว
ข้อ ๗
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษซึ่งมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้ผู้ใดมีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งประเภทอื่นอยู่ด้วย
ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้หรือเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งประเภทอื่นที่มีอัตราสูงสุดเพียงตำแหน่งเดียว
ข้อ ๘ เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้
ให้จ่ายเป็นรายเดือนในลักษณะจ่ายควบกับเงินเดือน
ห้ามมิให้นำเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งไปรวมกับเงินเดือนเพื่อคำนวณบำเหน็จบำนาญ
ข้อ ๙
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษที่ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ให้ถือเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐
กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗
พงศ์เทพ เทพกาญจนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
พรรณิศา/ผู้จัดทำ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ
๑๐๑ ง/หน้า ๔๘/๑๓ กันยายน ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).