ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2529
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 7 ส.ค. 2529 (1986-08-07) · 9 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน
ไปทำงานในต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๒๙[๑]
โดยที่มาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ.๒๕๒๘ บัญญัติให้กิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๒๙
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๗
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
ผู้อยู่ในกองทุน หมายความว่า
คนหางานที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔
ให้จ่ายเงินจากกองทุนตามคำวินิจฉัยของอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
แก่คนหางานเฉพาะผู้อยู่ในกองทุนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศให้ได้รับการช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทย
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่น
ๆ ที่จำเป็น อาทิ ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตรา
ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ ค่าสื่อสาร
ค่าปรับเรื่องการตรวจลงตราที่ขาดอายุ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ของประเทศที่คนหางานถูกทอดทิ้งอยู่เท่าที่จำเป็นแก่การให้คนหางานได้ออกจากประเทศนั้น
ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด
โดยจะใช้จ่ายได้ในวงเงินไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้
(๑)
คนละแปดพันบาท
สำหรับคนงานที่จะต้องส่งกลับประเทศไทยจากประเทศมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์
(๒)
คนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท สำหรับคนหางานที่จะต้องส่งกลับประเทศไทยจากประเทศเนการา
บรูไน ดาลุสซาลาม สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ญี่ปุ่นสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า
ฮ่องกง สาธารณรัฐอินเดีย
สาธารณรัฐอิสลามปากีสถานและสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา
(๓)
คนละสามหมื่นบาท
สำหรับคนหางานที่จะต้องส่งกลับประเทศไทยจากประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศตาม (๑) และ
(๒)
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕
ให้จ่ายเงินจากกองทุนเป็นค่าชดเชยจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายตามข้อ ๔
แก่ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดี
ในกรณีผู้รับอนุญาตจัดหางานเป็นผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ดังกล่าวแทนกองทุนไปก่อน หรือได้วางเงินในจำนวนที่กำหนด ณ สำนักงานทะเบียนจัดหางานกลาง
ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๒
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖
ให้จ่ายเงินจากกองทุนตามคำวินิจฉัยของอธิบดี
หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแก่คนหางานเฉพาะผู้อยู่ในกองทุนที่ต้องให้การสงเคราะห์ในกรณีที่คนหางานในต่างประเทศมิได้มีนายจ้างรับผิดชอบหรืออยู่ในระหว่างรอการเข้าทำงานใหม่
หรืออยู่ในระหว่างรอการส่งกลับประเทศไทยหรืออยู่ในระหว่างรอการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานของประเทศที่คนหางานทำงานอยู่
เพื่อเป็นการสงเคราะห์เรื่องค่ายังชีพ และค่ารักษาพยาบาล
ในระหว่างที่รอนั้นหรือค่ายังชีพและค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ประสบอันตรายจนพิการหรือทุพพลภาพโดยไม่ได้รับเงินทดแทน
หรือค่ายังชีพบางส่วนในระหว่างถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ
ซึ่งมิใช่ความผิดของคนหางาน
หรือทดรองเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเกี่ยวกับนายจ้างผิดสัญญาจ้าง
ค่าใช้จ่ายบางส่วนในการจัดการศพส่งกลับประเทศไทยในกรณีที่ไม่มีเงินใช้จ่ายจากทางอื่น
ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด
โดยจะใช้จ่ายสำหรับแต่ละคนทุก
กรณี รวมกันไม่เกินคนละสามหมื่นบาท
โดยให้รวมค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนเงินตรา ค่าธรรมเนียม การโอนเงินระหว่างประเทศ
ค่าสื่อสารในการติดต่อเพื่อให้การสงเคราะห์ดังกล่าวด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗
ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดตามข้อ ๔ และข้อ ๖
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพิ่มเติมเกินกว่าวงเงินที่กำหนดนั้นได้ตามความจำเป็นของแต่ละกรณี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘
ให้จ่ายเงินจากกองทุนส่วนหนึ่งตามคำวินิจฉัยของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแก่กรมแรงงาน
หรือสถาบันอื่นของทางราชการที่อธิบดีกำหนดเพื่อใช้ทำประโยชน์ในการคัดเลือกและทดสอบฝีมือและการฝึกอบรมคนหางานก่อนที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
สำหรับเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ผู้อุทิศให้แก่กองทุนได้แสดงวัตถุประสงค์ไว้ชัดแจ้งว่าให้ใช้ประโยชน์ในการคัดเลือกและทดสอบฝีมือและการฝึกอบรมคนหางานก่อนที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายดำเนินการตามวัตถุประสงค์นั้น
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
พลเอก สิทธิ จิรโรจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
วิภา/ผู้จัดทำ
๙ มีนาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๓๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๔๓/๗ สิงหาคม ๒๕๒๙
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).