ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 19 ธ.ค. 2544 (2001-12-19) · 29 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ระเบียบ ก
ระเบียบ ก.ศป.
ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง
ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง
พ.ศ. ๒๕๔๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคห้า
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป. โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดออกระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบ ก.ศป.
ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง
พ.ศ. ๒๕๔๔"
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒[๑]
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีกรณีดังต่อไปนี้
ต้องถูกสอบสวนและพิจารณาตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
(๑)
ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรงหรือประพฤติตนไม่สมควรตามที่กำหนดในวินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง
ตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง (๑)
(๒) หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ
หรือเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยสม่ำเสมอแต่ไม่ถึงเหตุทุพพลภาพ ตามมาตรา
๒๒ วรรคสอง (๒)
(๓)
ขาดคุณสมบัติของการจะได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
หรือตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี
(๔)
มีลักษณะต้องห้ามในขณะดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
หรือตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๘ วรรคสอง แล้วแต่กรณี
(๕)
เป็นโรคหรือมีการหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นตุลาการศาลปกครองตามประกาศ ก.ศป.
ที่ออกตามความในมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๗)
(๖) ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามมาตรา ๒๓ (๑)
(๗)
กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดในวินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครองตามมาตรา
๒๓ (๒)
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ เมื่อตุลาการศาลปกครองผู้ใดถูกกล่าวหาตามข้อ
๓ ให้ตุลาการศาลปกครองดังต่อไปนี้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นโดยมิชักช้า
โดยจะให้ผู้กล่าวหาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องราวเป็นหนังสือ
หรือโดยบันทึกเรื่องราวและความเห็น หรือโดยตั้งคณะบุคคลขึ้นสอบข้อเท็จจริงก็ได้
(๑) อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นของแต่ละศาล
ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นในศาลนั้น
(๒) ประธานศาลปกครองสูงสุด
ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
(๓) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคนใดคนหนึ่งที่ ก.ศป. แต่งตั้ง
ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นประธานศาลปกครองสูงสุด
เมื่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ประธานศาลปกครองสูงสุด
หรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป. แต่งตั้ง แล้วแต่กรณี
ได้สอบข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่าไม่มีมูลให้ยุติเรื่อง ถ้าเห็นว่ามีมูลให้เสนอ ก.ศป.
พิจารณา
ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง
มาใช้บังคับกับกรณีที่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นมีเหตุอันควรสังสัยว่าตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นมีกรณีตามข้อ
๓
หรือกรณีที่ประธานศาลปกครองสูงสุดมีเหตุอันควรสงสัยว่าอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีกรณีตามข้อ
๓ ด้วย โดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ในกรณีที่
ก.ศป. เห็นว่ามีมูลเหตุที่ถูกล่าวหา แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจาตำแหน่ง
ให้ ก.ศป. มีมติให้ยุติเรื่อง และให้นำผลการพิจารณาของ ก.ศป.
ไปประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของตุลาการศาลปกครองผู้นั้น ในการนี้ ก.ศป.
อาจมีมติให้ว่ากล่าวตักเตือนตุลาการศาลปกครองผู้นั้น หรือให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นทำทัณฑ์บนไว้เป็นหนังสือด้วยก็ได้
ในกรณีที่ ก.ศป.
เห็นว่ามีมูลตามที่ถูกกล่าวหาและถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง
ให้ ก.ศป.
แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบสวนเรื่องที่ตุลการศาลปกครองถูกกล่าวหา
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการสอบสวนตามข้อ
๕ วรรคสาม ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นถูกกล่าวหา
ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาที่
ก.ศป. แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ ก.ศป.แต่งตั้งจำนวนสามคนและกรรมการข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน
เป็นกรรมการ
(๒) ในกรณีที่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นถูกกล่าวหา
ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป.
แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ก.ศป.
แต่งตั้งจำนวนสามคน และกรรมการข้าราชการพลเรือน
ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ
(๓) ในกรณีที่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดถูกกล่าวหา
ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาที่
ก.ศป. แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป.
แต่งตั้งจำนวนสามคน และกรรมการข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ
(๔) ในกรณีที่ประธานศาลปกครองสูงสุดถูกกล่าวหา
ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป.
แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป.
แต่งตั้งจำนวนสามคน
และกรรมการข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ
ทั้งนี้ ให้แต่งตั้งกรรมการซึ่งเป็นตุลาการศาลปกครองตาม (๑)
(๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการสอบสวนด้วย
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามแบบ สส. ๑ ท้ายระเบียบนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการสอบสวนมีหนังสือแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยเร็ว
โดยให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อและวันที่รับทราบไว้เป็นหลักฐาน
ในการนี้ ให้มอบสำเนาคำสั่งให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาหนึ่งฉบับด้วย
ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับทราบคำสั่งหรือไม่อาจแจ้งให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาทราบได้
ให้คณะกรรมการสอบสวนบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการสอบสวนต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนนและห้ามมิให้งดออกเสียง
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน
ถ้าผู้นั้นมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑)
รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหากระทำการตามเรื่องที่ถูกกล่าวหา
(๒) มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่สอบสวน
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา
(๔) เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นคู่หมั้น คู่สมรส บุพการี
ผู้สืบสันดาน หรือพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาของผู้กล่าวหา
(๕) มีเหตุอื่นซึ่งอาจทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม
การคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน
ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อ ก.ศป.
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
โดยให้แสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านว่าจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงหรือความยุติธรรมอย่างไร
ในการพิจารณาเรื่องการคัดค้าน
ผู้ซึ่งถูกคัดค้านอาจทำคำชี้แจงเป็นหนังสือได้ หาก ก.ศป.
เห็นว่าหนังสือคัดค้านมีเหตุผลรับฟังได้
ให้สั่งให้ผู้ซึ่งถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวนและมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนคนใหม่เข้าทำหน้าที่แทนให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๖ หากเห็นว่าหนังสือคัดค้านไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ ให้สั่งยกคำคัดค้านนั้น
การสั่งยกคำคัดค้านให้เป็นที่สุด
การพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน
ไม่กระทบถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวนผู้ใดเห็นว่าตนมีเหตุอันอาจถูกคัดค้านตามข้อ
๙ วรรคหนึ่ง ให้ผู้นั้นรายงานต่อ ก.ศป. และให้นำข้อ ๙ วรรคสามและวรรคสี่
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนให้เสร็จโดยเร็ว
แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งจาก ก.ศป.
ถ้ามีความจำเป็นไม่อาจสอบสวนได้ทันภายในกำหนดเวลานั้น
ให้ขยายเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน
โดยก่อนที่จะขยายเวลาแต่ละครั้งให้แจ้ง ก.ศป. ทราบก่อน
แต่ถ้าขยายเวลาแล้วยังสอบสวนไม่เสร็จ
จะขยายเวลาต่อไปอีกได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ศป.
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ ก่อนการสอบสวน
ให้คณะกรรมการสอบสวนประชุมกำหนดแนวทางการสอบสวนและให้เสนอความเห็นต่อ ก.ศป. ว่า
สมควรจะสั่งพักราชการตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาเพื่อมิให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปอันจะเป็นการเสียหายแก่ราชการหรือไม่
ถ้า ก.ศป. เห็นว่าสมควรสั่งพักราชการตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา
ก็ให้สั่งให้พักตลาดเวลาที่คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวน หรือจนกว่า ก.ศป.
จะพิจารณากรณีที่ตุลาการศาลปกครองถูกกล่าวหาแล้วเสร็จ
ในกรณีที่ ก.ศป. มิได้มีคำสั่งพักราชการตามวรรคหนึ่ง
หากความปรากฏแก่คณะกรรมการสอบสวนในระหว่างการสอบสวนว่า การให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ
ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอความเห็นต่อ ก.ศป.
เพื่อพิจารณามีคำสั่งพักราชการตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา
และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ เมื่อเริ่มการสอบสวน
ให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อแจ้งข้อกล่วหาและอธิบายข้อกล่าวหาให้ทราบ
โดยไม่ต้องระบุชื่อพยาน
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบ สส. ๒
และให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อรับทราบข้อกล่าวหาในหนังสือดังกล่าวด้วย
ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบในหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาให้คณะกรรมการสอบสวนจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อนั้นไว้ในหนังสือดังกล่าวแทนการลงลายมือชื่อ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการสอบสวนสอบถามตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาว่ามีกรณีตามที่ถูกล่าวหาหรือไม่
และจะชี้แจงหรือให้ถ้อยคำอย่างไร
ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำรับว่ามีกรณีตามที่ถูกกล่าวหาให้คณะกรรมการสอบสวนบันทึกถ้อยคำรับ
รวมทั้งเหตุผลและข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย ในการนี้ คณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนต่อไปหรือไม่ก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ ในการสอบปากคำพยาน ผู้กล่าวหา
และตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา
(๑)
ต้องมีกรรมการสอบสวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสอบสวนทั้งหมด
จึงจะสอบสวนได้
(๒) ห้ามมิให้กรรมการสอบสวนผู้ใดกระทำการล่อลวง ขู่เข็ญ
ให้สัญญา จูงใจ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลนั้นให้ถ้อยคำ
(๓)
ให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกผู้ซึ่งจะถูกสอบปากคำเข้ามาในที่สอบสวนคราวละหนึ่งคนห้ามมิให้บุคคลอื่นอยู่ในที่สอบสวน
เว้นแต่เป็นทนายความหรือที่ปรึกษาของตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นบุคคลซึ่งคณะกรรมการสอบสวนอนุญาตให้อยู่ในที่สอบสวนเพื่อประโยชน์แห่งการสอบสวน
การสอบปากคำพยาน ผู้กล่าวหา
และตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาให้บันทึกถ้อยคำไว้ตามแบบ สส. ๓ ท้ายระเบียบนี้
เมื่อได้บันทึกถ้อยคำเสร็จแล้ว ให้อ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง
หรือจะให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านเองก็ได้ เมื่อผู้ให้ถ้อยคำรับว่าถูกต้องแล้ว
ให้ผู้ให้ถ้อยคำและผู้บันทึกถ้อยคำลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานและให้กรรมการสอบสวนทุกคนซึ่งร่วมสอบสวนลงลายมือชื่อรับรองไว้ในบันทึกถ้อยคำนั้นด้วย
ถ้าบันทึกถ้อยคำมีหลายหน้า ให้กรรมการสอบสวนอย่างน้อยหนึ่งคนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหน้า
ในการบันทึกถ้อยคำ ห้ามมิให้ขูดลบหรือบันทึกข้อความทับ
ถ้าจะต้องแก้ไขข้อความที่ได้บันทึกไว้แล้ว ให้ใช้วิธีขีดฆ่าหรือตกเติม
และให้กรรมการสอบสวนผู้ร่วมสอบสวนอย่างน้อยหนึ่งคนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไวัทุกแห่งที่ขีดฆ่าหรือตกเติม
ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่ยอมลงลายมือชื่อ
ให้จดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อนั้นไว้ในบันทึกถ้อยคำด้วย
ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่สมารถลงลายมือชื่อได้ ให้นำมาตรา ๙
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสอนเห็นว่า
ผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ ๓
แต่เป็นเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ให้คณะกรรมการสอบสวนรายงานให้ ก.ศป. ทราบโดยเร็ว หาก ก.ศป.
เห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูล
ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนสำหรับเรื่องนั้นโดยจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมเป็นผู้ทำการสอบสวนหรือจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่ก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ ในกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงตุลาการศาลปกครองผู้อื่น
ให้คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาในเบื้องต้นว่าตุลาการศาลปกครองผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นด้วยหรือไม่ถ้าเห็นว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้น
ให้คณะกรรมการสอบสวนรายงานไปยัง ก.ศป. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจเรียกให้หน่วยงานทางปกครองหรือบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง
ให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวนได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๙ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนเรียกบุคคลใดมาเป็นพยาน
ให้บุคคลนั้นมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำตามวัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการสอบสวนกำหนด
ในกรณีที่พยานไม่มา หรือมาแต่ไม่ให้ถ้อยคำ
หรือคณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานไม่ได้ภายในเวลาอันสมควร คณะกรรมการสอบสวนจะไม่สอบสวนพยานนั้นก็ได้
แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าการสอบสวนพยานหลักฐานใด
จะทำให้การสอบสวนล่าช้าไปโดยไม่จำเป็นหรือมิใช่พยานหลักฐานในประเด็นสำคัญ คณะ
กรรมการสอบสวนจะงดการสอบสวนพยานหลักฐานนั้นเสียก็ได้
แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวน
การสอบสวน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๑ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว
และเห็นว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ ๓
ให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อแจ้งให้ทราบว่า
จากการสอบสวนมีพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาอย่างไรรวมทั้งให้ระบุวัน เวลา
สถานที่ และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการสนับสนุนข้อกล่าวหาด้วย
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบ สส. ๔
ท้ายระเบียบนี้
และให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อรับทราบในหนังสือดังกล่าวด้วย
ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบในหนังสือแจ้งสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามวรรคสอง
ให้คณะกรรมการสอบสวนจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อนั้นไว้ในหนังสือดังกล่าวแทนการลงลายมือชื่อ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๒ ให้คณะกรรมการสอบสวนเปิดโอกาสให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้
ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการสอบสวนกำหนด
ในการนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง
ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาจะนำพยานหลักฐานมาเอง
หรือจะขอให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได้ และให้นำความในข้อ ๑๘
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๓ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จหรือได้ดำเนินการตามข้อ
๒๑ และข้อ ๒๒ แล้ว ให้ทำรายงานการสอบสวนเสนอต่อ ก.ศป.
กรรมการสอบสวนผู้ใดมีความเห็นแย้งให้ทำความเห็นแย้งแนบไว้กับรายงานการสอบสวน
โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการสอบสวนด้วย
รายงานการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ สส. ๕
ท้ายระเบียบนี้ โดยอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังนี้
(๑) สรุปข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
และระยะเวลาที่ใช้ในการสอบสวนในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำรับสารภาพ
ให้บันทึกเหตุผลในการรับสารภาพไว้ด้วย
(๒)
วินิจฉัยเปรียบเทียบพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหากับพยานหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวหา
(๓)
ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ ๓
หรือไม่ อย่างไร ถ้ามีกรณีตามข้อ ๓ เป็นกรณีตามมาตราใด
และควรให้ตุลาการผู้ถูกกล่าวหานั้นออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการหรือไม่ อย่างไร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๔ เมื่อ
ก.ศป.
ได้พิจารณารายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่มีกรณีตามข้อ
๓ ให้ ก.ศป. มีมติให้ยุติเรื่อง หาก ก.ศป. เห็นว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ
๓ ให้ ก.ศป. ดำเนินการดังนี้
(๑) กรณีที่ ก.ศป. เห็นว่าการมีกรณีตามข้อ ๓
ยังไม่ถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง ให้ ก.ศป.
มีมติให้ยุติเรื่อง และให้นำผลการพิจารณาของ ก.ศป. ไปประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของตุลาการศาลปกครองผู้นั้น
ในการนี้ ก.ศป. อาจมีมติให้ว่ากล่าวตักเตือนตุลาการศาลปกครองผู้นั้น
หรือให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นทำทัณฑ์บนไว้เป็นหนังสือด้วยก็ได้
(๒) กรณีที่ ก.ศป. เห็นว่ามีการกรณีตามข้อ ๓
ถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง ให้ ก.ศป.
มีมติให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหานั้นออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการ
แล้วแต่กรณี
คำวินิจฉัยของ ก.ศป. ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๕ การสอบสวนในขั้นตอนใดหากกระทำไม่ถูกต้องตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ไม่ทำให้การสอบสวนทั้งหมดเสียไป
ทั้งนี้ หากการสอบสวนในขั้นตอนใดมิใช่สาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ก.ศป.
จะสั่งให้แก้ไขหรือดำเนินการในส่วนของขั้นตอนนั้นให้ถูกต้องหรือไม่ก็ได้
แต่หากการสอบสวนในขั้นตอนใดเป็นสาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม
ให้ ก.ศป. สั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขหรือดำเนินการสอบสวนขั้นตอนนั้นให้ถูกต้องโดยเร็ว
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๖ ตุลาการศาลปกครองที่ถูกกล่าวหาตามข้อ
๓
แม้ภายหลังผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งก็อาจมีการสอบสวนเพื่อลงโทษหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้ถูกต้องตามระเบียบนี้ได้
เว้นแต่ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งเพราะตาย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๗ ให้
ก.ศป. มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๘ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจออกคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบิติตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
อักขราทร จุฬารัตน
ประธานศาลปกครองสูงสุด
ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำสั่ง ก.ศป. ที่..../๒๕.... เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
(แบบ สส. ๑)
๒. บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา (แบบ สส. ๒)
๓. บันทึกถ้อยคำ (แบบ สส. ๓)
๔. บันทึกการแจ้งสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (แบบ สส.
๔)
๕. รายงานการสอบสวน (แบบ สส. ๕)
(ดูข้อมูลกฎหมาย)
ภคินี/แก้ไข
๑ พฤษภาคม ๑๕๔๕
วิศนี/ปรับปรุง
๒๒ กันยายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๑๑๖ ก/หน้า ๕๐/๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๔
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).