รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544

ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 19 ธ.ค. 2544 (2001-12-19) · 29 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ระเบียบ ก ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป. โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔"

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีกรณีดังต่อไปนี้ ต้องถูกสอบสวนและพิจารณาตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ (๑) ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรงหรือประพฤติตนไม่สมควรตามที่กำหนดในวินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง (๑) (๒) หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยสม่ำเสมอแต่ไม่ถึงเหตุทุพพลภาพ ตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง (๒) (๓) ขาดคุณสมบัติของการจะได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด หรือตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี (๔) มีลักษณะต้องห้ามในขณะดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด หรือตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๘ วรรคสอง แล้วแต่กรณี (๕) เป็นโรคหรือมีการหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นตุลาการศาลปกครองตามประกาศ ก.ศป. ที่ออกตามความในมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๗) (๖) ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามมาตรา ๒๓ (๑) (๗) กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดในวินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครองตามมาตรา ๒๓ (๒)

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ เมื่อตุลาการศาลปกครองผู้ใดถูกกล่าวหาตามข้อ ๓ ให้ตุลาการศาลปกครองดังต่อไปนี้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นโดยมิชักช้า โดยจะให้ผู้กล่าวหาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องราวเป็นหนังสือ หรือโดยบันทึกเรื่องราวและความเห็น หรือโดยตั้งคณะบุคคลขึ้นสอบข้อเท็จจริงก็ได้ (๑) อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นของแต่ละศาล ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นในศาลนั้น (๒) ประธานศาลปกครองสูงสุด ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุด (๓) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคนใดคนหนึ่งที่ ก.ศป. แต่งตั้ง ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นประธานศาลปกครองสูงสุด เมื่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ประธานศาลปกครองสูงสุด หรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป. แต่งตั้ง แล้วแต่กรณี ได้สอบข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่าไม่มีมูลให้ยุติเรื่อง ถ้าเห็นว่ามีมูลให้เสนอ ก.ศป. พิจารณา ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับกับกรณีที่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นมีเหตุอันควรสังสัยว่าตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นมีกรณีตามข้อ ๓ หรือกรณีที่ประธานศาลปกครองสูงสุดมีเหตุอันควรสงสัยว่าอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีกรณีตามข้อ ๓ ด้วย โดยอนุโลม

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ในกรณีที่ ก.ศป. เห็นว่ามีมูลเหตุที่ถูกล่าวหา แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจาตำแหน่ง ให้ ก.ศป. มีมติให้ยุติเรื่อง และให้นำผลการพิจารณาของ ก.ศป. ไปประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของตุลาการศาลปกครองผู้นั้น ในการนี้ ก.ศป. อาจมีมติให้ว่ากล่าวตักเตือนตุลาการศาลปกครองผู้นั้น หรือให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นทำทัณฑ์บนไว้เป็นหนังสือด้วยก็ได้ ในกรณีที่ ก.ศป. เห็นว่ามีมูลตามที่ถูกกล่าวหาและถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง ให้ ก.ศป. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบสวนเรื่องที่ตุลการศาลปกครองถูกกล่าวหา

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการสอบสวนตามข้อ ๕ วรรคสาม ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นถูกกล่าวหา ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาที่ ก.ศป. แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ ก.ศป.แต่งตั้งจำนวนสามคนและกรรมการข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ (๒) ในกรณีที่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นถูกกล่าวหา ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป. แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ก.ศป. แต่งตั้งจำนวนสามคน และกรรมการข้าราชการพลเรือน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ (๓) ในกรณีที่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดถูกกล่าวหา ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาที่ ก.ศป. แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป. แต่งตั้งจำนวนสามคน และกรรมการข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ (๔) ในกรณีที่ประธานศาลปกครองสูงสุดถูกกล่าวหา ให้คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป. แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดที่ ก.ศป. แต่งตั้งจำนวนสามคน และกรรมการข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนหนึ่งคน เป็นกรรมการ ทั้งนี้ ให้แต่งตั้งกรรมการซึ่งเป็นตุลาการศาลปกครองตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการสอบสวนด้วย คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ สส. ๑ ท้ายระเบียบนี้

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการสอบสวนมีหนังสือแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยเร็ว โดยให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อและวันที่รับทราบไว้เป็นหลักฐาน ในการนี้ ให้มอบสำเนาคำสั่งให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาหนึ่งฉบับด้วย ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับทราบคำสั่งหรือไม่อาจแจ้งให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาทราบได้ ให้คณะกรรมการสอบสวนบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการสอบสวนต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนนและห้ามมิให้งดออกเสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน ถ้าผู้นั้นมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑) รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหากระทำการตามเรื่องที่ถูกกล่าวหา (๒) มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่สอบสวน (๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา (๔) เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นคู่หมั้น คู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาของผู้กล่าวหา (๕) มีเหตุอื่นซึ่งอาจทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม การคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อ ก.ศป. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยให้แสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านว่าจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงหรือความยุติธรรมอย่างไร ในการพิจารณาเรื่องการคัดค้าน ผู้ซึ่งถูกคัดค้านอาจทำคำชี้แจงเป็นหนังสือได้ หาก ก.ศป. เห็นว่าหนังสือคัดค้านมีเหตุผลรับฟังได้ ให้สั่งให้ผู้ซึ่งถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวนและมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนคนใหม่เข้าทำหน้าที่แทนให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ หากเห็นว่าหนังสือคัดค้านไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ ให้สั่งยกคำคัดค้านนั้น การสั่งยกคำคัดค้านให้เป็นที่สุด การพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน ไม่กระทบถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวนผู้ใดเห็นว่าตนมีเหตุอันอาจถูกคัดค้านตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง ให้ผู้นั้นรายงานต่อ ก.ศป. และให้นำข้อ ๙ วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนให้เสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งจาก ก.ศป. ถ้ามีความจำเป็นไม่อาจสอบสวนได้ทันภายในกำหนดเวลานั้น ให้ขยายเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน โดยก่อนที่จะขยายเวลาแต่ละครั้งให้แจ้ง ก.ศป. ทราบก่อน แต่ถ้าขยายเวลาแล้วยังสอบสวนไม่เสร็จ จะขยายเวลาต่อไปอีกได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ศป.

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ ก่อนการสอบสวน ให้คณะกรรมการสอบสวนประชุมกำหนดแนวทางการสอบสวนและให้เสนอความเห็นต่อ ก.ศป. ว่า สมควรจะสั่งพักราชการตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาเพื่อมิให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปอันจะเป็นการเสียหายแก่ราชการหรือไม่ ถ้า ก.ศป. เห็นว่าสมควรสั่งพักราชการตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา ก็ให้สั่งให้พักตลาดเวลาที่คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวน หรือจนกว่า ก.ศป. จะพิจารณากรณีที่ตุลาการศาลปกครองถูกกล่าวหาแล้วเสร็จ ในกรณีที่ ก.ศป. มิได้มีคำสั่งพักราชการตามวรรคหนึ่ง หากความปรากฏแก่คณะกรรมการสอบสวนในระหว่างการสอบสวนว่า การให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอความเห็นต่อ ก.ศป. เพื่อพิจารณามีคำสั่งพักราชการตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓ เมื่อเริ่มการสอบสวน ให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อแจ้งข้อกล่วหาและอธิบายข้อกล่าวหาให้ทราบ โดยไม่ต้องระบุชื่อพยาน การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบ สส. ๒ และให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อรับทราบข้อกล่าวหาในหนังสือดังกล่าวด้วย ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบในหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาให้คณะกรรมการสอบสวนจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อนั้นไว้ในหนังสือดังกล่าวแทนการลงลายมือชื่อ

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการสอบสวนสอบถามตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาว่ามีกรณีตามที่ถูกล่าวหาหรือไม่ และจะชี้แจงหรือให้ถ้อยคำอย่างไร ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำรับว่ามีกรณีตามที่ถูกกล่าวหาให้คณะกรรมการสอบสวนบันทึกถ้อยคำรับ รวมทั้งเหตุผลและข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย ในการนี้ คณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนต่อไปหรือไม่ก็ได้

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ ในการสอบปากคำพยาน ผู้กล่าวหา และตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา (๑) ต้องมีกรรมการสอบสวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสอบสวนทั้งหมด จึงจะสอบสวนได้ (๒) ห้ามมิให้กรรมการสอบสวนผู้ใดกระทำการล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา จูงใจ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลนั้นให้ถ้อยคำ (๓) ให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกผู้ซึ่งจะถูกสอบปากคำเข้ามาในที่สอบสวนคราวละหนึ่งคนห้ามมิให้บุคคลอื่นอยู่ในที่สอบสวน เว้นแต่เป็นทนายความหรือที่ปรึกษาของตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นบุคคลซึ่งคณะกรรมการสอบสวนอนุญาตให้อยู่ในที่สอบสวนเพื่อประโยชน์แห่งการสอบสวน การสอบปากคำพยาน ผู้กล่าวหา และตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาให้บันทึกถ้อยคำไว้ตามแบบ สส. ๓ ท้ายระเบียบนี้ เมื่อได้บันทึกถ้อยคำเสร็จแล้ว ให้อ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง หรือจะให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านเองก็ได้ เมื่อผู้ให้ถ้อยคำรับว่าถูกต้องแล้ว ให้ผู้ให้ถ้อยคำและผู้บันทึกถ้อยคำลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานและให้กรรมการสอบสวนทุกคนซึ่งร่วมสอบสวนลงลายมือชื่อรับรองไว้ในบันทึกถ้อยคำนั้นด้วย ถ้าบันทึกถ้อยคำมีหลายหน้า ให้กรรมการสอบสวนอย่างน้อยหนึ่งคนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหน้า ในการบันทึกถ้อยคำ ห้ามมิให้ขูดลบหรือบันทึกข้อความทับ ถ้าจะต้องแก้ไขข้อความที่ได้บันทึกไว้แล้ว ให้ใช้วิธีขีดฆ่าหรือตกเติม และให้กรรมการสอบสวนผู้ร่วมสอบสวนอย่างน้อยหนึ่งคนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไวัทุกแห่งที่ขีดฆ่าหรือตกเติม ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้จดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อนั้นไว้ในบันทึกถ้อยคำด้วย ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่สมารถลงลายมือชื่อได้ ให้นำมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสอนเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ ๓ แต่เป็นเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ให้คณะกรรมการสอบสวนรายงานให้ ก.ศป. ทราบโดยเร็ว หาก ก.ศป. เห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูล ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนสำหรับเรื่องนั้นโดยจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะเดิมเป็นผู้ทำการสอบสวนหรือจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่ก็ได้

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงตุลาการศาลปกครองผู้อื่น ให้คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาในเบื้องต้นว่าตุลาการศาลปกครองผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นด้วยหรือไม่ถ้าเห็นว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้น ให้คณะกรรมการสอบสวนรายงานไปยัง ก.ศป. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจเรียกให้หน่วยงานทางปกครองหรือบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง ให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวนได้

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนเรียกบุคคลใดมาเป็นพยาน ให้บุคคลนั้นมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำตามวัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการสอบสวนกำหนด ในกรณีที่พยานไม่มา หรือมาแต่ไม่ให้ถ้อยคำ หรือคณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานไม่ได้ภายในเวลาอันสมควร คณะกรรมการสอบสวนจะไม่สอบสวนพยานนั้นก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

ข้อ ๒๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าการสอบสวนพยานหลักฐานใด จะทำให้การสอบสวนล่าช้าไปโดยไม่จำเป็นหรือมิใช่พยานหลักฐานในประเด็นสำคัญ คณะ กรรมการสอบสวนจะงดการสอบสวนพยานหลักฐานนั้นเสียก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวน การสอบสวน

ข้อ ๒๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๑ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว และเห็นว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ ๓ ให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อแจ้งให้ทราบว่า จากการสอบสวนมีพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาอย่างไรรวมทั้งให้ระบุวัน เวลา สถานที่ และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการสนับสนุนข้อกล่าวหาด้วย การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบ สส. ๔ ท้ายระเบียบนี้ และให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อรับทราบในหนังสือดังกล่าวด้วย ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบในหนังสือแจ้งสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามวรรคสอง ให้คณะกรรมการสอบสวนจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อนั้นไว้ในหนังสือดังกล่าวแทนการลงลายมือชื่อ

ข้อ ๒๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๒ ให้คณะกรรมการสอบสวนเปิดโอกาสให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการสอบสวนกำหนด ในการนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาจะนำพยานหลักฐานมาเอง หรือจะขอให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได้ และให้นำความในข้อ ๑๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๒๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๓ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จหรือได้ดำเนินการตามข้อ ๒๑ และข้อ ๒๒ แล้ว ให้ทำรายงานการสอบสวนเสนอต่อ ก.ศป. กรรมการสอบสวนผู้ใดมีความเห็นแย้งให้ทำความเห็นแย้งแนบไว้กับรายงานการสอบสวน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการสอบสวนด้วย รายงานการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ สส. ๕ ท้ายระเบียบนี้ โดยอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังนี้ (๑) สรุปข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และระยะเวลาที่ใช้ในการสอบสวนในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำรับสารภาพ ให้บันทึกเหตุผลในการรับสารภาพไว้ด้วย (๒) วินิจฉัยเปรียบเทียบพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหากับพยานหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวหา (๓) ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ ๓ หรือไม่ อย่างไร ถ้ามีกรณีตามข้อ ๓ เป็นกรณีตามมาตราใด และควรให้ตุลาการผู้ถูกกล่าวหานั้นออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการหรือไม่ อย่างไร

ข้อ ๒๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๔ เมื่อ ก.ศป. ได้พิจารณารายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหาไม่มีกรณีตามข้อ ๓ ให้ ก.ศป. มีมติให้ยุติเรื่อง หาก ก.ศป. เห็นว่าตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหามีกรณีตามข้อ ๓ ให้ ก.ศป. ดำเนินการดังนี้ (๑) กรณีที่ ก.ศป. เห็นว่าการมีกรณีตามข้อ ๓ ยังไม่ถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง ให้ ก.ศป. มีมติให้ยุติเรื่อง และให้นำผลการพิจารณาของ ก.ศป. ไปประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของตุลาการศาลปกครองผู้นั้น ในการนี้ ก.ศป. อาจมีมติให้ว่ากล่าวตักเตือนตุลาการศาลปกครองผู้นั้น หรือให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นทำทัณฑ์บนไว้เป็นหนังสือด้วยก็ได้ (๒) กรณีที่ ก.ศป. เห็นว่ามีการกรณีตามข้อ ๓ ถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง ให้ ก.ศป. มีมติให้ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหานั้นออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการ แล้วแต่กรณี คำวินิจฉัยของ ก.ศป. ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๒๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๕ การสอบสวนในขั้นตอนใดหากกระทำไม่ถูกต้องตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ไม่ทำให้การสอบสวนทั้งหมดเสียไป ทั้งนี้ หากการสอบสวนในขั้นตอนใดมิใช่สาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ก.ศป. จะสั่งให้แก้ไขหรือดำเนินการในส่วนของขั้นตอนนั้นให้ถูกต้องหรือไม่ก็ได้ แต่หากการสอบสวนในขั้นตอนใดเป็นสาระสำคัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรม ให้ ก.ศป. สั่งให้คณะกรรมการสอบสวนแก้ไขหรือดำเนินการสอบสวนขั้นตอนนั้นให้ถูกต้องโดยเร็ว

ข้อ ๒๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๖ ตุลาการศาลปกครองที่ถูกกล่าวหาตามข้อ ๓ แม้ภายหลังผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งก็อาจมีการสอบสวนเพื่อลงโทษหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้ถูกต้องตามระเบียบนี้ได้ เว้นแต่ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งเพราะตาย

ข้อ ๒๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๗ ให้ ก.ศป. มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ข้อ ๒๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๘ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบิติตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ อักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง [เอกสารแนบท้าย] ๑. คำสั่ง ก.ศป. ที่..../๒๕.... เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน (แบบ สส. ๑) ๒. บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา (แบบ สส. ๒) ๓. บันทึกถ้อยคำ (แบบ สส. ๓) ๔. บันทึกการแจ้งสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา (แบบ สส. ๔) ๕. รายงานการสอบสวน (แบบ สส. ๕) (ดูข้อมูลกฎหมาย) ภคินี/แก้ไข ๑ พฤษภาคม ๑๕๔๕ วิศนี/ปรับปรุง ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๑๑๖ ก/หน้า ๕๐/๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๔

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้