ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กย. 49/2547 เรื่อง การออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่ กย. 49/2547
เรื่อง การออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
และสํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 มาตรา 9 มาตรา 54 วรรคสาม และมาตรา 75 วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในประกาศนี้
“ศูนย์ซื้อขายสัญญา” หมายความว่า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป
“สํานักหักบัญชีสัญญา” หมายความว่า สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป
“บริษัทใหญ่” หมายความว่า
(1) นิติบุคคลที่ถือหุ้นในผู้ขอใบอนุญาตประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญาไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด
(2) นิติบุคคลที่ถือหุ้นในนิติบุคคลตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น
“สํานักงาน ก.ล.ต.” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป
หมวด ๑ การออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญา
ข้อ ๓ ผู้ขอใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาต้องเป็นบริษัทมหาชนจํากัดและมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทในวันที่ยื่นคําขอ และมีทุนจดทะเบียนชําระแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทก่อนวันที่ได้รับใบอนุญาต
(2) แสดงได้ว่าจะมีความสามารถในการประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. และประกาศสํานักงาน ก.ล.ต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญา
(3) มีผู้บริหารที่มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยพิจารณาจากประวัติการทํางาน รวมทั้งมีความสามารถและประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบการ
(4) แสดงได้ว่าจะมีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบการ และ
(5) แสดงได้ว่าสํานักหักบัญชีสัญญาซึ่งจะให้บริการระบบการชําระหนี้ในศูนย์ซื้อขายสัญญาที่จะจัดตั้งขึ้น ได้รับใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญาจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ข้อ ๔ ให้ผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญายื่นคําขอ
ต่อสํานักงาน ก.ล.ต. ตามแบบ 54-1 และเอกสารหลักฐานประกอบคําขอท้ายประกาศนี้ พร้อมด้วสําเนาสองชุดต่อสํานักงาน ก.ล.ต.
ข้อ ๕ ในการขอใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญา ผู้ขอใบอนุญาตต้องยินยอมและอํานวยความสะดวกให้บุคคลที่สํานักงาน ก.ล.ต. มอบหมาย เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ตั้งของผู้ขอใบอนุญาต หรือสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน การดําเนินงาน สินทรัพย์ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ขอใบอนุญาต
ข้อ ๖ ให้สํานักงาน ก.ล.ต. เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาและสั่งการเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สํานักงาน ก.ล.ต. ได้รับคําขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน
คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะพิจารณาและสั่งการเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากสํานักงาน ก.ล.ต. ตามวรรคหนึ่ง
ใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้
ข้อ ๗ ในการพิจารณาคําขอตามข้อ 6 นอกจากการพิจารณารายละเอียดที่ปรากฏในคําขอและเอกสารหลักฐานประกอบคําขอแล้ว ให้สํานักงาน ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งให้ผู้ขอใบอนุญาตมาชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานใด ๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาตามที่เห็นสมควรและภายใระยะเวลาที่กําหนดได้ และในกรณีเช่นว่านี้ มิให้นับระยะเวลาตั้งแต่วันที่สํานักงาน ก.ล.ต. มีคําสั่งดังกล่าวจนถึงวันที่ผู้ขอใบอนุญาตได้มาชี้แจงหรือได้ส่งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนแล้วรวมเข้ากับการนับระยะเวลาตามข้อ 6
ข้อ ๘ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาจะเริ่มประกอบการดังกล่าวได้ต่อเมื่อสํานักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่า
(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตได้จัดให้มีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบการตามที่ได้แสดงไว้ในคําขอ เว้นแต่กรณีที่มีความแตกต่างกันเพียงวิธีการซึ่งมิได้ทําให้ระบบงานและบุคลากรที่ได้แสดงไว้เปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ
(2) กฎเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสัญญาที่จําเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ 3(2) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว และ
(3) สํานักหักบัญชีสัญญาที่จะให้บริการระบบการชําระหนี้ในศูนย์ซื้อขายสัญญาได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสามารถประกอบการได้ตามกฎหมาย
หมวด ๒ การออกใบอนุญาตประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญา
ข้อ ๙ ผู้ขอใบอนุญาตประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญาต้องเป็นบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทจํากัดและมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทในวันที่ยื่นคําขอ และมีทุนจดทะเบียนชําระแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทก่อนวันที่ได้รับใบอนุญาต
(2) แสดงได้ว่าจะมีแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการประกอบกิจการและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญาไม่น้อยกว่าห้าร้อยล้านบาทโดยอาจประกอบด้วยส่วนของผู้ถือหุ้นของสํานักหักบัญชีสัญญา ทรัพย์สินที่สํานักหักบัญชีสัญญามีไว้เพื่อความมั่นคงของระบบการซื้อขายและการชําระหนี้ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือข้อผูกพันเป็นลายลักษณ์อักษรและสามารถบังคับได้ตามกฎหมายจากบริษัทใหญ่ในการให้การสนับสนุนทางด้านการเงินแก่สํานักหักบัญชีสัญญาที่จะจัดตั้งขึ้น โดยบริษัทใหญ่ต้องกันทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องและมีความเสี่ยงต่ําไว้เพื่อการปฏิบัติตามข้อผูกพันดังกล่าว (explicit guarantee)
(3) แสดงได้ว่าจะมีความสามารถในการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญาตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. และประกาศสํานักงาน ก.ล.ต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญา
(4) มีผู้บริหารที่มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยพิจารณาจากประวัติการทํางาน รวมทั้งมีความสามารถและประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบการ และ
(5) แสดงได้ว่าจะมีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบการ
ข้อ ๑๐ ให้ผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญายื่นคําขอต่อสํานักงาน ก.ล.ต. ตามแบบ 75-1 และเอกสารหลักฐานประกอบคําขอท้ายประกาศนี้พร้อมด้วยสําเนาสองชุดต่อสํานักงาน ก.ล.ต.
ข้อ ๑๑ ให้นําความในข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 แห่งประกาศนี้มาใช้บังคับกับการขอใบอนุญาตประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญาโดยอนุโลม
ข้อ ๑๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีสัญญาจะเริ่มประกอบการดังกล่าวได้ต่อเมื่อสํานักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่า
(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตได้จัดให้มีแหล่งเงินทุน ระบบงาน และบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบการตามที่ได้แสดงไว้ในคําขอ เว้นแต่กรณีที่มีความแตกต่างกันเพียงวิธีการซึ่งมิได้ทําให้ระบบงานและบุคลากรที่ได้แสดงไว้เปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ และ
(2) กฎเกณฑ์ของสํานักหักบัญชีสัญญาที่จําเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ 9(3) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2547
(นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการ คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).