ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุน กิจกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2549 กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 29 ก.ย. 2549 (2006-09-29) · 15 ข้อ
ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุน
กิจกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
พ.ศ. ๒๕๔๙
กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
โดยที่คณะอนุกรรมการกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุนกิจกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อให้การบริหารจัดการและการใช้จ่ายเงินกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เป็นไปอย่างมีระบบมีแนวทางการดำเนินการอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖(๙) ประกอบข้อ ๑๑ (๙) แห่งระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยว่าด้วยการบริหาร การจัดหาผลประโยชน์และการใช้จ่ายเงินกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในประกาศนี้
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กองทุน หมายความว่า กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
คณะอนุกรรมการกองทุน หมายความว่า คณะอนุกรรมการกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ผู้ขอ หมายความว่า ผู้ขอรับการช่วยเหลือหรือขอรับการสนับสนุนกิจกรรมเงินกองทุน
คำขอ หมายความว่า คำขอรับการช่วยเหลือหรือขอรับการสนับสนุนกิจกรรมเงินกองทุน
ข้อ ๒ การขอรับการช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากกองทุน จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒
ข้อ ๓ ให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ณ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แล้วแต่กรณี
การยื่นคำขอ อย่างน้อยต้องยื่นเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีผู้ขอเป็นบุคคลธรรมดา
(ก) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้
(ข) สำเนาทะเบียนบ้าน
(ค) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบกิจการ
(๒) กรณีผู้ขอเป็นนิติบุคคล
(ก) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล
(ข) สำเนาหนังสือรับรองแสดงวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลและผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน โดยมีคำรับรองของผู้มีอำนาจให้คำรับรองตามกฎหมายไม่เกินหกเดือนนับวันที่ออกหนังสือรับรองนั้น
(ค) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบกิจการ
(ง) เอกสารตาม (๑) (ก) และ (ข) ของผู้แทนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ลงชื่อในคำขอแทนนิติบุคคล
(๓) กรณีผู้ขอเป็นหน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นคำขอในนามหน่วยงานของรัฐดังกล่าว โดยให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมาย ว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานนั้น
การยื่นคำขอที่กระทำโดยผู้รับมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมด้วย
ข้อ ๔ แผนงานหรือโครงการที่กองทุนให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุน
(๑) ต้องสอดคล้องกับกิจกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามข้อ ๖ แห่งระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยว่าด้วยการบริหาร การจัดหาผลประโยชน์ และการใช้จ่ายเงินกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๘
(๒) กองทุนสามารถสนับสนุนแผนงานหรือโครงการ ๒ ประเภท ได้แก่ ประเภทแผนงานหรือโครงการทั่วไป และประเภทโครงการวิจัย ลักษณะของแผนงานหรือโครงการให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการกองทุนประกาศกำหนด
ข้อ ๕ ให้อธิบดีหรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด แล้วแต่กรณี ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน หากเห็นว่าไม่ถูกต้องครบถ้วนให้แจ้งให้ผู้ขอทราบภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอนั้น
หากเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนให้ส่งให้คณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อพิจารณา ภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วน
ข้อ ๖ ให้คณะอนุกรรมการกองทุนพิจารณาคำขอโดยไม่ชักช้า
การพิจารณาแผนงานหรือโครงการ ให้มีการกลั่นกรองทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่ต้องไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ขอ เงื่อนไขและจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามขนาดของโครงการ ดังนี้
ขนาดโครงการ (งบประมาณที่ขอ) จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิ
ไม่เกิน สองแสนบาท อย่างน้อย ๒ คน
๒๐๐,๐๐๑ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๓ คน
๑,๐๐๐,๐๐๑ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๔ คน
เกินกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๖ คน โดยมีอนุกรรมการกองทุน
รวมอยู่ด้วยอย่างน้อย ๒ คน และต้องมีการ
ประชุมพิจารณา
ผู้ทรงคุณวุฒิให้คณะอนุกรรมการกองทุนเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง
ข้อ ๗ ให้คณะอนุกรรมการกองทุนแจ้งผลการพิจารณาพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอทราบโดยไม่ชักช้า
ข้อ ๘ การรับเงินกองทุน ให้ผู้ขอที่ได้รับอนุมัติเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไว้ ณ ธนาคาร ตามที่คณะอนุกรรมการกองทุนประกาศกำหนด แล้วแจ้งชื่อบัญชีและเลขบัญชีให้คณะอนุกรรมการกองทุนทราบ เพื่อจะได้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวตามแผนการใช้เงินที่ได้รับจัดสรร
ข้อ ๙ เมื่อผู้ขอที่ได้รับอนุมัติได้เบิกจ่ายเงินจากกองทุนแล้ว ให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการ ตลอดจนให้ความร่วมมือในการติดตามและประเมินผลของเจ้าหน้าที่
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ขอที่ได้รับอนุมัติไม่ปฏิบัติตามข้อ ๙ หรือคณะอนุกรรมการกองทุนเห็นว่าแผนงานหรือโครงการที่ได้ให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุนไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการได้ คณะอนุกรรมการกองทุนมีอำนาจสั่งระงับการช่วยเหลือหรือสนับสนุน และมีอำนาจพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้ขอที่ได้รับอนุมัติมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงรายการหรือระยะเวลาการดำเนินงานในแผนงานหรือโครงการ ที่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนไปแล้ว ให้จัดทำรายละเอียดเสนอคณะอนุกรรมการกองทุน เพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนจึงจะดำเนินการได้ เว้นแต่กรณีที่มิใช่สาระสำคัญหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน ให้เสนอขอความเห็นชอบจากประธานคณะอนุกรรมการกองทุน
ข้อ ๑๒ ให้อธิบดีเป็นผู้รักษาการตามหลักเกณฑ์นี้
ข้อ ๑๓ ให้แผนงานหรือโครงการที่ได้รับการอนุมัติสนับสนุนงบประมาณไปแล้ว ก่อนที่หลักเกณฑ์ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ ดำเนินการต่อไปจนสิ้นสุดแผนงานหรือโครงการ
ข้อ ๑๔[๑] หลักเกณฑ์นี้ให้มีผลบังคับใช้นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานคณะกรรมการ
คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
วิชชุตา/ผู้จัดทำ
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๔๘/๒๙ กันยายน ๒๕๔๙
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).