รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

ข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ 110 ว่าด้วย หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางละเมิด กรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก พ.ศ. 2541

ข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ 110 ว่าด้วย หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางละเมิด กรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก พ.ศ. 2541

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 17 พ.ย. 2541 (1998-11-17) · 24 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

ข้อบังคับการประปานครหลวง ข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ ๑๑๐ ว่าด้วย หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด กรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก พ.ศ. ๒๕๔๑[๑] โดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ขึ้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ให้รัฐวิสาหกิจมีระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่สำหรับหน่วยงานให้สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับดังกล่าว กำหนดให้ใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจเฉพาะกรณีตามหมวด ๑ คือ กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐการประปานครหลวงจึงต้องวางข้อบังคับสำหรับกรณีตามหมวด ๒ คือ กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ (๔) แห่งพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประปานครหลวง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการการประปานครหลวงจึงวางข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ ๑๑๐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดกรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก พ.ศ. ๒๕๔๑”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๑ เป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และวิธีปฏิบัติใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ “ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการการประปานครหลวง “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด กรณีพนักงานหรือลูกจ้างของการประปานครหลวงกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดอย่างใด ๆ แต่ไม่รวมถึงการออกคำสั่งหรือกฎ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ถ้าพนักงานหรือลูกจ้างผู้นั้นเห็นว่า ความเสียหายเกิดขึ้นเนื่องในการที่ตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานหรือลูกจ้างผู้นั้นแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นโดยไม่ชักช้า และให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นที่ได้รับแจ้งการเกิดความเสียหายดังกล่าวรายงานตามลำดับชั้นถึงผู้ว่าการ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้เสียหายยื่นคำขอให้การประปานครหลวงชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้การประปานครหลวงรับคำขอนั้นและดำเนินการตามข้อบังคับนี้โดยไม่ชักช้า

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อได้รับรายงานตามข้อ ๕ หรือได้รับคำขอตามข้อ ๖ ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ประธานและกรรมการรวมกันไม่เกิน ๕ คน เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นว่าความเสียหายนั้น พนักงานหรือลูกจ้างได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ การประปานครหลวงจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายหรือไม่ พนักงานหรือลูกจ้างผู้กระทำให้เกิดความเสียหายจะต้องรับผิดชอบหรือไม่เพียงใด ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ ให้กำหนดเวลาแล้วเสร็จของการพิจารณาของคณะกรรมการไว้โดยคำนึงถึงอายุความด้วย

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาล ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการโดยไม่ชักช้า เว้นแต่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวไว้แล้วและให้ฝ่ายกฎหมายประสานงานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อเตรียมการต่อสู้คดีต่อไปพร้อมทั้งรายงานให้กระทรวงการคลังทราบและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงการคลัง

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาล ถ้าผู้ว่าการเห็นว่าความเสียหายเกิดจากพนักงานหรือลูกจ้างมิได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่หรือเมื่อได้ฟังความเห็นของคณะกรรมการหรือได้รับทราบผลการพิจารณาของกระทรวงการคลังแล้ว เห็นว่าความเสียหายเกิดจากพนักงานหรือลูกจ้างมิได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ให้เรียกพนักงานหรือลูกจ้างผู้นั้นเข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วย

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ถ้าผลการพิจารณาของผู้ว่าการยุติเป็นที่สุดว่า ความเสียหายเกิดจากพนักงานหรือลูกจ้างได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ จะต้องไม่มีการเรียกพนักงานหรือลูกจ้างเข้ามาเป็นคู่ความในคดี แต่ถ้าผู้เสียหายได้ฟ้องพนักงานหรือลูกจ้างต่อศาลก่อนแล้วหรือมีการเรียกพนักงานหรือลูกจ้างเข้ามาเป็นคู่ความในคดีก่อนแล้วให้ดำเนินการแถลงต่อศาลเพื่อให้พนักงานหรือลูกจ้างมีโอกาสพ้นจากการเป็นคู่ความในคดีและให้การช่วยเหลือทางคดีแก่พนักงานหรือลูกจ้างในระหว่างนั้นด้วย

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการที่ไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุม อาจทำความเห็นแย้งมติที่ประชุมรวมไว้ในความเห็นของคณะกรรมการได้

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำละเมิด โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง รับฟังพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบเอกสารวัตถุหรือสถานที่ ให้คณะกรรมการปฏิบัติตามแนวทางการสอบข้อเท็จจริง การทำบันทึกและการรายงานผลที่กระทรวงการคลังกำหนดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โดยอนุโลม

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะกรรมการต้องให้โอกาศแก่ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ที่อยู่ในข่ายต้องรับผิดได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนอย่างเพียงพอและเป็นธรรม

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้เสนอความเห็นไปยังผู้ว่าการ ถ้าผู้ว่าการขอให้ทบทวนหรือสอบสวนเพิ่มเติม ให้คณะกรรมการรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่ผู้ว่าการกำหนด ความเห็นของคณะกรรมการต้องมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่แจ้งชัดและต้องมีพยานหลักฐานที่สนับสนุนประกอบด้วย ความเห็นของคณะกรรมการไม่ผูกมัดผู้ว่าการที่จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ว่าการได้รับผลการพิจารณาของคณะกรรมการแล้ว ให้วินิจฉัยสั่งการว่าการประปานครหลวงจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายหรือไม่ พนักงานหรือลูกจ้างผู้กระทำให้เกิดความเสียหาย จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่การประปานครหลวงชดใช้แก่บุคคลภายนอกดังกล่าวแก่การประปานครหลวงหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าใด แต่ยังมิต้องแจ้งการสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ให้ผู้ว่าการส่งสำนวนภายใน ๗ วัน นับแต่วันวินิจฉัยสั่งการให้กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบ เว้นแต่เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดว่า ไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจสอบ ในระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ให้ผู้ว่าการสั่งการให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบตระเตรียมเรื่องให้พร้อมสำหรับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหาย การออกคำสั่งให้พนักงานหรือลูกจ้างผู้ต้องรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่การประปานครหลวงหรือดำเนินการฟ้องคดีเพื่อมิให้ขาดอายุความ ถ้ากระทรวงการคลังไม่แจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบก่อนอายุความสิ้นสุดไม่น้อยกว่า ๖ เดือน ให้ผู้ว่าการมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อกระทรวงการคลังพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ผู้ว่าการมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลังและแจ้งคำสั่งนั้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ในกรณีที่กระทรวงการคลังเห็นว่า มีผู้ต้องรับผิดให้ผู้ว่าการออกคำสั่งให้ผู้ต้องรับผิดนั้นชำระค่าสินไหมทดแทนหรือฟ้องคดีต่อศาลอย่าให้ขาดอายุความ

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การแจ้งคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ ให้แจ้งด้วยว่าผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และฟ้องคดีต่อศาลได้ พร้อมกับแจ้งกำหนดอายุความร้องทุกข์และอายุความฟ้องคดีต่อศาลให้ทราบด้วย

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่การประปานครหลวงต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานหรือลูกจ้าง ความรับผิดของพนักงานจะมีหรือไม่มีและเพียงใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การประปานครหลวงกำหนดโดยการประปานครหลวงจะไล่เบี้ยเอาจากพนักงานหรือลูกจ้างในภายหลัง

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้อยู่ในข่ายต้องรับผิดตาย ให้รีบดำเนินการตามข้อบังคับนี้โดยอนุโลมเพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็วและระมัดระวังอย่าให้ขาดอายุความมรดก ในกรณีที่ผู้ว่าการเห็นว่าผู้นั้นต้องรับผิดให้แจ้งผู้จัดการมรดกหรือทายาทของผู้นั้นชำระค่าสินไหมทดแทนแก่การประปานครหลวงหากได้รับการปฏิเสธหรือเพิกเฉยให้ฝ่ายกฎหมายส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อฟ้องร้องผู้จัดการมรดกหรือทายาทต่อไป

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีที่ผู้ต้องรับผิดขอผ่อนชำระค่าสินไหมทดแทนให้กำหนดจำนวนเงินที่ขอผ่อนชำระนั้นตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงรายได้ ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพตามฐานานุรูปของผู้ต้องรับผิด ความรับผิดที่บุคคลนั้นมีอยู่ตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีและพฤติการณ์แห่งกรณีประกอบด้วย ในการให้ผ่อนชำระต้องจัดให้มีผู้คำประกันและในกรณีที่เห็นสมควร จะให้วางหลักฐานประกันด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุโลม

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรณีผู้ต้องรับผิดไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้ผู้ว่าการผ่อนผันตามความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุโลม และต้องไม่ดำเนินคดีล้มละลายแก่ผู้นั้น แต่ถ้าการที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้นั้นเกิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของผู้ต้องรับผิดหรือผู้ต้องรับผิดกระทำการใด ๆ อันเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเพื่อให้การประปานครหลวงไม่ได้รับชำระหนี้ครบถ้วน ให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีล้มละลาย

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การประนีประนอมยอมความไม่ว่าจะเกิดขึ้นในขั้นตอนใดต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังก่อน เว้นแต่กระทรวงการคลังจะประกาศกำหนดเป็นอย่างอื่น

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้ผู้ว่าการรักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจระเบียบหรือหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ อภัย จันทนจุลกะ ประธานกรรมการการประปานครหลวง พรพิมล/แก้ไข ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๕ สุเมธ/ปรับปรุง ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๙๒ ง/หน้า ๒๓๕/๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๑

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

ค้นต่อจากนี้