法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ 110 ว่าด้วย หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางละเมิด กรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก พ.ศ. 2541

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับการประปานครหลวง

ข้อบังคับการประปานครหลวง

ฉบับที่ ๑๑๐

ว่าด้วย

หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด

กรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก

พ.ศ. ๒๕๔๑[๑]

โดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ ขึ้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๙

ให้รัฐวิสาหกิจมีระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่สำหรับหน่วยงานให้สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

ซึ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับดังกล่าว

กำหนดให้ใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจเฉพาะกรณีตามหมวด ๑ คือ

กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐการประปานครหลวงจึงต้องวางข้อบังคับสำหรับกรณีตามหมวด

๒ คือ กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก

ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ (๔)

แห่งพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ. ๒๕๑๐

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประปานครหลวง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒

คณะกรรมการการประปานครหลวงจึงวางข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการประปานครหลวง

ฉบับที่ ๑๑๐

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดกรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก

พ.ศ. ๒๕๔๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๑

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง

และวิธีปฏิบัติใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้

หรือซึ่งขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการการประปานครหลวง

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

กรณีพนักงานหรือลูกจ้างของการประปานครหลวงกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก

“ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดอย่างใด ๆ

แต่ไม่รวมถึงการออกคำสั่งหรือกฎ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก

ถ้าพนักงานหรือลูกจ้างผู้นั้นเห็นว่า ความเสียหายเกิดขึ้นเนื่องในการที่ตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่

ให้พนักงานหรือลูกจ้างผู้นั้นแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นโดยไม่ชักช้า

และให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นที่ได้รับแจ้งการเกิดความเสียหายดังกล่าวรายงานตามลำดับชั้นถึงผู้ว่าการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้เสียหายยื่นคำขอให้การประปานครหลวงชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ให้การประปานครหลวงรับคำขอนั้นและดำเนินการตามข้อบังคับนี้โดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อได้รับรายงานตามข้อ ๕ หรือได้รับคำขอตามข้อ ๖

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ประธานและกรรมการรวมกันไม่เกิน ๕ คน

เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นว่าความเสียหายนั้น

พนักงานหรือลูกจ้างได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

การประปานครหลวงจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายหรือไม่

พนักงานหรือลูกจ้างผู้กระทำให้เกิดความเสียหายจะต้องรับผิดชอบหรือไม่เพียงใด

ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ ให้กำหนดเวลาแล้วเสร็จของการพิจารณาของคณะกรรมการไว้โดยคำนึงถึงอายุความด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาล

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการโดยไม่ชักช้า

เว้นแต่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวไว้แล้วและให้ฝ่ายกฎหมายประสานงานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อเตรียมการต่อสู้คดีต่อไปพร้อมทั้งรายงานให้กระทรวงการคลังทราบและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาล

ถ้าผู้ว่าการเห็นว่าความเสียหายเกิดจากพนักงานหรือลูกจ้างมิได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่หรือเมื่อได้ฟังความเห็นของคณะกรรมการหรือได้รับทราบผลการพิจารณาของกระทรวงการคลังแล้ว

เห็นว่าความเสียหายเกิดจากพนักงานหรือลูกจ้างมิได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ให้เรียกพนักงานหรือลูกจ้างผู้นั้นเข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ถ้าผลการพิจารณาของผู้ว่าการยุติเป็นที่สุดว่า

ความเสียหายเกิดจากพนักงานหรือลูกจ้างได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่

จะต้องไม่มีการเรียกพนักงานหรือลูกจ้างเข้ามาเป็นคู่ความในคดี

แต่ถ้าผู้เสียหายได้ฟ้องพนักงานหรือลูกจ้างต่อศาลก่อนแล้วหรือมีการเรียกพนักงานหรือลูกจ้างเข้ามาเป็นคู่ความในคดีก่อนแล้วให้ดำเนินการแถลงต่อศาลเพื่อให้พนักงานหรือลูกจ้างมีโอกาสพ้นจากการเป็นคู่ความในคดีและให้การช่วยเหลือทางคดีแก่พนักงานหรือลูกจ้างในระหว่างนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการประชุมคณะกรรมการ

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน

มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการที่ไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุม

อาจทำความเห็นแย้งมติที่ประชุมรวมไว้ในความเห็นของคณะกรรมการได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการปฏิบัติหน้าที่

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำละเมิด

โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง

รับฟังพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบเอกสารวัตถุหรือสถานที่

ให้คณะกรรมการปฏิบัติตามแนวทางการสอบข้อเท็จจริง

การทำบันทึกและการรายงานผลที่กระทรวงการคลังกำหนดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

คณะกรรมการต้องให้โอกาศแก่ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ที่อยู่ในข่ายต้องรับผิดได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนอย่างเพียงพอและเป็นธรรม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว

ให้เสนอความเห็นไปยังผู้ว่าการ ถ้าผู้ว่าการขอให้ทบทวนหรือสอบสวนเพิ่มเติม

ให้คณะกรรมการรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่ผู้ว่าการกำหนด

ความเห็นของคณะกรรมการต้องมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่แจ้งชัดและต้องมีพยานหลักฐานที่สนับสนุนประกอบด้วย

ความเห็นของคณะกรรมการไม่ผูกมัดผู้ว่าการที่จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ว่าการได้รับผลการพิจารณาของคณะกรรมการแล้ว

ให้วินิจฉัยสั่งการว่าการประปานครหลวงจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายหรือไม่

พนักงานหรือลูกจ้างผู้กระทำให้เกิดความเสียหาย

จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่การประปานครหลวงชดใช้แก่บุคคลภายนอกดังกล่าวแก่การประปานครหลวงหรือไม่

และเป็นจำนวนเท่าใด แต่ยังมิต้องแจ้งการสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ

ให้ผู้ว่าการส่งสำนวนภายใน ๗ วัน

นับแต่วันวินิจฉัยสั่งการให้กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบ

เว้นแต่เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดว่า

ไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจสอบ

ในระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง

ให้ผู้ว่าการสั่งการให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบตระเตรียมเรื่องให้พร้อมสำหรับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหาย

การออกคำสั่งให้พนักงานหรือลูกจ้างผู้ต้องรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่การประปานครหลวงหรือดำเนินการฟ้องคดีเพื่อมิให้ขาดอายุความ

ถ้ากระทรวงการคลังไม่แจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบก่อนอายุความสิ้นสุดไม่น้อยกว่า

๖ เดือน ให้ผู้ว่าการมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อกระทรวงการคลังพิจารณาเสร็จแล้ว

ให้ผู้ว่าการมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลังและแจ้งคำสั่งนั้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ

ในกรณีที่กระทรวงการคลังเห็นว่า มีผู้ต้องรับผิดให้ผู้ว่าการออกคำสั่งให้ผู้ต้องรับผิดนั้นชำระค่าสินไหมทดแทนหรือฟ้องคดีต่อศาลอย่าให้ขาดอายุความ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การแจ้งคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบตามข้อ ๑๕ และข้อ

๑๖

ให้แจ้งด้วยว่าผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และฟ้องคดีต่อศาลได้

พร้อมกับแจ้งกำหนดอายุความร้องทุกข์และอายุความฟ้องคดีต่อศาลให้ทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ในกรณีที่การประปานครหลวงต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานหรือลูกจ้าง

ความรับผิดของพนักงานจะมีหรือไม่มีและเพียงใด

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การประปานครหลวงกำหนดโดยการประปานครหลวงจะไล่เบี้ยเอาจากพนักงานหรือลูกจ้างในภายหลัง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้อยู่ในข่ายต้องรับผิดตาย

ให้รีบดำเนินการตามข้อบังคับนี้โดยอนุโลมเพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็วและระมัดระวังอย่าให้ขาดอายุความมรดก

ในกรณีที่ผู้ว่าการเห็นว่าผู้นั้นต้องรับผิดให้แจ้งผู้จัดการมรดกหรือทายาทของผู้นั้นชำระค่าสินไหมทดแทนแก่การประปานครหลวงหากได้รับการปฏิเสธหรือเพิกเฉยให้ฝ่ายกฎหมายส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ

เพื่อฟ้องร้องผู้จัดการมรดกหรือทายาทต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

กรณีที่ผู้ต้องรับผิดขอผ่อนชำระค่าสินไหมทดแทนให้กำหนดจำนวนเงินที่ขอผ่อนชำระนั้นตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงรายได้

ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพตามฐานานุรูปของผู้ต้องรับผิด

ความรับผิดที่บุคคลนั้นมีอยู่ตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีและพฤติการณ์แห่งกรณีประกอบด้วย

ในการให้ผ่อนชำระต้องจัดให้มีผู้คำประกันและในกรณีที่เห็นสมควร

จะให้วางหลักฐานประกันด้วยก็ได้

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรณีผู้ต้องรับผิดไม่สามารถชำระหนี้ได้

ให้ผู้ว่าการผ่อนผันตามความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุโลม

และต้องไม่ดำเนินคดีล้มละลายแก่ผู้นั้น แต่ถ้าการที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้นั้นเกิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของผู้ต้องรับผิดหรือผู้ต้องรับผิดกระทำการใด

อันเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเพื่อให้การประปานครหลวงไม่ได้รับชำระหนี้ครบถ้วน

ให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การประนีประนอมยอมความไม่ว่าจะเกิดขึ้นในขั้นตอนใดต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังก่อน

เว้นแต่กระทรวงการคลังจะประกาศกำหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ผู้ว่าการรักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจระเบียบหรือหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

อภัย จันทนจุลกะ

ประธานกรรมการการประปานครหลวง

พรพิมล/แก้ไข

๒ กรกฎาคม ๒๕๔๕

สุเมธ/ปรับปรุง

๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๙๒ ง/หน้า ๒๓๕/๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๑

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ 110 ว่าด้วย หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางละเมิด กรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก พ.ศ. 2541 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_afcd38cfac25cffb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com