ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กด. 15/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับประมวล)
แท็บใหม่ ↗ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่ กด. 15/2562
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกและแต่งตั้ง
กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(ฉบับประมวล)
เพื่อให้การแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
มีความโปร่งใสและสะท้อนการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุน (stakeholders) รวมทั้งเพื่อให้บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่งเสริมและรักษาความมั่นคง ความเป็นธรรมในระบบการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้มีความเรียบร้อย
และสามารถตรวจสอบได้ โดยมุ่งที่จะคุ้มครองผู้ลงทุนและคํานึงถึงประโยชน์ของตลาดทุนในภาพรวม (public independent director)
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 14 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 และมาตรา 159/1 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562คณะกรรมการ ก.ล.ต.ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ “ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ในการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการ ก.ล.ต.
จะดําเนินการดังต่อไปนี้
(1) กําหนดให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลตามประเภทหรือลักษณะที่กําหนดในหมวด 1 เป็นผู้มีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์
(2) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทําหน้าที่กลั่นกรองรายชื่อบุคคลที่เข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามที่กําหนดในหมวด 2 ในกรณีที่เห็นสมควร
(3) พิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์ที่จําเป็นต่อ
การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เพื่อเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่กําหนดในหมวด 3
(4) แจ้งรายชื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งและเปิดเผยต่อสาธารณะ
เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์
หมวด ๑ การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือก
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ นิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุนในประเภทหรือลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นผู้ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สามารถพิจารณากําหนดให้มีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(1) นิติบุคคลที่มีบทบาทเสมือนตัวแทนของภาคผู้ลงทุนหรือผู้ระดมทุน
(2) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์
(3) นิติบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงานให้เป็นองค์กรกํากับดูแลตนเอง
นิติบุคคลหรือคณะบุคคลตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลงานที่เป็นการส่งเสริมและพัฒนา
ที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือเป็นนิติบุคคลที่มีบทบาทเสมือนตัวแทนของภาคผู้ลงทุนที่ดําเนินการแทนหรือเพื่อประโยชน์ของสมาชิกจํานวนมาก
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ เมื่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้กําหนดนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีสิทธิเสนอชื่อตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 4 แล้ว ให้สํานักงานแจ้งให้นิติบุคคลและคณะบุคคลดังกล่าวเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามจํานวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่จะมีการแต่งตั้งในแต่ละครั้ง และเสนอชื่อภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด
การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทําหน้าที่พิจารณา
กลั่นกรองรายชื่อบุคคลที่เข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองรายชื่อที่ได้รับตามข้อ 5 โดยพิจารณาจากบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
(1) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 เว้นแต่กรณีที่บุคคลดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160(4) และได้ดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในข้อ 7/1 แล้ว
(2) มีองค์ความรู้หรือประสบการณ์ตามข้อ 8/1 ให้คณะอนุกรรมการเสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมตามวรรคหนึ่ง ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ พร้อมระบุเหตุผลประกอบการเสนอชื่อ
(1) เสนอรายชื่อเท่ากับ 2 เท่าของจํานวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่จะแต่งตั้ง
(2) เสนอรายชื่อน้อยกว่า 2 เท่าของจํานวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่จะแต่งตั้ง เฉพาะกรณีที่รายชื่อที่ได้รับจากผู้มีสิทธิเสนอชื่อตามข้อ 5 มีจํานวนน้อยกว่า 2 เท่าของจํานวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่จะแต่งตั้ง
แท็บใหม่ ↗ข้อ 7/1[1](#_ftn1) ในกรณีที่บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ 5 มีลักษณะต้องห้ามตาม
มาตรา 160(4) บุคคลนั้นต้องจัดให้มีคํารับรองว่ายินยอมลาออกจากตําแหน่งที่เป็นลักษณะต้องห้ามดังกล่าวโดยให้มีผลก่อนวันที่เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการตลาดหลักทรัพย์
หมวด ๓ การคัดเลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ บุคคลที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะคัดเลือกและแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 เว้นแต่กรณีที่บุคคลดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160(4) และได้ดําเนินการตามข้อ 7/1 แล้ว
แท็บใหม่ ↗ข้อ 8/1[1](#_ftn1) เพื่อให้องค์คณะของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประกอบด้วยบุคคลที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่หลากหลาย ในการคัดเลือกและแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะต้องคํานึงถึงบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย
(1) มีประสบการณ์การเป็นหรือเคยเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(2) มีความรู้หรือประสบการณ์ที่จําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ ในด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านดังนี้
(ก) กลยุทธ์ทางธุรกิจหรือทางการตลาด
(ข) การบริหารความเสี่ยง
(ค) ดิจิทัล
(ง) กฎหมายธุรกิจ การเงิน ตลาดทุน หรือกฎ กติกาสากล ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน
(จ) การแข่งขันระหว่างประเทศ
(ฉ) บัญชี
ในการพิจารณาความรู้หรือประสบการณ์ตามวรรคหนึ่ง (2) คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะให้น้ําหนักเพิ่มขึ้นกับบุคคลที่มีความรู้หรือประสบการณ์ดังกล่าวในกิจการตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจการเงิน
ในการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละครั้ง คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดความรู้หรือประสบการณ์เฉพาะด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านตามวรรคหนึ่ง (2) ก็ได้ โดยคํานึงถึงบทบาท หน้าที่ หรือภารกิจตามที่กําหนดไว้ในกฎหมาย รวมถึงความจําเป็นเชิงกลยุทธ์และพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ บุคคลที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะคัดเลือกและแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 เว้นแต่กรณีที่บุคคลดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160(4) และได้ดําเนินการตามข้อ 7/1 แล้ว
แท็บใหม่ ↗ข้อ 8/1[1](#_ftn1) เพื่อให้องค์คณะของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประกอบด้วยบุคคลที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่หลากหลาย ในการคัดเลือกและแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะต้องคํานึงถึงบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย
(1) มีประสบการณ์การเป็นหรือเคยเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(2) มีความรู้หรือประสบการณ์ที่จําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ ในด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านดังนี้
(ก) กลยุทธ์ทางธุรกิจหรือทางการตลาด
(ข) การบริหารความเสี่ยง
(ค) ดิจิทัล
(ง) กฎหมายธุรกิจ การเงิน ตลาดทุน หรือกฎ กติกาสากล ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน
(จ) การแข่งขันระหว่างประเทศ
(ฉ) บัญชี
ในการพิจารณาความรู้หรือประสบการณ์ตามวรรคหนึ่ง (2) คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะให้น้ําหนักเพิ่มขึ้นกับบุคคลที่มีความรู้หรือประสบการณ์ดังกล่าวในกิจการตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจการเงิน
ในการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละครั้ง คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดความรู้หรือประสบการณ์เฉพาะด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านตามวรรคหนึ่ง (2) ก็ได้ โดยคํานึงถึงบทบาท หน้าที่ หรือภารกิจตามที่กําหนดไว้ในกฎหมาย รวมถึงความจําเป็นเชิงกลยุทธ์และพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ในการคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะใช้วิธีการคัดเลือกโดยการออกเสียงลงคะแนน โดยกรรมการ ก.ล.ต. แต่ละท่านจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ไม่เกินจํานวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่จะได้รับการแต่งตั้ง และใช้วิธีการลงคะแนนเป็นการลับ ทั้งนี้ บุคคลที่จะได้รับการคัดเลือกต้องเป็นบุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงข้างมากของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่มาประชุม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ ในกรณีที่บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นบุคคลตามข้อ 7/1 และบุคคลดังกล่าวมิได้ลาออกจากตําแหน่งที่ทําให้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160(4) ตามที่ได้แจ้งไว้ในคํารับรองของตน ให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนั้น โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์จากบุคคลอื่นที่อยู่ในรายชื่อตามที่คณะอนุกรรมการเสนอตามข้อ 7 แทน
หากไม่มีบุคคลอื่นเหลืออยู่ในรายชื่อตามที่คณะอนุกรรมการเสนอตามข้อ 7 หรือ
ไม่มีบุคคลใดได้รับการคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะดําเนินการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามประกาศนี้ใหม่สําหรับตําแหน่งที่ยังว่างอยู่
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
(นายวรวิทย์ จําปีรัตน์)
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).