ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การดำรงสินทรัพย์ของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 19 ธ.ค. 2543 (2000-12-19) · 6 ข้อ
ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การดำรงสินทรัพย์ของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกประกาศ ด้งต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การดำรงสินทรัพย์ของสาขา
ธนาคารต่างประเทศ ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน
ข้อ ๒ สาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการธนาคาร
พาณิชย์ ตามมาตรา ๖ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๑๒๕ ล้านบาท
ข้อ ๓ สินทรัพย์ที่สาขาของธนาคารต่างประเทศต้องดำรงตามข้อ ๒ มีดังนี้
(๑) เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์รัฐบาลไทย พันธบัตร
ธนาคารแห่งประเทศไทย และพันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(๒) หุ้น หุ้นกู้ หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารเพื่อการเกษตร
และสหกรณ์การเกษตร หรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(๓) หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
ต้นเงินและดอกเบี้ย
(๔) หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยองค์การของรัฐหรือ
รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือรัฐวิสาหกิจอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบ
(๕) อสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับพนักงาน
และลูกจ้าง โดยหักค่าเสื่อมราคาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบ
ข้อ ๔ ในการดำรงสินทรัพย์ตามข้อ ๓ สาขาของธนาคารต่างประเทศต้องปฏิบัติ
ตามวิธีการและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) สินทรัพย์ที่ดำรงต้องปราศจากภาระผูกพัน
(๒) สินทรัพย์ที่ดำรงต้องเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากสินทรัพย์สภาพคล่อง ซึ่งต้อง
ดำรงไว้ตามมาตรา ๑๑ ตรี
(๓) สำหรับสินทรัพย์ตามข้อ ๓ (๑) - (๔) ให้คำนวณมูลค่าสินทรัพย์โดยถือ
ตามราคาตลาดหรือราคาทุนแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า
(๔) สำหรับสินทรัพย์ตามข้อ ๓ (๕) ให้ถือเป็นสินทรัพย์ที่ดำรงได้ไม่เกินร้อยละ
๒๐ ของสินทรัพย์ที่ต้องดำรง
(๕) สินทรัพย์ที่ดำรงต้องจัดหาด้วยเงินทุนตามมาตรา ๖ วรรค ๓
(๖) ในการใช้เงินทุนเพื่อดำรงสินทรัพย์ตามข้อ ๓ สาขาของธนาคารต่างประเทศ
ที่มีบัญชีระหว่างกันกับสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นที่เป็นนิติบุคคลเดียวกันจะต้องมีดุลเป็นลูกหนี้
สุทธิต่อสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นดังกล่าว ในเวลาใดเวลาหนึ่งไม่น้อยกว่าสินทรัพย์ที่ต้องดำรง
ตามข้อ ๓
สำหรับการคำนวณหาดุลเป็นลูกหนี้สุทธิดังกล่าวข้างต้นให้นำยอดที่สาขาของ
ธนาคารต่างประเทศเป็นลูกหนี้สำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นดังกล่าวมาหักด้วย (๑) ยอดที่สาขา
ของธนาคารต่างประเทศนั้นเป็นเจ้าหนี้สำนักงานใหญ่และสาขาอื่นดังกล่าว (ยอดสุทธิบัญชี
ระหว่างกัน) และ (๒) ผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานประจำปีซึ่งได้ผ่านการรับรองจากผู้สอบ
บัญชีในประเทศไทยแล้ว
ข้อ ๕ สาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการธนาคาร
พาณิชย์ตามมาตรา ๖ เฉพาะกิจการวิเทศธนกิจตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การประกอบ
กิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๕ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป
ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาทหรือเทียบเท่า และจะ
ดำรงในรูปสินทรัพย์ใด ๆ ก็ได้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
ธารินทร์ นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
[รก.๒๕๔๓/พ๑๒๙ง/๑/๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๓]
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)