ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. 2530
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 30 ธ.ค. 2530 (1987-12-30) · 57 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ข้อบังคับสภาทนายความ
ข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ
พ.ศ. ๒๕๓๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) (จ) และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐ ไว้ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
นายก หมายความว่า นายกสภาทนายความ
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสภาทนายความ
พนักงาน หมายความว่า พนักงานสภาทนายความ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ ให้นายกมีอำนาจออกระเบียบหรือคำสั่งใด ๆ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
คุณสมบัติ คุณวุฒิ ตำแหน่งและอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้าง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ พนักงานมี ๒ ประเภท ดังนี้
๕.๑ พนักงานประจำ คือ พนักงานที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่เป็นพนักงานประจำ โดยได้รับเงินเดือนเป็นรายเดือน
๕.๒ พนักงานชั่วคราว คือ พนักงานที่ได้รับการบรรจุเข้าฝึกงาน ทดลองงาน หรือจ้างเป็นพนักงานโดยมีกำหนดเวลา ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือรายวันตามคำสั่งการจ้างงาน
ผู้ที่สภาทนายความจ้างให้ปฏิบัติงานชั่วคราว ให้ถือว่าเป็นลูกจ้างชั่วคราวเพื่อปฏิบัติงานเฉพาะกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดตามระยะเวลาของโครงการหรือแผนงาน และไม่อยู่ในบังคับแห่งข้อบังคับนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ พนักงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๖๐ ปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(๕) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้งข้าราชการการเมืองลูกจ้างของกระทรวงทบวงกรมหรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า พนักงานส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกรุงเทพมหานครหรือดำรงตำแหน่งทบวงการเมือง รวมทั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
(๖) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคใดโรคหนึ่งดังต่อไปนี้
ก. โรคเรื้อน
ข. วัณโรค
ค. โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการ
ง. ติดยาเสพติดให้โทษ
จ. โรคพิษสุราเรื้อรัง
ฉ. โรคอื่น ๆ ที่แพทย์เห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
(๗) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ หรือพักงาน
(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ พนักงานต้องมีคุณวุฒิหรือพื้นความรู้ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีคุณสมบัติประจำตำแหน่งพนักงาน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘[๒] ตำแหน่งของพนักงาน มีดังนี้
(๑) หัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ
(๒) รองหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ
(๓) ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ
(๔) หัวหน้าฝ่าย
(๕) รองหัวหน้าฝ่าย
(๖) ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย
(๗) หัวหน้างาน
(๘) รองหัวหน้างาน
(๙) ผู้ช่วยหัวหน้างาน
(๑๐) เจ้าหน้าที่
(๑๑) พนักงาน
(๑๒) พนักงานขับรถ
(๑๓) นักการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘/๑[๓] พนักงานสภาทนายความ ให้ได้รับเงินเดือนที่ได้รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้
(๑) หัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๘
(๒) รองหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ, ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๗
(๓) หัวหน้าฝ่าย ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๖
(๔) รองหัวหน้าฝ่าย, ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๕
(๕) หัวหน้างาน ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๔-๕
(๖) รองหัวหน้างาน, ผู้ช่วยหัวหน้างาน ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๔
(๗) เจ้าหน้าที่ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๓
(๘) พนักงาน ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๑ - ๒
(๙) พนักงานขับรถ, นักการ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๑
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ในกรณีที่พนักงานตำแหน่งใดไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว หรือพนักงานตำแหน่งใดว่างลง ให้นายกมอบหมายให้พนักงานระดับรองลงไปเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน หรือรักษาการแทนเฉพาะงานหรือทั้งหมด เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่งานในหน้าที่นั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ อัตราเงินเดือน หรือค่าจ้างของพนักงาน ให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานที่แนบท้ายข้อบังคับนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ การกำหนดวัน เวลาปฏิบัติงาน การหยุดงาน การลา ของพนักงานให้เป็นไปตามระเบียบที่นายกจะเป็นผู้กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
การบรรจุ และการแต่งตั้ง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ ผู้สมัครเข้าเป็นพนักงานจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของสภาทนายความ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ การบรรจุเข้าเป็นพนักงานประจำ การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง ให้นายกมีอำนาจออกระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
การบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานชั่วคราว หรือลูกจ้างชั่วคราวเพื่อกิจการใดกิจการหนึ่ง ให้นายกเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาจ้างตามที่เห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แก่สภาทนายความ
การบรรจุเข้าดำรงตำแหน่งครั้งแรก จะได้ชั้นใด ระดับใด ให้นายกมีอำนาจออกเป็นระเบียบ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานที่ลาไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อพ้นจากประจำการ หรือได้รับอนุญาตให้ลาพักเพื่อรอการปลดและประสงค์จะกลับเข้าปฏิบัติงาน ให้นายกวางระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการไว้เป็นหลักปฏิบัติ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ การแต่งตั้งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น หรือแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งที่ว่าง ให้นายกเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้ง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ การโยกย้าย สับเปลี่ยนหน้าที่ของพนักงานในฝ่ายหรือต่างฝ่าย ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายหรือสำนักงานนั้น ๆ เสนอความเห็นต่อนายกเพื่อพิจารณาและลงนามในคำสั่ง
การเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ นายกมีอำนาจพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างพนักงานตามบัญชีอัตราเงินเดือน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างพนักงาน โดยปกติให้เลื่อนได้ปีละ ๑ ขั้น ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมของปีที่เลื่อนนั้น และพนักงานที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างจะต้องเป็นผู้ที่
(๑) ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับที่สภาทนายความได้กำหนดไว้ และรักษาวินัยโดยเคร่งครัด
(๒) มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และมีความอุตสาหะบากบั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ทั้งงานที่ได้กระทำไปนั้นเรียบร้อยและเป็นผลดี
(๓) ได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่มีคุณภาพและปริมาณงานสมควรที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง
(๔) ในรอบปีที่แล้วมาได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่เป็นพนักงานประจำหรือเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือปรับขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างมาแล้วไม่น้อยกว่า ๘ เดือน โดยนับตั้งแต่เดือนแรกของปีเป็นต้นไป
(๕) ในรอบปีที่แล้วมา มีวันลากิจและลาป่วยในกรณีเจ็บป่วยที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน รวมกันไม่ถึง ๔๕ วัน
(๖) ในรอบปีที่แล้วมา มาทำงานสายไม่เกิน ๒๔ ครั้ง
(๗) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(๘) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัย
(๙) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งพักงานเกินกว่า ๖๐ วัน
ในรอบปีที่แล้วมา หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปีนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๙ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนเกินกว่าหนึ่งขั้น ให้อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๘ และในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ
(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่นจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้
(๒) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ต้องเสี่ยงอันตรายเป็นกรณีพิเศษ
(๓) ปฏิบัติงานเกินกว่าตำแหน่งหน้าที่จนเกิดประโยชน์ต่อสภาทนายความเป็นพิเศษ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย
(๔) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสภาทนายความเป็นพิเศษ และสภาทนายความได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่มนั้น
(๕) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษ และงานนั้นได้ผลดียิ่ง
(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการใดกิจการหนึ่งจนสำเร็จเป็นผลดียิ่งแก่สภาทนายความ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๐ ผู้ซึ่งสมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นกรณีพิเศษเกินกว่า ๑ ขั้น ตามข้อ ๑๙ แต่ขาดหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๘ (๔) ถ้าผู้นั้นได้รับการบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่เป็นพนักงานประจำแล้ว หรือเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือปรับเงินเดือนหรือค่าจ้างมาแล้วตั้งแต่ ๖ เดือนขึ้นไปให้เลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างได้ไม่เกิน ๑ ขั้น
วินัย และการรักษาวินัย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๑ พนักงานต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย ต้องได้รับโทษตามที่กล่าวไว้ในหมวดนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๒ พนักงานต้องปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ห้ามมิให้ผู้อื่นอาศัย หรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ของตน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
การปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๓ พนักงานต้องรักษาความลับของสภาทนายความ
การเปิดเผยความลับของสภาทนายความอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่สภาทนายความ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๔ พนักงานต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานหรือชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งของสภาทนายความ โดยมิให้ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง
การขัดคำสั่ง หรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งของสภาทนายความอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่สภาทนายความ ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๕ พนักงานต้องปฏิบัติงานโดยมิให้เป็นการกระทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษเป็นครั้งคราว
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๖ พนักงานต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิด ข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สภาทนายความ เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๗ พนักงานต้องสนับสนุนนโยบายของสภาทนายความและต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสภาทนายความให้เกิดผลดีและมีความก้าวหน้าแก่สภาทนายความด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสภาทนายความ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๘ พนักงานต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่กิจการงานของสภาทนายความ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานมิได้
การละทิ้งหน้าที่การงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่สภาทนายความอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่การงานติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าเจ็ดวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือมีพฤติการณ์แสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งและข้อบังคับของสภาทนายความ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๙ พนักงานต้องสุภาพเรียบร้อยและรักษาความสามัคคีระหว่างพนักงาน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่การงาน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๐ พนักงานต้องสุภาพเรียบร้อยให้การต้อนรับ ให้ความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อในการงานอันเกี่ยวกับหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๑ พนักงานต้องไม่กระทำการ หรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเป็นธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ของตน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๒ พนักงานต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว เช่น ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เสพของมึนเมาจนไม่สามารถครองสติได้ หมกมุ่นในการพนัน หรือประพฤติผิดศีลธรรมอันดี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๓ การกระทำความผิดทางอาญาจนกระทั่งได้รับโทษจำคุกหรือโทษหนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือได้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๔ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริมและระมัดระวังดูแลผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามวินัย
ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อนี้โดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๕ โทษผิดวินัยมี ๖ สถาน
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง
(๓) ลดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง
(๔) ให้ออก
(๕) ปลดออก
(๖) ไล่ออก
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๖ การลงโทษพนักงาน นายกเป็นผู้มีอำนาจสั่งลงโทษพนักงานได้ตามข้อ ๓๕ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๗ การลงโทษพนักงาน ต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิด ทั้งนี้ ต้องอย่าให้เป็นไปโดยพยาบาท หรือโทสะจริต หรือลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ข้อใด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๘ พนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้สั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือลดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างตามควรแก่กรณี ให้เหมาะสมกับความผิด ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย หรือมีเหตุอันควรลดหย่อน ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน
ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและเป็นความผิดครั้งแรก ถ้าเห็นว่ามีเหตุอันควรงดโทษจะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือนหรือให้ทำทัณฑ์บนหรือเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๙ พนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจะต้องได้รับโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลงโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าให้ออก
พนักงานผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเห็นว่ากรณีมีมูลอันควรสอบสวน ให้นายกตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการสอบสวนโดยไม่ชักช้า จำนวนของกรรมการจะมีเท่าใดให้นายกเป็นผู้กำหนด แต่มิให้เกิน ๕ คน แต่ไม่ต่ำกว่า ๓ คน
ในการสอบสวนจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๐ ให้คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนให้เสร็จภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้ง หากไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการสอบสวนขอขยายระยะเวลาสอบสวนต่อนายกได้อีกไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๑๕ วัน
ในการพิจารณา ให้คณะกรรมการสอบสวนตัดสินโดยการลงมติถือเอาเสียงข้างมาก
ผู้ถูกกล่าวหาอาจอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการสอบสวนต่อนายกโดยต้องแสดงว่าคำสั่งของคณะกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้องอย่างไร ภายใน ๗ วันนับจากวันทราบคำสั่ง เพื่อประโยชน์แห่งการนี้นายกมีอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารที่ได้แสดงไว้แล้วต่อคณะกรรมการสอบสวนมาประกอบการพิจารณา คำสั่งของนายกเป็นที่สุด
การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุแห่งการเพิ่มโทษ แต่หากสมควรจะลดโทษก็ได้แต่มิให้ลดต่ำเกินกว่า ๑ ขั้นของโทษเดิม
การถอดถอน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๑ นายกมีอำนาจถอดถอนพนักงานให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๒ พนักงานพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ให้ออก
(๔) ไล่ออก
(๕) ปลดออก
(๖) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๓ พนักงานผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหน้าที่เพราะตายให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงวันตาย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๔ พนักงานผู้ใดประสงค์จะลาออก ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าสมควรจะอนุญาตให้ลาออกหรือไม่ หรือควรยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้ก่อนตามหลักเกณฑ์ในข้อนี้ พร้อมด้วยหลักฐานโดยชัดเจนและมูลเหตุอื่นที่ขอลาออก นอกจากที่ระบุไว้ในใบลาออก รายงานเสนอตามลำดับจนถึงนายกภายในกำหนดเวลาไม่เกิน ๒๐ วัน เมื่อนายกมีคำสั่งให้ลาออกแล้วจึงให้ถือว่าพนักงานผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยการลาออก
ถ้าได้รับหนังสือลาออกภายในระยะเวลาน้อยกว่ากำหนด ๓๐ วัน และผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียแก่การทำงาน ประกอบทั้งผู้ขอลาออกมีเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องขอลาออกโดยด่วนก็ให้อยู่ในดุลยพินิจที่จะรับพิจารณาได้เป็นการเฉพาะราย
นายกมีอำนาจยับยั้งการลาออกในกรณีต่อไปนี้
(๑) ผู้ขอลาออกมีเรื่องถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยหรือกระทำผิดทางอาญาซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ให้ยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลของเรื่องที่ถูกกล่าวหา แต่เมื่อเรื่องถึงที่สุดแล้ว พนักงานผู้นั้นไม่ถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก จึงอนุญาตให้ลาออกได้ หากพนักงานผู้นั้นถูกสั่งลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก จะอนุญาตให้ลาออกไม่ได้
(๒) พนักงานผู้ขอลาออกมีภาระผูกพันหรือหนี้สินกับสภาทนายความให้ยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้ก่อนจนกว่าพนักงานผู้นั้นจะปลดเปลื้องภาระผูกพันหรือหนี้สินที่มีให้หมดสิ้น หรือได้ทำความตกลงให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
(๓) พนักงานผู้ขอลาออกยังส่งมอบงานไม่แล้วเสร็จ
การสั่งอนุญาตให้ลาออกหรือไม่ หรือการยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกให้นายกสั่งภายในกำหนดเวลาไม่เกิน ๑๐ วัน นับแต่วันที่รับเรื่องการขอลาออก
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๕ นายกอาจสั่งให้พนักงานผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยการให้ออกในกรณีข้อหนึ่งข้อใด ต่อไปนี้
(๑) พนักงานผู้นั้นเจ็บป่วยเกินกำหนดเวลาในรอบปี ตามระเบียบของสภาทนายความว่าด้วยการลาและนายกเห็นสมควรให้ออก
(๒) พนักงานผู้นั้นหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานของตน หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่หรือบกพร่องต่อหน้าที่
(๓) พนักงานผู้นั้นต้องหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงและการสอบสวนไม่ได้เป็นความสัตย์ว่าได้กระทำผิดที่จะถูกไล่ออกหรือปลดออก แต่มีมลทินมัวหมอง หรือมีพฤติการณ์อันไม่น่าเป็นที่ไว้วางใจ ซึ่งจะให้ปฏิบัติงานต่อไปอาจเป็นการเสียหายแก่สภาทนายความ
(๔) พนักงานผู้นั้นต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) พนักงานผู้นั้นต้องถูกยุบเลิกตำแหน่ง โดยไม่มีตำแหน่งอื่นที่จะแต่งตั้งให้เหมาะสมได้
(๖) พนักงานผู้นั้นขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๖ พนักงานผู้ใดประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ลาออกก่อนวันรับสมัครเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๗ วัน
พนักงานผู้ใดไม่ลาออกตามวรรคหนึ่ง ให้นายกสั่งปลดออก
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๗ ภายใต้บังคับข้อ ๓๙ เมื่อพนักงานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงดังต่อไปนี้ ให้ไล่ออก
(๑) ทุจริตต่อหน้าที่
(๒) ขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่โดยชอบและขัดคำสั่งนั้น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สภาทนายความ
(๓) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สภาทนายความอย่างร้ายแรง
(๔) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
(๕) ละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่หรือขาดงานติดต่อในคราวเดียวกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเป็นเวลาเกินกว่าเจ็ดวันทำการ
(๖) ต้องคำพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเพราะกระทำหนี้สินขึ้นโดยทุจริต
การพักงาน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๘ นายกมีอำนาจออกคำสั่งให้พนักงานพักงานได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ถูกฟ้องคดีอาญา หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(๒) ถูกฟ้องคดีแพ่งให้ชดใช้ทรัพย์สินแก่สภาทนายความ
(๓) ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๙ ให้งดจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ แก่พนักงานผู้ถูกสั่งให้พักงาน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕๐ ในกรณีที่สั่งให้พักงานพนักงานผู้ใด ถ้าปรากฏว่า
(๑) พนักงานผู้นั้นมิได้กระทำผิดและไม่มีมลทินหรือมัวหมอง ให้นายกสั่งให้พนักงานผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่าและให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้จนเต็มจำนวน
(๒) ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า พนักงานผู้นั้นได้กระทำความผิดแต่มีมลทินหรือมัวหมอง หรือมีพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจซึ่งถ้าจะให้ปฏิบัติงานต่อไปอาจจะเสียหายแก่สภาทนายความ ให้นายกมีอำนาจสั่งให้พนักงานผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งโดยไม่ถือว่าได้กระทำความผิด และให้ออกได้ตั้งแต่วันที่สั่งให้พักงาน
(๓) ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า พนักงานผู้นั้นได้กระทำความผิด แต่มีมลทินหรือมัวหมอง ถ้าเห็นว่าพนักงานผู้นั้นยังอาจเป็นประโยชน์แก่สภาทนายความ ให้นายกสั่งให้พนักงานผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิม แต่ห้ามจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้นั้น
(๔) พนักงานผู้ใดถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษไว้ หรือถูกลงโทษไม่ถึงจำคุกหรือมีความผิดทางวินัยแต่ไม่ถึงกับถูกสั่งไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ให้นายกสั่งให้พนักงานผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิมและให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้ให้ครึ่งหนึ่ง
(๕) พนักงานผู้ใดถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือโทษหนักกว่าจำคุก หรือมีความผิดทางวินัยถูกสั่งไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ห้ามจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง หรือสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕๑ ถ้าผู้ถูกสั่งพักงานตายเสียก่อนคดีหรือกรณีถึงที่สุด และคดีหรือกรณีนั้นจำต้องระงับตามกฎหมาย ให้นายกวินิจฉัยตามหลักฐานเท่าที่มีอยู่ว่า จะจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่นที่งดจ่ายไว้หรือไม่
สวัสดิการพนักงาน[๔]
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕๒[๕] ให้สภาทนายความจัดสวัสดิการแก่พนักงานตามระเบียบที่นายกจะเป็นผู้กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
คำนวณ ชโลปถัมภ์
นายกสภาทนายความ
[เอกสารแนบท้าย]
๑[๖]. บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ(บัญชี ๒)
๒.[๗] ขั้นเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒[๘]
ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓[๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินเดือนพนักงานให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐ ข้อ ๑๐ ได้กำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างของพนักงานให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานที่แนบท้ายข้อบังคับ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐
ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕[๑๐]
บทเฉพาะกาล
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ ในกรณีที่พนักงานสภาทนายความได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในระดับสูงขึ้น ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของระดับที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำในระดับที่เลื่อนขึ้นจึงให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของระดับที่เลื่อนขึ้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ในกรณีที่เงินเดือนในขั้นของระดับที่เลื่อนขึ้นไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นซึ่งมีจำนวนสูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการประกาศใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน หมายเลข ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๕ ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ จึงเป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓ โดยให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ นี้แทน
ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖[๑๑]
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ ในกรณีที่พนักงานสภาทนายความ ได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในระดับสูงขึ้น ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของระดับที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำในระดับที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่เลื่อนขึ้นซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้ ในกรณีที่เงินเดือนในขั้นของระดับที่เลื่อนขึ้น ไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้ ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นซึ่งมีจำนวนสูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ โดยที่ได้กำหนด ตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่าย, ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย, รองหัวหน้างาน และผู้ช่วยหัวหน้างานขึ้นมาใหม่ เพื่อขยายตำแหน่งและรองรับปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตำแหน่งพนักงานใหม่และโดยที่สภาทนายความได้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนบัญชี ๑ (ฉบับที่ ๔) มาตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ นั้น ปรากฏว่าสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้นจำเป็นต้องยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ บัญชี ๒ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖ แทน
มณฑิตา/ผู้จัดทำ
๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒๑ มกราคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๒๗๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๐
[๒] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕ ) พ.ศ. ๒๕๓๖
[๓] ข้อ ๘/๑ เพิ่มโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖
[๔] หมวด ๗ สวัสดิการพนักงาน ข้อ ๕๒ เพิ่มโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒
[๕]
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕๒ เพิ่มโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒
[๖] บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ(บัญชี ๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖
[๗]
ขั้นเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖
[๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๑๔๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๒/๑๖ กันยายน ๒๕๓๒
[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๑๙๖/หน้า ๔๐๔/๒ ตุลาคม ๒๕๓๓
[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๘/หน้า ๔๘/๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๕
[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑/ตอนพิเศษ ๑๔ ง/หน้า ๒๘/๑๑ มีนาคม ๒๕๓๗
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).