รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. 2530

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. 2530

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 30 ธ.ค. 2530 (1987-12-30) · 57 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ข้อบังคับสภาทนายความ ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) (จ) และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐ ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้ “นายก” หมายความว่า นายกสภาทนายความ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาทนายความ “พนักงาน” หมายความว่า พนักงานสภาทนายความ

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ให้นายกมีอำนาจออกระเบียบหรือคำสั่งใด ๆ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ คุณสมบัติ คุณวุฒิ ตำแหน่งและอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้าง

หมวด ๑

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ พนักงานมี ๒ ประเภท ดังนี้ ๕.๑ พนักงานประจำ คือ พนักงานที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่เป็นพนักงานประจำ โดยได้รับเงินเดือนเป็นรายเดือน ๕.๒ พนักงานชั่วคราว คือ พนักงานที่ได้รับการบรรจุเข้าฝึกงาน ทดลองงาน หรือจ้างเป็นพนักงานโดยมีกำหนดเวลา ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือรายวันตามคำสั่งการจ้างงาน ผู้ที่สภาทนายความจ้างให้ปฏิบัติงานชั่วคราว ให้ถือว่าเป็นลูกจ้างชั่วคราวเพื่อปฏิบัติงานเฉพาะกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดตามระยะเวลาของโครงการหรือแผนงาน และไม่อยู่ในบังคับแห่งข้อบังคับนี้

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ พนักงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๖๐ ปีบริบูรณ์ (๓) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๕) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้งข้าราชการการเมืองลูกจ้างของกระทรวงทบวงกรมหรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า พนักงานส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกรุงเทพมหานครหรือดำรงตำแหน่งทบวงการเมือง รวมทั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (๖) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคใดโรคหนึ่งดังต่อไปนี้ ก. โรคเรื้อน ข. วัณโรค ค. โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการ ง. ติดยาเสพติดให้โทษ จ. โรคพิษสุราเรื้อรัง ฉ. โรคอื่น ๆ ที่แพทย์เห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน (๗) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ หรือพักงาน (๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ พนักงานต้องมีคุณวุฒิหรือพื้นความรู้ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีคุณสมบัติประจำตำแหน่งพนักงาน

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘[๒] ตำแหน่งของพนักงาน มีดังนี้ (๑) หัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ (๒) รองหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ (๓) ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ (๔) หัวหน้าฝ่าย (๕) รองหัวหน้าฝ่าย (๖) ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย (๗) หัวหน้างาน (๘) รองหัวหน้างาน (๙) ผู้ช่วยหัวหน้างาน (๑๐) เจ้าหน้าที่ (๑๑) พนักงาน (๑๒) พนักงานขับรถ (๑๓) นักการ

ข้อ ๘/๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘/๑[๓] พนักงานสภาทนายความ ให้ได้รับเงินเดือนที่ได้รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) หัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๘ (๒) รองหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ, ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานสภาทนายความ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๗ (๓) หัวหน้าฝ่าย ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๖ (๔) รองหัวหน้าฝ่าย, ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๕ (๕) หัวหน้างาน ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๔-๕ (๖) รองหัวหน้างาน, ผู้ช่วยหัวหน้างาน ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๔ (๗) เจ้าหน้าที่ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๓ (๘) พนักงาน ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๑ - ๒ (๙) พนักงานขับรถ, นักการ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ๑

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ ในกรณีที่พนักงานตำแหน่งใดไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว หรือพนักงานตำแหน่งใดว่างลง ให้นายกมอบหมายให้พนักงานระดับรองลงไปเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน หรือรักษาการแทนเฉพาะงานหรือทั้งหมด เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่งานในหน้าที่นั้น

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ อัตราเงินเดือน หรือค่าจ้างของพนักงาน ให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานที่แนบท้ายข้อบังคับนี้

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ การกำหนดวัน เวลาปฏิบัติงาน การหยุดงาน การลา ของพนักงานให้เป็นไปตามระเบียบที่นายกจะเป็นผู้กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การบรรจุ และการแต่งตั้ง

หมวด ๒

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ ผู้สมัครเข้าเป็นพนักงานจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของสภาทนายความ

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓ การบรรจุเข้าเป็นพนักงานประจำ การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง ให้นายกมีอำนาจออกระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานชั่วคราว หรือลูกจ้างชั่วคราวเพื่อกิจการใดกิจการหนึ่ง ให้นายกเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาจ้างตามที่เห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แก่สภาทนายความ การบรรจุเข้าดำรงตำแหน่งครั้งแรก จะได้ชั้นใด ระดับใด ให้นายกมีอำนาจออกเป็นระเบียบ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔ การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานที่ลาไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อพ้นจากประจำการ หรือได้รับอนุญาตให้ลาพักเพื่อรอการปลดและประสงค์จะกลับเข้าปฏิบัติงาน ให้นายกวางระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการไว้เป็นหลักปฏิบัติ

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ การแต่งตั้งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น หรือแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งที่ว่าง ให้นายกเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้ง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖ การโยกย้าย สับเปลี่ยนหน้าที่ของพนักงานในฝ่ายหรือต่างฝ่าย ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายหรือสำนักงานนั้น ๆ เสนอความเห็นต่อนายกเพื่อพิจารณาและลงนามในคำสั่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง

หมวด ๓

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗ นายกมีอำนาจพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างพนักงานตามบัญชีอัตราเงินเดือน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างพนักงาน โดยปกติให้เลื่อนได้ปีละ ๑ ขั้น ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมของปีที่เลื่อนนั้น และพนักงานที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างจะต้องเป็นผู้ที่ (๑) ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับที่สภาทนายความได้กำหนดไว้ และรักษาวินัยโดยเคร่งครัด (๒) มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และมีความอุตสาหะบากบั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ทั้งงานที่ได้กระทำไปนั้นเรียบร้อยและเป็นผลดี (๓) ได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่มีคุณภาพและปริมาณงานสมควรที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง (๔) ในรอบปีที่แล้วมาได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่เป็นพนักงานประจำหรือเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือปรับขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างมาแล้วไม่น้อยกว่า ๘ เดือน โดยนับตั้งแต่เดือนแรกของปีเป็นต้นไป (๕) ในรอบปีที่แล้วมา มีวันลากิจและลาป่วยในกรณีเจ็บป่วยที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน รวมกันไม่ถึง ๔๕ วัน (๖) ในรอบปีที่แล้วมา มาทำงานสายไม่เกิน ๒๔ ครั้ง (๗) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๘) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัย (๙) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งพักงานเกินกว่า ๖๐ วัน “ในรอบปีที่แล้วมา” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปีนั้น

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนเกินกว่าหนึ่งขั้น ให้อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๘ และในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ (๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่นจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้ (๒) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ต้องเสี่ยงอันตรายเป็นกรณีพิเศษ (๓) ปฏิบัติงานเกินกว่าตำแหน่งหน้าที่จนเกิดประโยชน์ต่อสภาทนายความเป็นพิเศษ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย (๔) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสภาทนายความเป็นพิเศษ และสภาทนายความได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่มนั้น (๕) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษ และงานนั้นได้ผลดียิ่ง (๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการใดกิจการหนึ่งจนสำเร็จเป็นผลดียิ่งแก่สภาทนายความ

ข้อ ๒๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๐ ผู้ซึ่งสมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นกรณีพิเศษเกินกว่า ๑ ขั้น ตามข้อ ๑๙ แต่ขาดหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๘ (๔) ถ้าผู้นั้นได้รับการบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่เป็นพนักงานประจำแล้ว หรือเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือปรับเงินเดือนหรือค่าจ้างมาแล้วตั้งแต่ ๖ เดือนขึ้นไปให้เลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างได้ไม่เกิน ๑ ขั้น วินัย และการรักษาวินัย

หมวด ๔

ข้อ ๒๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๑ พนักงานต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย ต้องได้รับโทษตามที่กล่าวไว้ในหมวดนี้

ข้อ ๒๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๒ พนักงานต้องปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ห้ามมิให้ผู้อื่นอาศัย หรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ของตน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง การปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๒๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๓ พนักงานต้องรักษาความลับของสภาทนายความ การเปิดเผยความลับของสภาทนายความอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่สภาทนายความ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๒๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๔ พนักงานต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานหรือชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งของสภาทนายความ โดยมิให้ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง การขัดคำสั่ง หรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งของสภาทนายความอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่สภาทนายความ ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๒๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๕ พนักงานต้องปฏิบัติงานโดยมิให้เป็นการกระทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษเป็นครั้งคราว

ข้อ ๒๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๖ พนักงานต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิด ข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สภาทนายความ เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๒๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๗ พนักงานต้องสนับสนุนนโยบายของสภาทนายความและต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสภาทนายความให้เกิดผลดีและมีความก้าวหน้าแก่สภาทนายความด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสภาทนายความ

ข้อ ๒๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๘ พนักงานต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่กิจการงานของสภาทนายความ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานมิได้ การละทิ้งหน้าที่การงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่สภาทนายความอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่การงานติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าเจ็ดวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือมีพฤติการณ์แสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งและข้อบังคับของสภาทนายความ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๒๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๙ พนักงานต้องสุภาพเรียบร้อยและรักษาความสามัคคีระหว่างพนักงาน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่การงาน

ข้อ ๓๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๐ พนักงานต้องสุภาพเรียบร้อยให้การต้อนรับ ให้ความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อในการงานอันเกี่ยวกับหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี

ข้อ ๓๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๑ พนักงานต้องไม่กระทำการ หรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเป็นธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ของตน

ข้อ ๓๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๒ พนักงานต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว เช่น ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เสพของมึนเมาจนไม่สามารถครองสติได้ หมกมุ่นในการพนัน หรือประพฤติผิดศีลธรรมอันดี

ข้อ ๓๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๓ การกระทำความผิดทางอาญาจนกระทั่งได้รับโทษจำคุกหรือโทษหนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือได้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

ข้อ ๓๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๔ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริมและระมัดระวังดูแลผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามวินัย ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อนี้โดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยด้วย

ข้อ ๓๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๕ โทษผิดวินัยมี ๖ สถาน (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง (๓) ลดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง (๔) ให้ออก (๕) ปลดออก (๖) ไล่ออก

ข้อ ๓๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๖ การลงโทษพนักงาน นายกเป็นผู้มีอำนาจสั่งลงโทษพนักงานได้ตามข้อ ๓๕ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ข้อ ๓๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๗ การลงโทษพนักงาน ต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิด ทั้งนี้ ต้องอย่าให้เป็นไปโดยพยาบาท หรือโทสะจริต หรือลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ข้อใด

ข้อ ๓๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๘ พนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยที่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้สั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือลดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างตามควรแก่กรณี ให้เหมาะสมกับความผิด ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย หรือมีเหตุอันควรลดหย่อน ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและเป็นความผิดครั้งแรก ถ้าเห็นว่ามีเหตุอันควรงดโทษจะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือนหรือให้ทำทัณฑ์บนหรือเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้

ข้อ ๓๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๙ พนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจะต้องได้รับโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลงโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าให้ออก พนักงานผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเห็นว่ากรณีมีมูลอันควรสอบสวน ให้นายกตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการสอบสวนโดยไม่ชักช้า จำนวนของกรรมการจะมีเท่าใดให้นายกเป็นผู้กำหนด แต่มิให้เกิน ๕ คน แต่ไม่ต่ำกว่า ๓ คน ในการสอบสวนจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย

ข้อ ๔๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๐ ให้คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนให้เสร็จภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้ง หากไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการสอบสวนขอขยายระยะเวลาสอบสวนต่อนายกได้อีกไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๑๕ วัน ในการพิจารณา ให้คณะกรรมการสอบสวนตัดสินโดยการลงมติถือเอาเสียงข้างมาก ผู้ถูกกล่าวหาอาจอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการสอบสวนต่อนายกโดยต้องแสดงว่าคำสั่งของคณะกรรมการสอบสวนไม่ถูกต้องอย่างไร ภายใน ๗ วันนับจากวันทราบคำสั่ง เพื่อประโยชน์แห่งการนี้นายกมีอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารที่ได้แสดงไว้แล้วต่อคณะกรรมการสอบสวนมาประกอบการพิจารณา คำสั่งของนายกเป็นที่สุด การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุแห่งการเพิ่มโทษ แต่หากสมควรจะลดโทษก็ได้แต่มิให้ลดต่ำเกินกว่า ๑ ขั้นของโทษเดิม การถอดถอน

หมวด ๕

ข้อ ๔๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๑ นายกมีอำนาจถอดถอนพนักงานให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ข้อ ๔๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๒ พนักงานพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ให้ออก (๔) ไล่ออก (๕) ปลดออก (๖) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖

ข้อ ๔๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๓ พนักงานผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหน้าที่เพราะตายให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงวันตาย

ข้อ ๔๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๔ พนักงานผู้ใดประสงค์จะลาออก ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าสมควรจะอนุญาตให้ลาออกหรือไม่ หรือควรยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้ก่อนตามหลักเกณฑ์ในข้อนี้ พร้อมด้วยหลักฐานโดยชัดเจนและมูลเหตุอื่นที่ขอลาออก นอกจากที่ระบุไว้ในใบลาออก รายงานเสนอตามลำดับจนถึงนายกภายในกำหนดเวลาไม่เกิน ๒๐ วัน เมื่อนายกมีคำสั่งให้ลาออกแล้วจึงให้ถือว่าพนักงานผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยการลาออก ถ้าได้รับหนังสือลาออกภายในระยะเวลาน้อยกว่ากำหนด ๓๐ วัน และผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียแก่การทำงาน ประกอบทั้งผู้ขอลาออกมีเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องขอลาออกโดยด่วนก็ให้อยู่ในดุลยพินิจที่จะรับพิจารณาได้เป็นการเฉพาะราย นายกมีอำนาจยับยั้งการลาออกในกรณีต่อไปนี้ (๑) ผู้ขอลาออกมีเรื่องถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยหรือกระทำผิดทางอาญาซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ให้ยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลของเรื่องที่ถูกกล่าวหา แต่เมื่อเรื่องถึงที่สุดแล้ว พนักงานผู้นั้นไม่ถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก จึงอนุญาตให้ลาออกได้ หากพนักงานผู้นั้นถูกสั่งลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก จะอนุญาตให้ลาออกไม่ได้ (๒) พนักงานผู้ขอลาออกมีภาระผูกพันหรือหนี้สินกับสภาทนายความให้ยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้ก่อนจนกว่าพนักงานผู้นั้นจะปลดเปลื้องภาระผูกพันหรือหนี้สินที่มีให้หมดสิ้น หรือได้ทำความตกลงให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (๓) พนักงานผู้ขอลาออกยังส่งมอบงานไม่แล้วเสร็จ การสั่งอนุญาตให้ลาออกหรือไม่ หรือการยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกให้นายกสั่งภายในกำหนดเวลาไม่เกิน ๑๐ วัน นับแต่วันที่รับเรื่องการขอลาออก

ข้อ ๔๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๕ นายกอาจสั่งให้พนักงานผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหน้าที่โดยการให้ออกในกรณีข้อหนึ่งข้อใด ต่อไปนี้ (๑) พนักงานผู้นั้นเจ็บป่วยเกินกำหนดเวลาในรอบปี ตามระเบียบของสภาทนายความว่าด้วยการลาและนายกเห็นสมควรให้ออก (๒) พนักงานผู้นั้นหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานของตน หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่หรือบกพร่องต่อหน้าที่ (๓) พนักงานผู้นั้นต้องหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงและการสอบสวนไม่ได้เป็นความสัตย์ว่าได้กระทำผิดที่จะถูกไล่ออกหรือปลดออก แต่มีมลทินมัวหมอง หรือมีพฤติการณ์อันไม่น่าเป็นที่ไว้วางใจ ซึ่งจะให้ปฏิบัติงานต่อไปอาจเป็นการเสียหายแก่สภาทนายความ (๔) พนักงานผู้นั้นต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๕) พนักงานผู้นั้นต้องถูกยุบเลิกตำแหน่ง โดยไม่มีตำแหน่งอื่นที่จะแต่งตั้งให้เหมาะสมได้ (๖) พนักงานผู้นั้นขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖

ข้อ ๔๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๖ พนักงานผู้ใดประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ลาออกก่อนวันรับสมัครเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๗ วัน พนักงานผู้ใดไม่ลาออกตามวรรคหนึ่ง ให้นายกสั่งปลดออก

ข้อ ๔๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๗ ภายใต้บังคับข้อ ๓๙ เมื่อพนักงานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงดังต่อไปนี้ ให้ไล่ออก (๑) ทุจริตต่อหน้าที่ (๒) ขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่โดยชอบและขัดคำสั่งนั้น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สภาทนายความ (๓) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สภาทนายความอย่างร้ายแรง (๔) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง (๕) ละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่หรือขาดงานติดต่อในคราวเดียวกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเป็นเวลาเกินกว่าเจ็ดวันทำการ (๖) ต้องคำพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเพราะกระทำหนี้สินขึ้นโดยทุจริต การพักงาน

หมวด ๖

ข้อ ๔๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๘ นายกมีอำนาจออกคำสั่งให้พนักงานพักงานได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ถูกฟ้องคดีอาญา หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๒) ถูกฟ้องคดีแพ่งให้ชดใช้ทรัพย์สินแก่สภาทนายความ (๓) ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๔๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๙ ให้งดจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ แก่พนักงานผู้ถูกสั่งให้พักงาน

ข้อ ๕๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๐ ในกรณีที่สั่งให้พักงานพนักงานผู้ใด ถ้าปรากฏว่า (๑) พนักงานผู้นั้นมิได้กระทำผิดและไม่มีมลทินหรือมัวหมอง ให้นายกสั่งให้พนักงานผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่าและให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้จนเต็มจำนวน (๒) ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า พนักงานผู้นั้นได้กระทำความผิดแต่มีมลทินหรือมัวหมอง หรือมีพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจซึ่งถ้าจะให้ปฏิบัติงานต่อไปอาจจะเสียหายแก่สภาทนายความ ให้นายกมีอำนาจสั่งให้พนักงานผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งโดยไม่ถือว่าได้กระทำความผิด และให้ออกได้ตั้งแต่วันที่สั่งให้พักงาน (๓) ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า พนักงานผู้นั้นได้กระทำความผิด แต่มีมลทินหรือมัวหมอง ถ้าเห็นว่าพนักงานผู้นั้นยังอาจเป็นประโยชน์แก่สภาทนายความ ให้นายกสั่งให้พนักงานผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิม แต่ห้ามจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้นั้น (๔) พนักงานผู้ใดถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษไว้ หรือถูกลงโทษไม่ถึงจำคุกหรือมีความผิดทางวินัยแต่ไม่ถึงกับถูกสั่งไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ให้นายกสั่งให้พนักงานผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิมและให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้ให้ครึ่งหนึ่ง (๕) พนักงานผู้ใดถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือโทษหนักกว่าจำคุก หรือมีความผิดทางวินัยถูกสั่งไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ห้ามจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง หรือสิทธิอื่น ๆ ที่งดจ่ายไว้

ข้อ ๕๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๑ ถ้าผู้ถูกสั่งพักงานตายเสียก่อนคดีหรือกรณีถึงที่สุด และคดีหรือกรณีนั้นจำต้องระงับตามกฎหมาย ให้นายกวินิจฉัยตามหลักฐานเท่าที่มีอยู่ว่า จะจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างและสิทธิอื่นที่งดจ่ายไว้หรือไม่ สวัสดิการพนักงาน[๔]

หมวด ๗

ข้อ ๕๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๒[๕] ให้สภาทนายความจัดสวัสดิการแก่พนักงานตามระเบียบที่นายกจะเป็นผู้กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ คำนวณ ชโลปถัมภ์ นายกสภาทนายความ [เอกสารแนบท้าย] ๑[๖]. บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ(บัญชี ๒) ๒.[๗] ขั้นเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒[๘] ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓[๙] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินเดือนพนักงานให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐ ข้อ ๑๐ ได้กำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างของพนักงานให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานที่แนบท้ายข้อบังคับ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐ ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕[๑๐]

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ในกรณีที่พนักงานสภาทนายความได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในระดับสูงขึ้น ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของระดับที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำในระดับที่เลื่อนขึ้นจึงให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของระดับที่เลื่อนขึ้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ในกรณีที่เงินเดือนในขั้นของระดับที่เลื่อนขึ้นไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นซึ่งมีจำนวนสูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการประกาศใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน หมายเลข ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๕ ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ จึงเป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓ โดยให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ นี้แทน ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖[๑๑]

ข้อ ๖บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ ในกรณีที่พนักงานสภาทนายความ ได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในระดับสูงขึ้น ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของระดับที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำในระดับที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่เลื่อนขึ้นซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้ ในกรณีที่เงินเดือนในขั้นของระดับที่เลื่อนขึ้น ไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้ ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นซึ่งมีจำนวนสูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ โดยที่ได้กำหนด ตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่าย, ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย, รองหัวหน้างาน และผู้ช่วยหัวหน้างานขึ้นมาใหม่ เพื่อขยายตำแหน่งและรองรับปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตำแหน่งพนักงานใหม่และโดยที่สภาทนายความได้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนบัญชี ๑ (ฉบับที่ ๔) มาตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ นั้น ปรากฏว่าสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้นจำเป็นต้องยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ บัญชี ๒ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖ แทน มณฑิตา/ผู้จัดทำ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ นฤดล/ผู้ตรวจ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๒๗๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๐ [๒] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕ ) พ.ศ. ๒๕๓๖ [๓] ข้อ ๘/๑ เพิ่มโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖ [๔] หมวด ๗ สวัสดิการพนักงาน ข้อ ๕๒ เพิ่มโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒ [๕]

ข้อ ๕๒บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๒ เพิ่มโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒ [๖] บัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ(บัญชี ๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖ [๗] ขั้นเงินเดือนพนักงานสภาทนายความ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖ [๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๑๔๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๒/๑๖ กันยายน ๒๕๓๒ [๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๑๙๖/หน้า ๔๐๔/๒ ตุลาคม ๒๕๓๓ [๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๘/หน้า ๔๘/๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๕ [๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑/ตอนพิเศษ ๑๔ ง/หน้า ๒๘/๑๑ มีนาคม ๒๕๓๗

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้