ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. 2555
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 28 ธ.ค. 2555 (2012-12-28) · 20 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร
หลักฐาน และการแฝงตัว พ.ศ. ๒๕๕๕
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ว่าด้วยการจัดทำเอกสารหลักฐานและการแฝงตัว พ.ศ. ๒๕๕๓
ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๔๗ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๕๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน และการแฝงตัว
พ.ศ. ๒๕๕๕
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน
และการแฝงตัว พ.ศ. ๒๕๕๓
(๒) ข้อบังคับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการจัดทำเอกสาร หลักฐาน
และการแฝงตัว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้
ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
อธิบดี หมายความว่า
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
รองอธิบดี หมายความว่า
รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
เอกสาร หลักฐาน หมายความว่า
เอกสารหรือหลักฐานใดตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ให้อธิบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้
บททั่วไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ การปฏิบัติตามข้อบังคับนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยในชีวิต
ร่างกาย ทรัพย์สิน ความเป็นอยู่ของครอบครัว
รวมถึงความเป็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลผู้แฝงตัว จึงให้การดำเนินการทุกขั้นตอนตามข้อบังคับนี้
เป็นเรื่องที่มีชั้นความลับ
ข้าราชการและลูกจ้างกรมสอบสวนคดีพิเศษผู้ใด
เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ บุคคล เอกสาร หรือหลักฐาน
หรือวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการตามข้อบังคับนี้ อันอาจเกิดความเสียหายตามวรรคแรก
ให้ถือเป็นความผิดทางวินัยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การจัดทำเอกสาร
หลักฐาน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ การอนุมัติให้บุคคลจัดทำเอกสาร
หลักฐานใดขึ้น ให้เป็นอำนาจของอธิบดี รองอธิบดี หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นการเฉพาะ
เมื่อรองอธิบดี หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นการเฉพาะ แล้วแต่กรณี
อนุมัติให้บุคคลจัดทำเอกสาร หลักฐาน ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รายงานอธิบดีเพื่อทราบ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ ให้ผู้ถือหรือครอบครองเอกสาร หลักฐาน
ใช้ประโยชน์เอกสาร หลักฐาน เฉพาะในการปฏิบัติภารกิจ หรือหน้าที่ตามคำสั่งเท่านั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ในการจัดทำเอกสาร
หลักฐาน ให้ผู้บัญชาการสำนักคดี
หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นหรือหัวหน้าคณะทำงาน แล้วแต่กรณี
ที่ได้รับการอนุมัติตามข้อ ๗ รับผิดชอบดำเนินการเอง
หรือร่วมกับสำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบพิจารณาดำเนินการ
แล้วแจ้งเรื่องเป็นบันทึกที่มีชั้นความลับให้นายทะเบียนทราบ
การแฝงตัว
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ การอนุมัติให้บุคคล
เข้าไปแฝงตัวในองค์กร หรือกลุ่มคนใด ให้เป็นอำนาจของอธิบดี รองอธิบดี
ผู้บัญชาการสำนักคดี หรือผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค
เมื่อรองอธิบดี ผู้บัญชาการสำนักคดี
หรือผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค แล้วแต่กรณี อนุมัติให้บุคคลเข้าไปแฝงตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้รายงานอธิบดีเพื่อทราบ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ บุคคลที่ได้รับอนุมัติต้องปฏิบัติภารกิจ
หรือหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายและข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ การขออนุมัติเข้าไปแฝงตัว
ให้ผู้บัญชาการสำนักคดี หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นหรือหัวหน้าคณะทำงาน
แล้วแต่กรณี รายงานเหตุผลความจำเป็นตามภารกิจ และจัดทำเป็นบันทึกที่มีชั้นความลับ
เสนอต่ออธิบดีหรือผู้ได้รับมอบหมาย ตามข้อ ๑๐
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ เมื่อได้รับอนุมัติให้เข้าแฝงตัวแล้ว
ให้ผู้บัญชาการสำนักคดี หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือหัวหน้าคณะทำงาน
แล้วแต่กรณี แจ้งเรื่องการอนุมัติโดยอาจปกปิดเอกสารหลักฐานที่ยังไม่สมควรเปิดเผย
และจัดทำเป็นบันทึกที่มีชั้นความลับเสนอต่อนายทะเบียน
การควบคุม
การเก็บรักษา และการทำลายเอกสาร ข้อมูล
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ ให้ผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ
กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นนายทะเบียน ทำหน้าที่ในการควบคุม
เก็บรักษาทะเบียนข้อมูลเอกสาร หลักฐานและการแฝงตัวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ให้นายทะเบียนมีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยนายทะเบียนได้ตามความจำเป็น
แล้วรายงานให้อธิบดีทราบ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ ให้ผู้บัญชาการสำนักคดี
หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือหัวหน้าคณะทำงาน แล้วแต่กรณี
ที่ได้รับการอนุมัติแฝงตัว
รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติเพื่อยืนยันเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องใช้เอกสาร
หลักฐานและการแฝงตัว ทุก ๖ เดือน
นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติและเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจหรือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
จัดทำเป็นบันทึกที่มีชั้นความลับเสนอต่ออธิบดีผ่านผู้อนุมัติตามข้อ ๑๐
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ เอกสาร
หลักฐานที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อหมดความจำเป็นแล้ว
ให้ส่งนายทะเบียนเพื่อทำลาย ส่วนข้อมูลข่าวสารอื่นที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่
หากเห็นว่าหมดความจำเป็นจะส่งนายทะเบียนเพื่อทำลายก็ได้
ในการทำลายตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนรายงานขออนุมัติอธิบดี
และเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วให้รายงานอธิบดีเพื่อทราบ
ความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับนี้
ผู้ใดกระทำนอกเหนือวัตถุประสงค์ในการสืบสวนสอบสวนตามที่ได้รับมอบหมาย
เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ผู้นั้นไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
และถ้าการกระทำนั้นเป็นความผิดอาญา
ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามมาตรา ๔๐
แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับนี้โดยสุจริต
และถูกฟ้องทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ได้รับความช่วยเหลือในการดำเนินคดีจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ
บทเฉพาะกาล
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๙ บรรดาเอกสาร
หลักฐาน หรือการแฝงตัวที่ได้อนุมัติไปก่อนวันที่ใช้ข้อบังคับนี้
และยังมีความจำเป็นต้องปฏิบัติต่อเนื่องอยู่ ยังคงใช้ได้ต่อไป
และให้นำข้อบังคับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ประกาศ
ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ธาริต เพ็งดิษฐ์
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
อุษมล/ผู้จัดทำ
๘ มกราคม ๒๕๕๖
เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ
๘ มกราคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๙๗ ง/หน้า ๕๔/๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).