รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการจัดให้มีการตรวจสอบและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าวโพด

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการจัดให้มีการตรวจสอบและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าวโพด

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 26 ก.ย. 2526 (1983-09-26) · 3 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการจัดให้มีการตรวจสอบ และการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าวโพด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยคำแนะนำของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสิ้นค้ามาตรฐานข้าวโพดจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ (๑) การจัดให้มีการตรวจสอบสินค้าข้าวโพดบรรจุกระสอบแต่ละวันให้กระทำได้ในระหว่างเวลา ๘.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๒.๓๐ นาฬิกา สำหรับการจัดให้มีการตรวจสอบสินค้าข้าวโพดไม่บรรจุกระสอบให้กระทำตามเวลาที่แจ้งรายละเอียดไว้ในคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า หากจะจัดให้มีการตรวจสอบนอกเวลาดังกล่าวให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาหรือผู้ที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ามอบหมาย ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องขยายเวลาการตรวจสอบโดยเร่งด่วนต่อจากการตรวจสอบตามกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้น ทั้งสำหรับสินค้าข้าวโพดบรรจุกระสอบและสินค้าข้าวโพดไม่บรรจุกระสอบ เพื่อส่งมอบสินค้าข้าวโพดให้ทันเวลาและไม่สามารถขออนุญาตเป็นหนังสือตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งก็ให้จัดให้มีการตรวจสอบตามเวลาที่ขยายต่อไปนั้นได้ และผู้จัดให้มีการตรวจสอบต้องแจ้งความจำเป็นพร้อมกับรายละเอียดการตรวจสอบนั้นเป็นหนังสือให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าทราบภายในกำหนด ๕ วัน นับแต่วันที่มีการตรวจสอบนั้น (๒) สถานที่จัดให้มีการตรวจสอบต้องอยู่ในท้องที่หรือเขตที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าได้ประกาศกำหนดให้เป็นท้องที่หรือเขตที่จะจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าได้ (๓) สถานที่จัดให้มีการตรวจสอบต้องมีแสงสว่างพอเพียงที่จะตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (๔) ให้มีการแสดงเครื่องหมายเพื่อให้เห็นว่าสินค้าข้าวโพดที่จะจัดให้ตรรวจสอบนั้นเป็นสินค้าที่ทำหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออก ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด (๕) สินค้าข้าวโพดที่จัดให้ชักตัวอย่างเพื่อตรวจสอบก่อนตรวจปล่อยตามที่ระบุในข้อ ๒ ให้จัดแยกเป็นกองตามชั้นคุณภาพของสินค้าข้าวโพดไว้เป็นสัดส่วน ในกรณีที่เป็นสินค้าข้าวโพดบรรจุกระสอบต้องมีปริมาณกองละไม่เกิน ๔,๐๐๐ เมตริกตัน การจัดให้ชักตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบก่อนตรวจปล่อยจะกระทำขณะลำเลียงสินค้าข้าวโพดเข้าเก็บในคลังสินค้าหรือที่เก็บสินค้าหรือถังไซโลหรือเมื่อเก็บอยู่ในคลังสินค้าหรือที่เก็บสินค้าหรือถังไซโลเรียบร้อยแล้วก็ได้ ในกรณีที่เก็บสินค้าข้าวโพดอยู่ในถังไซโลเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีวิธีหรือไม่สามารถชักตัวอย่างสินค้าข้าวโพด ณ ส่วนที่ลึกลงไปจากด้านบนของสินค้าข้าวโพดไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ส่วนของความสูงของสินค้าข้าวโพดในถังไซโลนั้น ก็ให้ลำเลียงหรือถ่ายเทสินค้าข้าวโพดในถังไซโลนั้นออกมาในปริมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒ ของปริมาณสินค้าข้าวโพดทั้งหมดในถังไซโลเพื่อให้ชักตัวอย่าง

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าวโพดแยกเป็น ๒ ขั้นตอน คือ การตรวจสอบก่อนตรวจปล่อย และการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อย และให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ ก. การตรวจสอบก่อนตรวจปล่อย (๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าข้าวโพดเก็บเป็นกองบรรจุกระสอบ ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากกระสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของจำนวนกระสอบทั้งหมดจากด้านต่าง ๆ ของกองไม่น้อยกว่า ๒ ด้าน คือ ด้านบนของกอง ๑ ด้าน และด้านข้างอีกไม่น้อยกว่า ๑ ด้าน (๒) ในกรณีที่เป็นสินค้าข้าวโพดเก็บเป็นกองไม่บรรจุกระสอบ ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากจุดต่าง ๆ ที่ลึกลงไปจากผิวกองไม่น้อยกว่า ๐.๕ เมตร รอบ ๆ กองสินค้า แต่ละจุดที่อยู่ข้างเคียงกันมีระยะห่างกันในรัศมีไม่เกิน ๒ เมตร และให้ชักตัวอย่างแต่ละจุดไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม (๓) ในกรณีที่เป็นสินค้าข้าวโพดที่เก็บในถังไซโล ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มทุก ๆ ระยะความลึก ๑ เมตร ให้ได้ตัวอย่างไม่น้อยกว่า ๑ กิโลกรัม จากด้านบนของสินค้าข้าวโพดในถังไซโลนั้น เรื่อยไปจนถึงระดับความลึกไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของความสูงของสินค้าข้าวโพดในถังไซโล หรือให้สุ่มชักตัวอย่างจากสินค้าข้าวโพดที่ลำเลียงหรือถ่ายเทออกมาตามที่ระบุในข้อ ๑ (๕) วรรคสาม ทุกระยะ แต่ละระยะต้องมีปริมาณสินค้าข้าวโพดไม่เกิน ๑ เมตริกตัน โดยให้ชักตัวอย่างระยะละไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม (๔) ในกรณีที่เป็นสินค้าข้าวโพดกำลังลำเลียงเข้าเก็บในคลังสินค้าหรือที่เก็บสินค้าหรือถังไซโล ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรถบรรทุกทุกคันรถหรือทุก ๆ หน่วยที่มีปริมาณใกล้เคียงกับ ๑ คันรถ คันรถละหรือหน่วยละไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม ถ้าสินค้าข้าวโพดที่กำลังลำเลียงเป็นสินค้าข้าวโพดบรรจุกระสอบ ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากกระสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของจำนวนกระสอบทั้งหมด และต้องได้ปริมาณตัวอย่างไม่น้อยกว่าคันรถละหรือหน่วยละ ๐.๕ กิโลกรัม (๕) ให้นำตัวอย่างสินค้าข้าวโพดจากแต่ละกองหรือจากแต่ละถังไซโลที่ชักได้ตาม (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี มาคลุกเคล้ากันให้เป็นตัวอย่างเดียว สำหรับแต่ละกองหรือแต่ละถังไซโลนั้น แล้วทอนจนเหลือตัวอย่างประมาณ ๓ กิโลกรัม แบ่งตัวอย่างส่วนที่เหลือออกเป็น ๖ ส่วน แต่ละส่วนมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม นำตัวอย่างแต่ละส่วนบรรจุลงในถุงหรือภาชนะที่ป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพของตัวอย่างได้ ผนึกสลากแสดงวันเดือนปีและปริมาณสินค้าข้าวโพดในกองหรือถังไซโลที่ชักตัวอย่าง แล้วให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้แทนผู้จัดให้มีการตรวจสอบที่อยู่ในขณะชักตัวอย่างลงลายมือชื่อกำกับไว้ ทำตราประทับปากถุงหรือภาชนะ และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่รอยผนึกสลากปากถุงหรือภาชนะอีกครั้งหนึ่ง มอบตัวอย่างดังกล่าวให้ผู้มีหน้าที่รับมอบตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง แต่ให้ทอนและแบ่งตัวอย่างออกเป็น ๔ ส่วน ส่งมอบตัวอย่างดังกล่าวให้แก่ผู้ทำการค้าขาออก ๑ ส่วน และนำส่งสำนักงานมาตรฐานสินค้า ๓ ส่วน (๖) ให้ประทับ ปิด หรือผูกติด ตรา แผ่นป้าย หรือสลาก แสดงวันเดือนปี และปริมาณสินค้าข้าวโพดกองหรือถังไซโลที่ชักตัวอย่าง แล้วทำตราประทับสินค้าข้าวโพดกองหรือถังไซโลที่ได้ชักตัวอย่างไว้แล้วนั้นในลักษณะที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการรักษาสินค้านั้นมิให้ถูกเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงได้ ข. การตรวจสอบขั้นตรวจปล่อย (๑) สินค้าข้าวโพดที่จะตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยได้ต้องเป็นสินค้าข้าวโพดที่ปรากฏผลการตรวจสอบขั้นก่อนตรวจปล่อยว่าถูกต้องตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด หรือในกรณีที่มีการซื้อขายตามตัวอย่าง ต้องปรากฏผลการตรวจสอบขั้นก่อนตรวจปล่อยว่ามีคุณภาพไม่ต่ำกว่าตัวอย่างหรือเงื่อนไขที่ผู้ซื้อได้ตกลงไว้ (๒) ให้ตรวจสอบสินค้าข้าวโพดทางกายภาพ ตรวจสอบวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อรวมตลอดถึงการเย็บ ปิด ผนึก พร้อมทั้งชักตัวอย่างไว้ทุก ๆ กระสอบหรือทุก ๆ หน่วยบรรจุ ในกรณีที่มิได้บรรจุหุ้มห่อให้ชักตัวอย่างทุก ๆ คันรถหรือทุกหน่วยหรือทุกระยะขณะลำเลียงสินค้าข้าวโพดในปริมาณที่เท่ากับ ๑ คันรถบรรทุก โดยให้ชักตัวอย่างคันรถละหรือหน่วยละหรือระยะละไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม (๓) ในระหว่างการตรวจสอบ ให้สุ่มตัวอย่างจากกองหรือจากถังไซโล ณ จุดที่กำลังตรวจปล่อยทุก ๆ ๑๐๐ เมตริกตัน ที่ขนออกไปให้ได้ตัวอย่างรวมกันไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม แล้วตรวจสอบความชื้น สำหรับอัตราส่วนของเมล็ดสีอื่น เมล็ดลีบ เมล็ดเสียบางส่วน เมล็ดเสียมาก เมล็ดที่ถูกแมลงทำลาย เมล็ดแตก วัตถุอื่น ให้ตรวจสอบทุกตัวอย่างเว้นหนึ่งตัวอย่าง ในกรณีที่การตรวจสอบตัวอย่างตามวรรคหนึ่งปรากฏผลว่าไม่ถูกต้องตามมาตรฐานหรือตามตัวอย่างหรือเงื่อนไขที่ตกลงซื้อขายกันไว้ ก็ให้ระงับการตรวจสอบสินค้าข้าวโพดกองหรือถังไซโลนั้น แล้วให้ผู้จัดให้มีการตรวจสอบคัดแยกหรือลำเลียงหรือถ่ายเทสินค้าข้าวโพด ส่วนที่ปรากฏผลการตรวจสอบตัวอย่างว่าไม่ถูกต้องนั้นออก สุ่มตัวอย่างสินค้าข้าวโพดจากจุดที่จะตรวจสอบต่อไป มาตรวจสอบในลักษณะเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าปรากฏผลการตรวจสอบตัวอย่างว่ามีคุณภาพถูกต้อง ก็ให้ตรวจปล่อยสินค้าข้าวโพดส่วนนั้นต่อไปได้ ในกรณีที่สินค้าข้าวโพดมีคุณภาพไม่ถูกต้องแต่มิใช่เนื่องจากมีความชื้นเกินกำหนด ถ้าผู้จัดให้มีการตรวจสอบนำสินค้าข้าวโพดจากส่วนอื่นในกองเดียวกัน หรือจากกองหรือถังไซโลอื่นที่ปรากฏผลการตรวจสอบขั้นก่อนตรวจปล่อยแล้วว่าถูกต้องตามมาตรฐานหรือตามตัวอย่าง หรือเงื่อนไขที่ตกลงซื้อขายกันไว้แล้วแต่กรณี มาผสมหรือคลุกเคล้ากับสินค้าข้าวโพดจุดที่ปรากฏผลการตรวจสอบตัวอย่างว่ามีคุณภาพไม่ถูกต้องนั้นจนมีคุณภาพถูกต้อง ก็ให้ตรวจปล่อยสินค้าข้าวโพดนั้นต่อไปได้ (๔) ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ารักษาตัวอย่างที่ชักไว้ขณะตรวจสอบตาม (๒) ในลักษณะที่สามารถป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงได้ (๕) การตรวจสอบน้ำหนัก ในกรณีที่เป็นสินค้าข้าวโพดบรรจุกระสอบ ถ้าชั่งเป็นรายกระสอบให้ชั่งไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของจำนวนกระสอบที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ ถ้าชั่งพร้อมทั้งคันรถบรรทุกที่ใช้บรรทุก ให้ชั่งไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒ ของจำนวนเที่ยวรถที่ใช้บรรทุกสินค้าข้าวโพด ที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ทั้งหมด แต่ทั้งนี้สินค้าข้าวโพดที่บรรทุกอยู่ในรถแต่ละเที่ยวนั้นต้องมีจำนวนที่เป็นกระสอบเท่ากัน ในกรณีที่เป็นสินค้าข้าวโพดไม่บรรจุกระสอบ ให้ตรวจสอบน้ำหนักเต็มจำนวนที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ทั้งหมด (๖) เมื่อตรวจสอบตามคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแต่ละคำร้องขอครบถ้วนแล้ว ให้จัดทำตัวอย่างที่ได้ชักไว้ตาม (๒) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการและส่งมอบให้ผู้มีหน้าที่รับมอบดังระบุไว้ในข้อ ก. (๕) ในกรณีที่คำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้ามีปริมาณเกินกว่า ๑,๐๐๐ เมตริกตัน ให้จัดทำตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างต่อสินค้าข้าวโพด ๑,๐๐๐ เมตริกตัน เศษของ ๑,๐๐๐ เมตริกตันตั้งแต่ ๕๐๐ เมตริกตัน ขึ้นไปให้ถือเป็น ๑,๐๐๐ เมตริกตัน การออกใบรับรองผลการตรวจสอบมาตรฐานหรือผลการวิเคราะห์ตัวอย่าง ให้ถือผลเฉลี่ยของผลวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งหมดของคำร้องขอนั้นเป็นเกณฑ์ ในกรณีที่ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานแจ้งความประสงค์จะขอให้ออกใบรับรองผลการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผลการวิเคราะห์ตัวอย่างเป็นตอน ๆ ตามปริมาณที่ตรวจสอบเสร็จตามที่แจ้งความประสงค์ไว้ โดยไม่ต้องรอให้การตรวจสอบครบถ้วนตามคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้จัดทำตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างต่อสินค้าข้าวโพดที่ได้ตรวจสอบแล้วเสร็จตามปริมาณที่แจ้งความประสงค์ไว้ แต่ทั้งนี้ต้องมีปริมาณไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตริกตัน และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม (๗) ในกรณีที่ต้องบรรทุกสินค้าข้าวโพดที่ได้รับการตรวจสอบไปขนถ่าย ณ ท่าเรือ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากสถานที่จัดให้มีการตรวจสอบ ให้ทำตราประทับสินค้าข้าวโพดที่บรรทุกอยู่ในยานพาหนะนั้นไว้ในลักษณะที่สามารใช้เป็นหลักฐานในการป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงไว้จนกว่าจะเริ่มขนถ่าย (๘) เมื่อสิ้นเวลาการตรวจสอบในแต่ละวัน และการจัดให้มีการตรวจสอบนั้นยังไม่แล้วเสร็จ หรือในกรณีที่การตรวจสอบแล้วเสร็จแต่ยังมีสินค้าข้าวโพดที่ได้ชักตัวอย่างเพื่อตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยคงเหลืออยู่อีกและผู้จัดให้มีการตรวจสอบประสงค์จะจัดให้มีการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยซึ่งสินค้าข้าวโพดนั้นในครั้งต่อไป ให้ทำตราประทับสินค้าข้าวโพดกองหรือถังไซโลที่เหลืออยู่นั้นเพื่อป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑] ประกาศ ณ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๖ โกศล ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อุษมล/ผู้จัดทำ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๑๕๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๓/๒๖ กันยายน ๒๕๒๖

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้