รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ฉบับที่ 134 พ.ศ. 2529 เรื่อง ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศขออนุญาตประกอบการค้าข้าว

ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ฉบับที่ 134 พ.ศ. 2529 เรื่อง ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศขออนุญาตประกอบการค้าข้าว

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 30 ก.ค. 2529 (1986-07-30) · 11 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ ประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ ฉบับที่ ๑๓๔ พ.ศ. ๒๕๒๙ เรื่อง ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ขออนุญาตประกอบการค้าข้าว ตามที่คณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ ได้ออกประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ ฉบับที่ ๑๒๙ พ.ศ. ๒๕๒๗ ฉบับที่ ๑๓๐ พ.ศ. ๒๕๒๙ และฉบับที่ ๑๓๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ กำหนดให้ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศขออนุญาตประกอบการค้าข้าว ไปแล้วนั้น บัดนี้ เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงประกาศดังกล่าวให้เหมาะสม ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา ๕ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการค้าข้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ คณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าวฯ จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ ฉบับที่ ๑๒๙ พ.ศ. ๒๕๒๗ ฉบับที่ ๑๓๐ พ.ศ. ๒๕๒๙ และฉบับที่ ๑๓๒ พ.ศ. ๒๕๒๙

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศฉบับนี้ “ข้าว” หมายถึง ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวนึ่ง ข้าวอนามัย และให้หมายความรวมถึง ปลายข้าว ด้วย

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ขออนุญาตประกอบการค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ก. บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด (๑) มีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ (๒) มีเงินทุนจดทะเบียนที่ได้เรียกชำระแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าล้านบาทและสำหรับบริษัทที่ได้ทำการค้ามาครบรอบปีบัญชีแล้ว ต้องแสดงงบดุลในรอบปีบัญชีหลังสุดว่ามีอัตราส่วนระหว่างสินทรัพย์ทั้งหมดต่อหนี้สินทั้งหมดมากกว่าหนึ่งขึ้นไป (๓) เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือหอการค้าจังหวัด (๔) มีโรงเก็บข้าวที่ได้รับอนุญาตจากกรมศุลกากรให้เป็นที่สำหรับตรวจเก็บและบรรทุกข้าวลงเรือเพื่อส่งออกได้ ที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองโดยถูกต้องตามกฎหมาย ข. รัฐวิสาหกิจหรือบริษัทที่ทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจร่วมถือหุ้นมีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ค. สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรมีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ง. บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (๑) มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชายแดนที่ติดต่อกับต่างประเทศ (๒) มีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ เฉพาะประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศไทย โดยมีมูลค่าการส่งออกไม่เกินวันละสองหมื่นบาท (๓) ได้จดทะเบียนพาณิชย์ หรือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ประสงค์จะประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศให้ยื่นคำขออนุญาต ในการขออนุญาตให้ส่งหลักฐานตามที่อธิบดีกรมการค้าภายในประกาศกำหนดพร้อมคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้ ให้บุคคลตามข้อ ๔ ก. ข. และ ค. ยื่นคำขออนุญาตและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองควบคุมข้าว กรมการค้าภายใน ให้บุคคลตามข้อ ๔ ง. ยื่นคำขออนุญาตและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ กรณีประสงค์จะส่งข้าวไปจำหน่ายต่างประเทศเฉพาะด้วยวิธีการบรรจุกล่องหรือหีบห่อ ซึ่งแต่ละกล่องหรือหีบห่อนั้นมีน้ำหนักข้าวสุทธิไม่เกินสิบสองกิโลกรัม ต่อหน่วยเพียงวิธีเดียว หรือกรณีประสงค์จะส่งข้าวไปจำหน่ายต่างประเทศเฉพาะประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศไทยให้แสดงเจตนานั้นไว้ในคำขออนุญาตด้วย เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตแล้ว จึงประกอบการค้าข้าวได้

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศซึ่งมีการประกอบการค้าข้าวประเภทอื่นรวมอยู่ในสถานที่ตั้งเดียวกัน ให้ยื่นคำขออนุญาตประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศเพียงประเภทเดียว ถ้ามีการประกอบการค้าข้าวประเภทอื่นโดยมีสถานที่แยกออกต่างหากจากกัน จะต้องยื่นคำขออนุญาตประกอบการค้าข้าวทุกประเภท

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งระบุไว้ในหนังสืออนุญาต ดังนี้ (๑) มีข้าวเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าร้อยเมตริกตัน ภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ออกหนังสืออนุญาต และตลอดเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว (๒) มีข้าวเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองร้อยห้าสิบเมตริกตัน ภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ออกหนังสืออนุญาต และตลอดเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว (๓) ส่งข้าวไปจำหน่ายต่างประเทศได้เฉพาะวิธีการบรรจุกล่องหรือหีบห่อ ซึ่งแต่ละกล่องหรือหีบห่อนั้นมีน้ำหนักข้าวสุทธิไม่เกินสิบสองกิโลกรัมต่อหน่วยเท่านั้น (๔) ข้าวตาม (๑) หรือ (๒) ต้องเก็บไว้ในโรงเก็บข้าวตามที่ได้ยื่นหลักฐานไว้แล้ว และถ้าจะแยกเก็บข้าวนั้นไว้ในโรงเก็บข้าวที่มีสถานที่ตั้งแยกออกต่างหากจากกัน ให้แยกเก็บได้ไม่เกินสามแห่ง (๕) การเปลี่ยนแปลง การเพิ่มหรือลดจำนวนโรงเก็บข้าวตาม (๔) ต้องแจ้งเป็นหนังสือพร้อมหลักฐาน เมื่อได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วจึงจะดำเนินการได้ (๖) รับซื้อและขายข้าวตามชนิด ปริมาณ ราคา และสถานที่ที่ส่งมอบตามที่คณะกรรมการกำหนด (๗) ขายข้าวสำรอง เพื่อการบริโภคภายในประเทศ หรือต้องขายข้าวเพื่อส่งมอบให้รัฐบาลต่างประเทศ ให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ตามชนิด ปริมาณ ราคา และสถานที่ที่ส่งมอบ ตามที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์กำหนด (๘) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการใด ๆ ในหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้เปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ (๙) กรณีหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวชำรุด สูญหายหรือถูกทำลาย ให้ยื่นขอรับใบแทนหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าวภายในสามสิบวัน นับแต่วันชำรุด สูญหายหรือถูกทำลาย (๑๐) เมื่อเลิกประกอบการค้าข้าวให้ยื่นคำขอแจ้งเลิกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เลิกประกอบการค้าข้าว (๑๑) ส่งข้าวไปจำหน่ายต่างประเทศเฉพาะประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศไทย มีมูลค่าการส่งออกไม่เกินวันละสองหมื่นบาท เงื่อนไขตาม (๑๑) ไม่ใช้บังคับกับผู้ได้รับหนังสืออนุญาตตามข้อ ๔ ก. เงื่อนไขตาม (๑) และ (๑๑) ไม่ใช้บังคับกับผู้ได้รับหนังสืออนุญาตที่แสดงเจตนาไว้ในคำขออนุญาตว่าประสงค์จะส่งข้าวออกด้วยวิธีการบรรจุกล่องหรือหีบห่อเพียงวิธีเดียวตามวรรคห้าของข้อ ๕ เงื่อนไขตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๑๑) ไม่ใช้บังคับกับผู้ได้รับหนังสืออนุญาตตามข้อ ๔ ข. และข้อ ๔ ค. เงื่อนไขตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ไม่ใช้บังคับกับผู้ได้รับหนังสืออนุญาตตามข้อ ๔ ง.

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว ต้องปฏิบัติดังนี้ (๑) แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับข้าวมาอยู่ในความครอบครองตามแบบ คข. ๒๐ (๒) ยื่นรายงานการค้าข้าว งบยอดประจำงวด ทุกวันที่สิบห้าและวันสิ้นเดือนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สิ้นงวดตามแบบ คข. ๒๔ (๓) ทำรายงานการค้าข้าวประจำวันให้เสร็จสิ้นภายในสามวันและเก็บไว้ ณ สถานที่ทำการค้าข้าว ตามแบบ คข. ๒๓ การแจ้งตาม (๑) และ (๒) ให้ยื่นต้นฉบับต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองควบคุมข้าว กรมการค้าภายใน และยื่นคู่ฉบับต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ โดยจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับยังคงประกอบการค้าข้าวต่อไปจนกว่าหนังสืออนุญาตจะสิ้นอายุ

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวตามประกาศฉบับนี้ หรือก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะทำการค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศในปีต่อไปต้องยื่นคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาต พร้อมทั้งหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกับข้อ ๕ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑] ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ร้อยตำรวจเอก สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ ธิดาวรรณ/แก้ไข ๒๗ กันยายน ๒๕๔๕ จุฑามาศ/ปรับปรุง ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๕/๓๐ กรกฎาคม ๒๕๒๙

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

ค้นต่อจากนี้