รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สลร.17/2517 เรื่อง การใช้มาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สลร.17/2517 เรื่อง การใช้มาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 5 ก.พ. 2517 (1974-02-05) · 6 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

คำสั่งนายกรัฐมนตรี คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สลร. ๑๗/๒๕๑๗ เรื่อง การใช้มาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกัน การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑] เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอาศัยอำนาจตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งกำหนดมาตรการเพิ่มเติมไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง และวรรคสามของข้อ ๒ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สลร. ๔/๒๕๑๗ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๗ “สำหรับบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตให้เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง แต่มีเหตุต้องใช้และมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ไม่เกินปริมาณที่กฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนดให้ต้องขอรับใบอนุญาต ให้มีและเก็บรักษาไว้ใช้ได้ ส่วนบุคคลที่ไม่มีเหตุต้องใช้หรือที่ไม่มีใบอนุญาตให้เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงนอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสอง ถ้ามีน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในครอบครองหรือรับฝากจากบุคคลอื่นอยู่แล้วในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้แจ้งชนิด ปริมาณ และสถานที่เก็บ ต่อกองอุตสาหกรรมน้ำมันกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับบุคคลที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในครอบครองหรือรับฝากจากบุคคลอื่นในเขตกรุงเทพมหานคร หรือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ทำการแทน หรือนายอำเภอแห่งท้องที่ของผู้มีน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในความครอบครองหรือรับฝากไว้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ และให้เก็บรักษาไว้จนกว่าคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่ง ในการนี้ให้คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลนั้นจำหน่ายให้แก่ผู้ใดก็ได้ในราคาที่ทางราชการกำหนดในท้องที่นั้นในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ โดยไม้คำนึงถึงว่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นจะเป็นของบุคคลนั้นหรือไม่”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สลร. ๔/๒๕๑๗ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๔ ให้ผู้ที่มีเหตุต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีน้ำมันเชื้อเพลิงเกินกว่าที่กฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนด หรือผู้รับใบอนุญาตเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีเหตุต้องมีน้ำมันเชื้อเพลิงเกินกว่าชนิดและปริมาณที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตยื่นขอรับใบอนุญาตเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงหรือขออนุญาตเพิ่มชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วแต่กรณี ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับโดยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษานำมันเชื้อเพลิง ในระหว่างที่รอรับใบอนุญาต ให้ผู้ที่มีเหตุต้องใช้น้ำมันเพลิงหรือผู้รับใบอนุญาตเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามวรรคหนึ่ง มีและเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ใช้เกินกว่าที่กฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนด หรือเกินกว่าชนิดและปริมาณที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตเป็นการชั่วคราวได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินชนิดและปริมาณที่ยื่นขอรับใบอนุญาตหรือขออนุญาตเพิ่มแล้วแต่กรณี และมิให้นำข้อ ๓ มาใช้บังคับ”

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๕ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สลร. ๔/๒๕๑๗ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๗ “ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าบุคคลใดมีน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไว้ในครอบครองมากเกินสมควร ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลนั้นจำหน่ายให้แก่ผู้ใดก็ได้ในราคาที่ทางราชการกำหนดในท้องที่นั้นในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ”

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของข้อ ๑๐ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่สลร. ๔/๒๕๑๗ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๗ “สำหรับใบสั่งจ่ายน้ำมันที่ออกก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ถ้ามีกำหนดเวลาสิ้นอายุในวันใดวันหนึ่งภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับก็ให้สิ้นอายุในวันนั้น แต่ถ้ามีกำหนดเวลาสิ้นอายุภายหลังกำหนดเวลาดังกล่าว หรือไม่มีกำหนดเวลาสิ้นอายุ ให้มีอายุไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ และให้นำวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม”

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๑๗ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่สลร. ๔/๒๕๑๗ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ (๑) ผู้ควบคุมยานพาหนะซึ่งนำ น้ำมันเชื้อเพลิงติดไปกับยานพาหนะนั้น ตามชนิดและปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการเดินทาง (๒) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันหรือผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปบรรจุไว้ในสถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้กับเครื่องบินหรือเรือที่บรรทุกสินค้าไปต่างประเทศ (๓) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน หรือผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งส่งน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกราชอาณาจักร เพื่อการวิเคราะห์คุณภาพ แต่ละชนิดมีปริมาณครั้งละไม่เกินครั้งละ 20 ลิตร” สั่ง ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี อภิญญา/ปรับปรุง ๘ กันยายน ๒๕๕๗ ปุณิกา/ปรับปรุง ๑๕ มกราคม ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑/ตอนที่ ๒๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้