ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 52/2562 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 7)
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 9 ธ.ค. 2562 (2019-12-09) · 9 ข้อ
แท็บใหม่ ↗- ร่าง -
ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน
ที่ ทจ. 52/2562
เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่
(ฉบับที่ 7)
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการกํากับตลาดทุนออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน (4) ของข้อ 23 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 53/2561 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(4) มีกลไกการกํากับดูแลที่ทําให้ผู้ขออนุญาตสามารถควบคุมดูแลการจัดการและรับผิดชอบการดําเนินงานของบริษัทย่อยตามข้อ 24(1) ได้ เสมือนเป็นหน่วยงานหนึ่งของผู้ขออนุญาต รวมทั้งมีมาตรการในการติดตามการบริหารงานของบริษัทดังกล่าวเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ในเงินลงทุนของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 26”
แท็บใหม่ ↗ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 25 และข้อ 26 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 25 ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตมีการประกอบธุรกิจหลักผ่านบริษัทตามข้อ 24(1) (2) หรือ (3) เป็นจํานวนมากด้วยเหตุผลทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางการค้าที่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจของผู้ขออนุญาต และผู้ขออนุญาตมีการกํากับดูแลการประกอบธุรกิจของบริษัทดังกล่าวเป็นกลุ่ม ๆ ผ่านการถือหุ้นอย่างมีนัยของบริษัทที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละกลุ่ม ให้นําหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักมาใช้บังคับกับบริษัทดังต่อไปนี้เท่านั้น เว้นแต่หลักเกณฑ์ตามข้อ 23(6) (ข) ให้นํามาใช้บังคับกับบริษัทตามข้อ 24(1) และ (2) ที่เป็นบริษัทต่างประเทศทุกบริษัท
(1) บริษัทที่เป็นศูนย์กลาง
(2) บริษัทย่อยภายในกลุ่มของบริษัทที่เป็นศูนย์กลางซึ่งขนาดของบริษัทดังกล่าวมีนัยสําคัญเมื่อเทียบกับขนาดของผู้ขออนุญาต
บริษัทที่เป็นศูนย์กลางตามวรรคหนึ่ง หมายถึง บริษัทย่อยตามข้อ 24(1) ซึ่งผู้ขออนุญาตมีกลไกการกํากับดูแลที่มีผลให้บริษัทที่เป็นศูนย์กลางดังกล่าวสามารถควบคุมการบริหารงานและจัดการเรื่องสําคัญของบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักภายในกลุ่มอย่างเพียงพอและเหมาะสม โดยกลไกดังกล่าวผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการตรวจสอบของผู้ขออนุญาต และเป็นไปตามกรอบการกํากับดูแลที่คณะกรรมการของผู้ขออนุญาตอนุมัติไว้ โดยผู้ขออนุญาตมีมาตรการในการพิจารณาความเพียงพอและเหมาะสมของกลไกดังกล่าวทุกปี
แท็บใหม่ ↗ข้อ 26 ผู้ขออนุญาตต้องแสดงได้ว่ามีกลไกการกํากับดูแลบริษัทย่อยตามข้อ 24(1) อย่างน้อยในลักษณะดังต่อไปนี้
(1) มีการส่งบุคคลเข้าเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทย่อยอย่างน้อยตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยนั้น และมีระเบียบปฏิบัติหรือข้อกําหนดที่ทําให้การส่งบุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับมติเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการของผู้ขออนุญาต
(2) มีการกําหนดขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารที่ได้รับแต่งตั้งตาม (1) ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึง
(ก) การกําหนดกรอบอํานาจในการใช้ดุลพินิจที่ชัดเจน และที่มีผลให้การพิจารณาของกรรมการและผู้บริหารดังกล่าวในการออกเสียงในการประชุมคณะกรรมการของบริษัทย่อยในเรื่องสําคัญต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของผู้ขออนุญาตก่อน
(ข) การติดตามดูแลให้บริษัทย่อยมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงาน การทํารายการระหว่างกัน และการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีนัยสําคัญให้ครบถ้วนถูกต้อง
(ค) การติดตามดูแลให้กรรมการและผู้บริหารของบริษัทย่อยปฏิบัติให้เป็นไปตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กฎหมายกําหนด
(3) มีกลไกการกํากับดูแลที่มีผลให้การทํารายการระหว่างบริษัทย่อยกับบุคคลที่เกี่ยวโยง การได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน หรือการทํารายการสําคัญอื่นใดของบริษัทย่อย ต้องได้รับมติจากที่ประชุมคณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของผู้ขออนุญาตก่อนการทํารายการดังกล่าว ทั้งนี้ ให้พิจารณาการทํารายการดังกล่าวของบริษัทย่อยทํานองเดียวกับการทํารายการในลักษณะและขนาดเดียวกันกับที่ผู้ขออนุญาตต้องได้รับมติจากที่ประชุมคณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของผู้ขออนุญาต
ให้นําหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง (1) และ (2) มาบังคับใช้กับบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักตามข้อ 24(2) และ (3) ด้วย โดยอนุโลม”
แท็บใหม่ ↗ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน (2) ของข้อ 28 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(2) มีกลไกการกํากับดูแลบริษัทตามข้อ 24(1) และ (2) ให้เป็นไปตามข้อ 26”
แท็บใหม่ ↗ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ 28 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 53/2561 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561
“ให้นําความในข้อ 25 มาใช้บังคับกับผู้ขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม”
แท็บใหม่ ↗ข้อ 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ 33 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
“ให้นําความในข้อ 25 วรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับผู้ขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม”
แท็บใหม่ ↗ข้อ 6 ในกรณีที่บริษัทได้ยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และสํานักงานยังมิได้มีคําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคําขอดังกล่าว หากผู้ขออนุญาตอาจได้รับประโยชน์จากหลักเกณฑ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศฉบับนี้ และผู้ขออนุญาตแจ้งเป็นหนังสือต่อสํานักงานแสดงความประสงค์ให้สํานักงานพิจารณาคําขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวในวันหรือก่อนวันที่สํานักงานแจ้งเริ่มต้นขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตตามคู่มือสําหรับประชาชน ให้การพิจารณาคําขออนุญาตของสํานักงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ 7 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562
(นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล)
เลขาธิการ
สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการกํากับตลาดทุน
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).