法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอ ค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอ ค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย

พ.ศ.๒๕๔๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอ ค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คำขอ” หมายความว่า คำขอรับค่าตอบแทน หรือค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย แล้วแต่กรณี

“ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ” หมายความว่า ผู้เสียหาย จำเลย หรือทายาท แล้วแต่กรณี

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และให้หมายความรวมถึงส่วนราชการอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และให้หมายความรวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการหรือลูกจ้างในสังกัดสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา หรือส่วนราชการอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสังกัดสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาหรือส่วนราชการอื่นซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔

วิธีการยื่นคำขอ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอต้องยื่นคำขอด้วยตนเองโดยแนบเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดในระเบียบนี้มาพร้อมกับคำขอ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บุคคลอื่นจะยื่นคำขอแทนได้เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณี ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์

(๒) ผู้อนุบาล กรณี ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้ไร้ความสามารถ

(๓) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภรรยา หรือบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหนังสือ กรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมีเหตุจำเป็น ในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) เจ็บป่วยจนไม่สามารถมายื่นคำขอด้วยตนเองได้

(ข) เป็นคนสูงอายุหรือเป็นบุคคลทุพพลภาพไม่สะดวกในการเดินทาง

(ค) เดินทางไปต่างประเทศโดยมีกิจธุระจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และไม่อาจมายื่นคำขอได้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๒๒

(ง) เหตุจำเป็นอย่างอื่นที่คณะกรรมการเห็นชอบกำหนดเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คำขอต้องเป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด โดยมีเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้แนบมาพร้อมคำขอด้วย

(๑) ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เสียหาย

(ก) บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรหรือหลักฐานแสดงตัวของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด

(ข) สูติบัตร หรือหนังสือรับรองการเกิดที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา จำนวน ๑ ชุด กรณีผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์

(ค) ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด กรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล

(ง) สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจที่ได้มีการร้องทุกข์

(๒) ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นจำเลย

(ก) บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรหรือหลักฐานแสดงตัวของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด

(ข) สูติบัตร หรือหนังสือรับรองการเกิดที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา จำนวน ๑ ชุด กรณีจำเลยเป็นผู้เยาว์

(ค) ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด กรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล

(ง) สำเนาคำสั่งให้ถอนฟ้องหรือสำเนาคำพิพากษาอันถึงที่สุด

(จ) สำเนาหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นทายาทโดยชอบธรรมของผู้เสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา ให้ยื่นคำขอและเอกสารเกี่ยวกับผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามข้อ ๖ พร้อมยื่นเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้ไปด้วย

(๑) บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรหรือหลักฐานแสดงตัวของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ของผู้มีสิทธิยื่นคำขอ พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด

(๒) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียหายหรือจำเลย และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิยื่นคำขอ พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด

(๓) ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด กรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นสามีหรือภรรยา

(๔) ใบมรณะบัตรของผู้เสียหายหรือจำเลยซึ่งถึงแก่ความตายพร้อมสำนาจำนวน ๑ ชุด

(๕) สำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเกี่ยวกับการจัดการมรดก(ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการยื่นคำขอแทนตามข้อ ๕ ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารและหลักฐานของผู้มีสิทธิยื่นคำขอตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แล้วแต่กรณี และต้องแนบเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) ในการยื่นคำขอแทนโดยผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล

(ก) บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรหรือหลักฐานแสดงตัวของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ของผู้ยื่นคำขอแทน พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด

(ข) เอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการมีอำนาจปกครองผู้เยาว์ พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด กรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์ (ถ้ามี)

(ค) สำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่ให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้ไร้ความสามารถและแต่งตั้งผู้ยื่นคำขอแทนเป็นผู้อนุบาล (ถ้ามี)

(๒) ในการยื่นคำขอแทนโดยผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภรรยา ตามข้อ ๕ (๓)

(ก) บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรหรือหลักฐานแสดงตัวของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ของผู้ยื่นคำขอแทน พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด

(ข) สำเนาทะเบียนสมรส กรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นสามีหรือภรรยา

(ค) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิยื่นคำขอและผู้ยื่นคำขอแทน

(ง) สำเนาเอกสารการรับรองบุตร (ถ้ามี)

(จ) เอกสารแสดงเหตุจำเป็นที่ทำให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่สามารถมายื่นคำขอด้วยตนเอง

(๓) ในการยื่นคำขอแทนโดยผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยหนังสือ

(ก) บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรหรือหลักฐานแสดงตัวของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ของผู้ยื่นคำขอแทน พร้อมสำเนาจำนวน ๑ ชุด

(ข) เอกสารหรือหลักฐานแสดงเหตุจำเป็นที่ทำให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่สามารถมายื่นคำขอด้วยตนเอง

(ค) หนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือแต่งตั้งให้เป็นผู้ยื่นคำขอแทน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คำขอที่ได้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ให้ถือว่าได้มีการยื่นคำขอต่อคณะกรรมการแล้ว

เมื่อสำนักงานได้รับคำขอแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน

ใบรับคำขอจะต้องมีข้อความแสดงวัน เดือน ปี เลขที่รับคำขอ ชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คำขอที่สำนักงานได้รับไว้แล้ว ให้ผู้อำนวยการจัดให้มีการบันทึกการรับคำขอไว้ในสมุดบันทึกการรับคำขอ

สมุดบันทึกการรับคำขออย่างน้อยต้องระบุ วัน เดือน ปี เลขที่รับคำขอ ชื่อและที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอ รวมทั้งชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้บันทึก

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ก่อนมีการออกใบรับคำขอและบันทึกการรับคำขอไว้ในสมุดบันทึกการรับคำขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการตามคำขอให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบที่สำนักงานกำหนด และมีเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในระเบียบนี้

คำขอใดที่มีรายการไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องตามแบบที่สำนักงานกำหนดหรือมีเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อนมีการออกใบรับคำขอและบันทึกในสมุดบันทึกการรับคำขอ

ในกรณีที่มีข้อขัดข้องเพียงเล็กน้อย ให้เจ้าหน้าที่รับคำขอนั้นไว้ดำเนินการตามระเบียบนี้ก่อนก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน นับแต่วันที่รับคำขอ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อผู้อำนวยการ เพื่อพิจารณาอนุญาตเป็นครั้งๆ ไป ครั้งละไม่เกินเจ็ดวัน แต่ไม่เกินสามครั้ง

การดำเนินการตามวรรคสามให้มีการบันทึกในสมุดบันทึกการรับคำขอ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้สำนักงานจัดให้มีระบบการควบคุม ตรวจสอบ การรับคำขอและพิจารณาคำขอในการนี้ผู้อำนวยการจะออกระเบียบเกี่ยวกับสารบบของเรื่องเพื่อเป็นหลักเกณฑ์และแนวทางในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานก็ได้

ระเบียบตามวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับได้เมื่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

การตรวจสอบและการสอบสวนคำขอในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อสำนักงานได้รับคำขอใดแล้ว ให้ผู้อำนวยการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งตรวจสอบคำขอและสอบสวนข้อเท็จจริงในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายโดยเร็ว แล้วให้เสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการในการแสวงหาข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้

(๑) แสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

(๒) รับฟังพยานหลักฐาน คำชี้แจง หรือความเห็นของผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือของพยานบุคคล หรือพยานผู้เชี่ยวชาญที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอกล่าวอ้าง เว้นแต่เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย หรือเพื่อประวิงเวลา

(๓) ข้อเท็จจริงหรือความเห็นจากผู้มีสิทธิยื่นคำขอ พยานบุคคล หรือพยานผู้เชี่ยวชาญ

(๔) ออกไปตรวจสถานที่

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบปากคำของผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือบุคคลใดที่ทราบถึงข้อเท็จจริงโดยเร็ว

ในการสอบปากคำผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือพยาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการบันทึกถ้อยคำไว้ เมื่อได้บันทึกถ้อยคำเสร็จแล้วให้อ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟังหรือจะให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านเองก็ได้และให้ผู้ให้ถ้อยคำ ผู้บันทึกถ้อยคำ และพนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองไว้เป็นหลักฐาน ถ้าบันทึกถ้อยคำนั้นมีหลายหน้าให้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหน้า

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้วให้ทำรายงานการตรวจสอบและสอบสวนเสนอต่อผู้อำนวยการ โดยสรุปข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานพร้อมทั้งความเห็นของตนประกอบรายงานการตรวจสอบและสอบสวน

เมื่อผู้อำนวยการได้รับรายงานการตรวจสอบและสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้ทำความเห็นหรือข้อสังเกตให้เสร็จโดยเร็ว แล้วเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป

ในกรณีที่มีเหตุอันควร ผู้อำนวยการอาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบหรือสอบสวนเพิ่มเติมก็ได้

วิธีพิจารณาคำขอ

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การพิจารณาของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการอาจเรียกให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมาให้ปากคำเพิ่มเติม หรือให้มีการสอบพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือตรวจสอบข้อมูลเอกสาร วัตถุ หรือสถานที่ ก็ได้

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการอาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการแทนแล้วรายงานให้ทราบก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เรื่องใดที่คณะกรรมการหรือผู้อำนวยการเห็นว่ามีความสำคัญหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนอาจให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการโดยไม่ต้องเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาก็ได้

คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการจ่าย

ค่าตอบแทนแก่ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้มีคณะอนุกรรมการ เรียกว่า “คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา” ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำขอ และให้ความเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายต่อคณะกรรมการ

คณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สหเวชศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ การสืบสวนสอบสวนหรือการเงินการคลัง โดยให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินเจ็ดคนและอาจมีหลายคณะก็ได้

ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสังกัดสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการและจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้

ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เลขานุการมีหน้าที่เสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๒๐ ประธานอนุกรรม

การและอนุกรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) คณะกรรมการให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่อนุกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๑๙ เป็นอนุกรรมการแทนได้ และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การประชุมของคณะอนุกรรมการต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานอนุกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อนุกรรมการที่มาประชุมเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของผู้เข้าร่วมประชุม อนุกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อได้รับรายงานการตรวจสอบและสอบสวนจากผู้อำนวยการแล้วคณะอนุกรรมการอาจกำหนดวันให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมาให้ถ้อยคำชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานหรือไม่ก็ได้

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการเห็นควรให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมาให้ถ้อยคำ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้นั้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน เว้นแต่จะมีกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจะแจ้งกำหนดวันให้ทราบล่วงหน้าน้อยกว่าเจ็ดวันก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อการพิจารณารายงานการตรวจสอบและสอบสวนเสร็จสิ้น ให้คณะอนุกรรมการทำความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการพร้อมด้วยเหตุผลเสนอเพื่อพิจารณาโดยเร็ว

ถ้าอนุกรรมการคนใดมีความเห็นแย้ง ให้มีสิทธิทำความเห็นแย้งของตนรวมไว้ในความเห็นและข้อเสนอแนะตามวรรคหนึ่งได้

การพิจารณาและการวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อคณะกรรมการได้รับความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณามีคำวินิจฉัยโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ผู้อำนวยการแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้แก่ผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็ว

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่พอใจในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ผู้มีสิทธิยื่นคำขออาจใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยตามมาตรา ๒๕

การเรียกเงินคืน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ กรณีที่ปรากฏในภายหลังต่อเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการคณะอนุกรรมการ หรือคณะกรรมการ ว่าการกระทำที่ผู้เสียหายที่ได้รับค่าตอบแทนนั้นไม่เป็นความผิดอาญาหรือไม่มีการกระทำเช่นว่านั้น ซึ่งคณะกรรมการจะต้องแจ้งให้ผู้เสียหายคืนค่าตอบแทนให้แก่กระทรวงยุติธรรม ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ให้นำความในหมวด ๒ การตรวจสอบและการสอบสวนในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่และส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ และส่วนที่ ๔ ของหมวด ๓ วิธีพิจารณาคำขอมาใช้บังคับแก่การตรวจสอบ การสอบสวน การพิจารณา และการวินิจฉัย ในส่วนนี้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ หากปรากฏข้อเท็จจริงตามมาตรา ๑๙ คณะกรรมการอาจมีมติให้กระทรวงแต่งตั้งให้ข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ เพื่อให้ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีตามมาตรา ๑๖ ก็ได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ บรรดาคำขอซึ่งได้ยื่นต่อสำนักงานภายในระยะเวลาตามมาตรา ๒๒ ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ หากคำขอนั้นไม่ได้เป็นไปตามวิธีการยื่นคำขอหรือมิได้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ วิธีการยื่นคำขอ ของระเบียบนี้เมื่อผู้มีสิทธิยื่นคำขอได้แก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบนี้แล้วให้ถือว่าคำขอนั้นได้ยื่นภายในระยะเวลาตามมาตรา ๒๒

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

สมชาย วงศ์สวัสดิ์

ประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

วิมล/ผู้จัดทำ

เลิศศักดิ์/ผู้ตรวจ

๒/กุมภาพันธ์/๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๓๐ ง/หน้า ๑๘/๑๒ มีนาคม ๒๕๔๖

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอ ค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e9040efca05bc6ca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com