ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว พ.ศ. 2538
ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ว่าด้วยการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว
พ.ศ. 2538
เพื่อให้การบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์หรือป่วยด้วยโรคเอดส์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงกําหนดระเบียบว่าด้วยการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัวไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว พ.ศ. 2538”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2538
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว พ.ศ. 2536 และระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
“เงินสงเคราะห์” หมายความว่า เงินช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
“ผู้ใช้แรงาน” หมายความว่า บุคคลที่เป็นลูกจ้างหรือเคยเป็นลูกจ้างที่ทํางานให้กับสถานประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยได้รับค่าจ้างเป็นสิ่งตอบแทน
“ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์” หมายความว่า ผู้ใช้แรงงานที่แพทย์ลงความเห็นว่าเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์หรือผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์
“ครอบครัว” หมายความว่า บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร รวมถึงบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะของผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์
ข้อ ๕ เงินสงเคราะห์ประกอบด้วย
(1) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี
(2) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้
(3) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ โดยไม่ได้มีเงื่อนไขผูกพันต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นๆ
(4) เงินที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมหาทุน
ข้อ ๖ การจ่ายเงินสงเคราะห์ให้จ่ายได้ไม่เกินรายละสองหมื่นบาทต่อปี ในกรณีต่อไปนี้
(1) ทุนฝึกอาชีพ
(ก) ค่าฝึกอาชีพไม่เกิน 5,000 บาท
(ข) ค่าอุปกรณ์การฝึกอาชีพและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการฝึกอาชีพ
(ค) เงินเลี้ยงชีพระหว่างฝึกอาชีพ ไม่เกิน 5,000 บาท
(2) ทุนประกอบอาชีพ
(ก) ค่าอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการประกอบอาชีพ
(ข) เงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ
(3) ทุนการศึกษา ไม่เกินระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และอายุไม่เกิน 25 ปี จ่ายให้บุตรหรือผู้อยู่ในอุปการะ จํานวนไม่เกินครอบครัวละสามคน
(ก) ค่าเล่าเรียนตามระดับการศึกษาต่อปี ดังนี้
- ระดับอนุบาล คนละไม่เกิน 1,000 บาท
- ระดับประถมศึกษา คนละไม่เกิน 1,500 บาท
- ระดับมัธยมศึกษา คนละไม่เกิน 1,500 บาท
- ระดับไม่เกินประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง คนละไม่เกิน 2,500 บาท
(ข) ค่าอุปกรณ์การศึกษาและเสื้อผ้า ไม่เกินคนละ 2,000 บาท
(ค) เงินเลี้ยงชีพระหว่างศึกษา ไม่เกินครอบครัวละ 5,000 บาท
ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการระดับกรม เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว” มีจํานวนไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 13 คน ประกอบด้วย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานกรรมการ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (ที่กํากับดูแลงานกองสวัสดิการแรงงาน) เป็นรองประธานกรรมการ ผู้อํานวยการกองหรือหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่ากอง เป็นกรรมการ ผู้อํานวยการกองสวัสดิการแรงงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการจัดสวัสดิการส่วนภูมิภาค เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการตามข้อ 7 มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้
(1) กําหนดนโยบายและกํากับดูแลการบริหารเงินสงเคราะห์
(2) วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ
(3) พิจารณาปรับปรุงระเบียบ
(4) พิจารณาจัดหาเงินสงเคราะห์
(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย
หมวด ๓ หลักเกณฑ์การให้เงินสงเคราะห์
ข้อ ๙ บุคคลที่อยู่ในข่ายได้รับเงินสงเคราะห์ ได้แก่
(1) ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์
(2) ครอบครัวผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์
ข้อ ๑๐ ให้บุคคลตามข้อ 9 ยื่นคําขอรับเงินสงเคราะห์ตามแบบขอรับเงินสงเคราะห์ กสว.อ.01 ต่อกองสวัสดิการแรงงาน หรือสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้
(1) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
(2) สําเนาทะเบียนบ้าน
(3) กรณีขอรับทุนการศึกษา ให้แนบเอกสาร
(ก) หนังสือรับรองจากสถานศึกษาว่ากําลังศึกษาอยู่จริง
(ข) สําเนาทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรของผู้ศึกษา
ข้อ ๑๑ การยื่นแบบคําขอรับเงินสงเคราะห์ (กสว.อ.01) ให้ยื่นที่จังหวัดที่ผู้ขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดนั้น และให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบบันทึกข้อเท็จจริงตามแบบสอบข้อเท็จจริง (กสว.อ.02) ประกอบแบบคําขอรับเงินสงเคราะห์ (กสว.อ.01) ด้วย
ข้อ ๑๒ การพิจารณาอนุมัติให้เงินสงเคราะห์ ให้พิจารณาหลังจากได้รับเงินประจํางวดแล้ว และให้มีผลนับตั้งแต่วันที่อนุมัติจนถึงสิ้นปีงบประมาณ
ข้อ ๑๓ เมื่อคณะอนุกรรมการฯ ได้อนุมัติให้เงินสงเคราะห์แล้วปรากฏว่า ผู้ขอรับเงินสงเคราะห์เสียชีวิตก่อนที่จะได้รับเงิน ให้บุคคลในครอบครัวยื่นคําร้องพร้อมแสดงหลักฐานการเสียชีวิต บัตรประจําตัวประชาชนของผู้ยื่นคําร้องและเอกสารหลักฐานแสดงความเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต เพื่อขอรับเงินแทน โดยขอรับเงินในประเภทเดิมและในวงเงินเท่าเดิม ถ้าหากจะขอเปลี่ยนประเภทเงินสงเคราะห์ จะต้องให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาตามความเหมาะสมในวงเงินเท่าเดิม
หมวด ๔ การเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงิน
ข้อ ๑๔ เงินสงเคราะห์ที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจําปีให้เบิกจ่ายและเก็บรักษาไว้ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๕ เงินสงเคราะห์ที่ได้รับจากการบริจาคหรือจัดกิจกรรมหาทุน รวมทั้งเงินทดรองจ่ายที่ขอยืมจากเงินงบประมาณให้นําฝากไว้กับธนาคารของรัฐ ในชื่อบัญชี “เงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว”
หมวด ๑๖ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีตามข้อ 15 ในส่วนกลางให้ข้าราชการกองสวัสดิการแรงงาน ตั้งแต่ระดับ 7 ขึ้นไป เป็นผู้ลงนามร่วมกันอย่างน้อยสองคนในใบถอนเงิน
ส่วนภูมิภาคให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกับข้าราชการสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป เป็นผู้ลงนามร่วมกันอย่างน้อยสองคนในใบถอนเงิน
ข้อ ๑๗ ดอกผลที่เกิดจากการนําเงินฝากธนาคารในชื่อบัญชี “เงินสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว” ให้นําส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดินเมื่อสิ้นปีงบประมาณ
ข้อ ๑๘ เงินสงเคราะห์ที่อนุมัติแล้วแต่ไม่มีผู้มารับเงินภายใน 15 วัน หากยังไม่สิ้นปีงบประมาณให้นําส่งคลังในลักษณะเบิกเกินส่งคืน เพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายให้ผู้ยื่นคําขอรายอื่นต่อไป หากสิ้นปีงบประมาณแล้วให้นําส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน
ข้อ ๑๙ การปฏิบัติอื่นใดซึ่งมิได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
ข้อ ๒๐ ให้อธิบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2538
รังสฤษฎ์ จันทรัตน์
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).