รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พ.ศ. 2530

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พ.ศ. 2530

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 21 ธ.ค. 2530 (1987-12-21) · 14 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ข้อบังคับสภาทนายความ ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาและการเบิกจ่าย เงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) มาตรา ๘๑ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๐”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้ “เงินกองทุน” หมายความว่า เงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย “กรรมการ” มายความว่า คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย “รองประธานกรรมการ” หมายความว่า รองประธานกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย “เลขานุการ” หมายความ เลขานุการคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย “ผู้ช่วยเลขานุการ” หมายความว่า ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย “หัวหน้าสำนักงาน” หมายความว่า หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงินกองทุน โดยนำฝากธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ธนาคารพาณิชย์อื่น หรือสถาบันการเงินที่ธนาคารรับรองตามประเภทของบัญชีเงินฝากที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ให้มีสมุดบัญชีเงินกองทุน ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๕ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ และตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการบัญชี เพื่อให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบได้

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ การรับเงินทุกชนิดให้มีใบเสร็จรับเงิน จัดลงบัญชีไว้ให้ถูกต้อง และให้นำฝากธนาคารในวันที่รับเงิน หากไม่สามารถนำฝากได้ทันในวันนั้น ก็ให้นำฝากในวันทำการของธนาคารวันถัดไป

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ หัวหน้าสำนักงานหรือเจ้าหน้าที่การเงินที่คณะกรรมการมอบหมาย มีอำนาจเก็บเงินไว้ได้วันละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท (สองพันบาท)

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ ให้บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินกองทุน (๑) ประธานกรรมการ ครั้งละไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท (๒) รองประธานกรรมการ ครั้งละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (๓) เลขานุการ ครั้งละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (๔) ผู้ช่วยเลขานุการ ครั้งละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท (๕) หัวหน้าสำนักงานตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ การจ่ายเงินที่มีจำนวนเงินครั้งละเกินกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการก่อนจึงจะจ่ายได้ ในการอนุมัติสั่งจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานการอนุมัติและใบสำคัญคู่จ่ายไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ การจ่ายเงินต้องจ่ายเป็นเช็ค โดยให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการ จำนวนสองในสามคนร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตรา (หากมี) เป็นสำคัญ เว้นแต่การจ่ายเงินที่มีจำนวนครั้งละไม่เกินสองพันบาท จะจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ ให้หัวหน้าสำนักงานจัดทำบัญชีแสดงรายการการรับเงิน การจ่ายเงิน รวมทั้งการได้มาซึ่งเงินที่สภาทนายความจัดสรรให้ เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ และดอกผลของเงินกองทุนในแต่ละเดือน และเสนอให้คณะกรรมการทราบในการประชุมตามปกติของเดือนถัดไปทุกเดือน

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ การจ่ายเงินให้แก่ทนายความอาสาสมัครที่ไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ให้หัวหน้าสำนักงานมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้ (๑) การไปว่าความที่ศาลแพ่งหรือศาลอาญา ครั้งละ ๑๐๐ บาท (๒) การไปว่าความที่ศาลแรงงาน ครั้งละ ๑๕๐ บาท (๓) การไปว่าความที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลแขวงพระนครใต้ ศาลแพ่งธนบุรี ศาลอาญาธนบุรี หรือศาลแขวงธนบุรี ครั้งละ ๒๐๐ บาท (๔) การไปปฏิบัติหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายแก่ประชาชนประจำสถานีตำรวจนครบาลต่าง ๆ วันละ ๑๐๐ บาท ต่อหนึ่งคน

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินให้แก่ทนายความอาสาสมัครนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑ ให้หัวหน้าสำนักงานพิจารณาอนุมัติจ่ายได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่ต้องไม่เกินกว่า ครั้งละ ๕๐๐ บาท แล้วรายงานให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินตามข้อ ๘ (๑) ถึง (๔) เพื่อให้ความเห็นชอบ

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓ การเบิกจ่ายเงินนอกจากที่กล่าวไว้ในข้อบังคับนี้ ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงิน พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยอนุโลม ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ คำนวณ ชโลปถัมภ์ นายกสภาทนายความ มณฑิตา/ผู้จัดทำ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ นฤดล/ผู้ตรวจ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๒๖๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๒๑ ธันวาคม ๒๕๓๐

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้