รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2478 (ฉบับที่ 14)

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2478 (ฉบับที่ 14)

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 29 พ.ย. 2483 (1940-11-29) · 10 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการ ฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ (ฉะบับที่ ๑๔)[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ส่วนที่ ๑ เครื่องแบบทั่วไป

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ เครื่องแบบข้าราชการประจำการทั่วไป ให้มี ๔ ชนิด คือ เครื่องแบบปกติ เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ และเครื่องแบบสโมสร

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ (ก) ภายใต้บทบังคับแห่งข้อ ๓ และข้อ ๔ เครื่องแบบปกติให้ประกอบด้วย (๑) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังหน้าหนังมันสีดำ สายรัดคางสีทอง มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละหนึ่งดุม ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองขนาดสูง ๕ เซนติเมตรบนหมอนสักหลาดสีขาว ผ้าพันหมวกสีขาวตามแบบ (๒) เสื้อแบบราชการสีขาว ใช้ดุมโลหะสีทองมีตราครุฑพ่าห์ ๕ ดุม และมีแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูง ๑ เซนติเมตรครึ่งติดที่อกเสื้อเบื้องซ้าย (๓) กางเกงขายาวแบบราชการสีขาว ไม่พับปลายขา (๔) รองเท้าหนังสีดำและถุงเท้าสีดำ (๕) อินทรธนูขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า พื้นกำมะหยี่สีดำ ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง จากไหล่ไปคอ ด้านคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ อินทรธนูมีลวดลาย ดังต่อไปนี้ รัฐมนตรี ปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์เต็มแผ่นอินทรธนู ข้าราชการชั้นพิเศษ มีแถบสีทองกว้างครึ่งเซนติเมตรเป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู ข้าราชการชั้นเอก มีแถบสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตรเป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ มีดอก ๓ ดอก เรียงตามส่วนยาวของอินทรธนู ไม่เกิน ๓ ใน ๔ ส่วนของอินทรธนู ข้าราชการชั้นโท มีแถบสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตรเป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ มีดอก ๒ ดอก เรียงตามส่วนยาวของอินทรธนู ไม่เกินครึ่งหนึ่งของอินทรธนู ข้าราชการชั้นตรี มีแถบสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตรเป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ มีดอก ๑ ดอก ไม่เกิน ๑ ใน ๔ ส่วนของอินทรธนู ข้าราชการชั้นจัตวา ตั้งแต่อันดับ ๖ ถึงอันดับ ๑๒ มีแถบสีทองกว้างครึ่งเซนติเมตรเป็นขอบ ข้าราชการชั้นจัตวา ตั้งแต่อันดับ ๑ ถึงอันดับ ๕ มีแถบสีทองกว้างครึ่งเซนติเมตรขวางกลาง (๖) เครื่องหมายสังกัด ทำด้วยโลหะโปร่งชุบหรือกะไหล่ทอง ไม่มีขอบ ขนาดสูง ๒ เซนติเมตรกลัดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง เป็นรูปเครื่องหมายสังกัด ดังต่อไปนี้ สำนักนายกรัฐมนตรี รูปตราคชสีห์ราชสีห์รักษารัฐธรรมนูญ กระทรวงการคลัง รูปตราปักษาวายุภักษ์ กระทรวงการต่างประเทศ รูปตราบัวแก้ว กระทรวงเกษตราธิการ รูปตราพระพิรุณทรงนาค กระทรวงธรรมการ รูปตราเสมาธรรมจักร กระทรวงมหาดไทย รูปตราราชสีห์ กระทรวงยุตติธรรม รูปตราพระดุลพ่าห์ กระทรวงเศรษฐการ รูปตราพระรามทรงรถ สำนักพระราชวังและ สำนักงานราชเลขานุการ ในพระองค์ รูปตรามหามงกุฎและอุณาโลม สำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร รูปตรารัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพาน ๒ ชั้น (ก ทวิ) สำหรับเครื่องแต่งตัวอากาศหนาว ให้ใช้เหมือนเครื่องแบบปกติ เว้นแต่เสื้อ ให้ใช้เสื้อสักหลาด หรือผ้าเสิร์ทสีน้ำเงินดำรูปทูนิค มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ติดที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม คอเปิดพับชายแหวกที่อก ๒ ชาย ติดเครื่องหมายสังกัดที่คอพับของเสื้อ ตอนบนเหนือแนวแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประกอบกับเสื้อเชิ้ตสีขาวอกอ่อน ข้อมืออ่อนหรือแข็ง ประกอบกับคอเชิ้ตสีขาวอ่อนหรือแข็งอย่างพับ ๒ ชั้น ผูกคอด้วยผ้าหรือแพรสีดำเงื่อนกลาสี (ข) เครื่องแบบครึ่งยศ ให้ใช้เครื่องแบบปกติ (ก) แต่ผ้าพันหมวกสำหรับข้าราชการทั่วไปมีริ้วสีทองขนาดหกมิลลิเมตรที่ขอบทั้งสองข้าง สำหรับรัฐมนตรีมีปักดิ้นทองเป็นลายชัยพฤกษ์เต็มโดยรอบ สำหรับข้าราชการชั้นพิเศษมีปักดิ้นทองเป็นลายชัยพฤกษ์ตรงกลางโดยรอบ สำหรับข้าราชการชั้นเอกปักดิ้นทอง เป็นลายชัยพฤกษ์ขนาดหนึ่งเซนติเมตรที่ขอบหมวกทั้งสองข้างโดยรอบ (ค) เครื่องแบบเต็มยศ (๑) สำหรับข้าราชการทั่วไป ให้ใช้เหมือนเครื่องแบบครึ่งยศ เว้นแต่กางเกง ให้ใช้การเกงสักหลาดขายาวแบบราชการสีดำ (๒) สำหรับรัฐมนตรี ให้ใช้เหมือนเครื่องแบบครึ่งยศ เว้นแต่กางเกงให้ใช้กางเกงสักหลาดขายาวแบบราชการสีดำมีแถบทอง กว้าง ๒ เซนติเมตรครึ่ง ติดข้างตามความยาวของกางเกง (ง) เครื่องแบบสโมสร ให้ใช้เหมือนเครื่องแบบเต็มยศ เว้นแต่ (๑) หมวก ถ้าใช้ในโอกาสประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ใช้เหมือนหมวกเครื่องแบบครึ่งยศแต่ถ้าใช้ในโอกาสที่มิได้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ใช้เหมือนหมวกเครื่องแบบปกติ (๒) เสื้อสโมสรสีขาว จะใช้ผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์ทสีขาวก็ได้ เปิดอก ปาดเอว ดุมโลหะสีทองมีตราครุฑพ่าห์ติดที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม และบรรจบเสื้อเป็นดุมติดกัน ๒ ดุม (๓) เสื้อกั๊กสีขาว ดุมโลหะสีทองมีตราครุฑพ่าห์ ๓ ดุม (๔) เสื้อเชิ้ตอกแข็ง ข้อมือแข็งสีขาว ประกอบกับคอเชิ้ตชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ ผูกคอด้วยผ้าหรือแพรสีดำแบบหูกระต่าย (๕) เครื่องหมายสังกัด ให้ติดที่คอพับของเสื้อตอนบนเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งสองข้าง (๖) สำหรับในฤดูร้อน ให้ใช้กางเกงสีขาวแทนสักหลาดสีดำได้

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ข้าราชการสังกัดสำนักพระราชวังและสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ ให้มีเครื่องแบบเหมือนข้าราชการประเภทอื่น ๆ เว้นแต่อินทรธนูให้เพิ่มเส้นลวดทองติดที่ขอบริมแถบทองด้านนอก

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ข้าราชการนอกประจำการ ให้ใช้เครื่องแบบเหมือนข้าราชการประจำการ เว้นแต่เครื่องหมายสังกัดให้ติดที่อกเสื้อเบื้องขวา

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ข้าราชการวิสามัญ และข้าราชการประเภทอื่น ซึ่งไม่อยู่ในชั้นและอันดับตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายพลเรือน ให้ใช้เครื่องแบบตามกฎนี้ แต่ข้าราชการคนใดควรแต่งชั้นใด ให้เป็นไปตามระเบียบซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีเทียบไว้”

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๒บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ บทบัญญัติในส่วนที่ ๒ หมวดที่ ๕ แห่งกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ บรรดาที่บัญญัติให้ใช้แผ่นทาบคอ ให้เปลี่ยนเป็นอินทรธนูทุกแห่ง

ข้อ ๓บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ให้กรมศิลปากรจัดทำรูปเครื่องแบบตามกฎนี้ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

ข้อ ๔บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ เครื่องแบบตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ เฉพาะเท่าที่ถูกแก้ไขโดยกฎฉบับนี้ ถ้ามีความประสงค์จะใช้ต่อไป ก็ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๔ กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๓ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี โชติกานต์/ปรับปรุง ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อรญา/ตรวจ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๗/ตอนที่ -/หน้า ๗๕๗/๒๙ พฤศจิกายน ๒๔๘๓

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้