ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนดหรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย เดินบนทางหลวงท้องถิ่น ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 11 พ.ค. 2554 (2011-05-11) · 24 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
เรื่อง
ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด
หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย
เดินบนทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายกโดยอนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑[๑]
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ฉบับนี้ไม่ใช้บังคับบนสะพานหรือถนนที่ติดตั้งป้ายบังคับ จำกัดน้ำหนัก กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ให้ยกเลิกบรรดา
กฎ ประกาศ
และคำสั่งอื่นในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในประกาศฉบับนี้หรือซึ่งขัดแย้งกับประกาศฉบับนี้และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย
เดินบนทางหลวงท้องถิ่น ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ตามข้อกำหนดดังนี้
ข้อกำหนดน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาของยานพาหนะ
ที่ใช้เดินบนทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ยานพาหนะชนิดรถเดี่ยว
(SINGLE
UNIT)
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ยานพาหนะที่มี ๒
เพลา ๔ ล้อ ยาง ๔ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ใช้ยางเดี่ยว
ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ไม่เกิน ๗,๐๐๐ กิโลกรัม
หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๙,๕๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ ยานพาหนะที่มี ๒
เพลา ๔ ล้อ ยาง ๖ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสารต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย
(เพลาที่ ๒) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ไม่เกิน
๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ ยานพาหนะที่มี ๓
เพลา ๖ ล้อ ยาง ๖ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสารต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย
(เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ ยานพาหนะที่มี ๓
เพลา ๖ ล้อ ยาง ๘ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) เพลาคู่ท้ายเพลาใดเพลาหนึ่งใช้ยางเดี่ยวอีกเพลาหนึ่ง ใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสารต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย
ไม่เกิน ๑๖,๕๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๖,๕๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๕๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ยานพาหนะที่มี ๓
เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๕,๐๐๐
กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ ยานพาหนะที่มี ๓
เพลา ๖ ล้อ ยาง ๘ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒)
เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓) ใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร
ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๓) ไม่เกิน
๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๐๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ ยานพาหนะที่มี ๔
เพลา ๘ ล้อ ยาง ๘ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๓,๐๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ ยานพาหนะที่มี ๔
เพลา ๘ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒)
เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัมหรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๓๐,๐๐๐
กิโลกรัม
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
(SEMI-TRAILER)
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ ตัวรถลากจูงเมื่อประกอบกับตัวรถกึ่งพ่วง
(SEMI-TRAILER) แล้วต้องมีน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้
สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ
๑๒
ตัวรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาดังนี้
(๑) ชนิดเพลาเดี่ยวใช้ยางเดี่ยว น้ำหนักลงเพลาไม่เกิน ๗,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ชนิดเพลาเดี่ยวใช้ยางคู่ น้ำหนักลงเพลาไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๓) ชนิดเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
(๔) ชนิดเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม
(๕) ชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๒๕,๕๐๐ กิโลกรัม และระยะห่างระหว่างสลักพ่วง
(KING PIN) กับศูนย์กลางของเพลาที่ ๑
ของตัวรถกึ่งพ่วงต้องไม่น้อยกว่า ๘ เมตร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง (SEMI-TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่และตัวรถกึ่งพ่วงเป็นชนิดสามเพลา
(TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่
ที่จดทะเบียนรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓
ให้ได้รับการยกเว้นการใช้บังคับข้อกำหนดระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN)
กับศูนย์กลางของเพลาที่ ๑ ของตัวรถกึ่งพ่วงต้องไม่น้อยกว่า ๘ เมตร
ความในข้อนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง (SEMI-TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่และตัวรถกึ่งพ่วงเป็นชนิดสามเพลา
(TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่
ที่ได้จดทะเบียนรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓
เป็นต้นไป ตัวรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
(SEMI-TRAILER)
ประเภทตัวรถลากจูง มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย
(เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
และตัวรถกึ่งพ่วงเป็นชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่ที่จดทะเบียนรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกก่อนวันที่
๑ มกราคม ๒๕๕๓ และมีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) กับศูนย์กลาง
ของเพลาที่ ๑ ของตัวรถกึ่งพ่วงต่ำกว่า ๘ เมตร ตัวรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกดังนี้
(๑) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๗ เมตร ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๘ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๙,๐๐๐
กิโลกรัม
(๒) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๖ เมตร ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๗ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๗,๐๐๐
กิโลกรัม
(๓) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๔.๕ เมตร ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๖ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๕,๐๐๐
กิโลกรัม
ความในข้อนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
(SEMI-TRAILER)
ประเภทตัวรถลากจูงมี ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า
(เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓
และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
ตัวรถกึ่งพ่วงเป็นชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่ตัวรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง
(FULL
TRAILER)
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้
สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ
๑๒
ตัวรถพ่วงต้องมีนํ้าหนักลงเพลาดังนี้
(๑) ชนิดเพลาหน้าและเพลาท้ายเป็นเพลาเดี่ยวใช้ยางเดี่ยว
น้ำหนักลงเพลา ไม่เกินเพลาละ ๗,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ชนิดเพลาหน้าและเพลาท้ายเป็นเพลาเดี่ยวใช้ยางคู่
น้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
และระยะห่างระหว่างศูนย์กลางเพลาหน้ากับศูนย์กลางเพลาหลังต้องไม่น้อยกว่า ๔.๓๐
เมตร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๙ ยานพาหนะชนิดลากจูงและรถพ่วง
(FULL
TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูง มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย
(เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
และตัวรถพ่วงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้าใช้ยางคู่ เพลาท้าย (เพลาที่
๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๕,๐๐๐
กิโลกรัม ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหน้า ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม
ตัวรถพ่วงเมื่อนำมาต่อพ่วงกับตัวรถลากจูงต้องมีระยะห่างระหว่างกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถลากจูงถึงกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถพ่วงไม่น้อยกว่า
๙.๗๕ เมตร
ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๓,๐๐๐ กิโลกรัม
ความในวรรคสองให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ และตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป
ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๐ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง
(FULL TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง ๑๒
เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒)
เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยวและเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM
AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถพ่วงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น
ชนิดเพลาหน้าใช้ยางคู่ เพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM
AXLE) ใช้ยางคู่ตัวรถ ลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ กิโลกรัม ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหน้าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๘,๐๐๐
กิโลกรัม ตัวรถพ่วงเมื่อนำมาต่อพ่วงกับตัวรถลากจูงต้องมีระยะห่างระหว่างกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถลากจูงถึงกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถพ่วงไม่น้อยกว่า
๙.๗๕ เมตร
ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๓,๐๐๐ กิโลกรัม
ความในวรรคสองให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๓๑
ธันวาคม ๒๕๕๕ และตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
ให้ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่ง
เมื่อเดินบนสะพานต้องเว้นระยะห่างจากรถพ่วง (FULL TRAILER) ที่เดินรถอยู่ข้างหน้าไม่น้อยกว่า
๒๐๐ เมตร ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๑ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง
(FULL
TRAILER) ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๓,๐๐๐ กิโลกรัม
ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ และตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป
ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วง ตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๒ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง
(FULL
TRAILER) ต้องประกอบด้วยรถลากจูง ๑ คัน และตัวรถพ่วง ๑ คันเท่านั้น
จะพ่วงยานพาหนะอื่นใดอีกไม่ได้
ข้อกำหนดอื่น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๓ ห้ามมิให้ยานพาหนะดังต่อไปนี้เดินบนทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
(๑)
ยานพาหนะที่มีลักษณะของเพลา หรือล้อ หรือยาง แตกต่างจากที่ได้กำหนดไว้ในหมวด ๑
(๒)
ยานพาหนะที่ขนส่งสิ่งของจำนวนหนึ่งหน่วยต่อเที่ยวซึ่งโดยสภาพของสิ่งนั้นไม่อาจแยกจากกันได้
เว้นแต่จะทำลายหรือทำให้เปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพ เช่น เครื่องจักรหนักชิ้นส่วน โครงสร้างคอนกรีต
หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่
โดยเป็นการขนส่งเฉพาะกาลและยานพาหนะนั้นมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก
หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด ๑
(๓) ยานพาหนะที่ติดตั้ง เครื่องจักร เครื่องกล
และมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด
๑
(๔) ยานพาหนะที่โดยสภาพมีลักษณะเป็นเครื่องจักร เครื่องกล เช่น รถขุด
รถตักและมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก
หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด ๑
(๕)
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบด้วยรถกึ่งพ่วงมากกว่า ๑ คัน ขึ้นไป
ทั้งนี้
เว้นแต่จะรับอนุญาตจากผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ในการอนุญาตผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาทางหลวง
ประกาศ
ณ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔
สัญญา บุญ-หลง
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓๐ พฤษภาคม
๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๓๐ พฤษภาคม
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๕๔ ง/หน้า ๕๒/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).