ข้อ ๙
ข้อ ๙ การจัดหาผลประโยชน์สำนักงานต้องควบคุมสัดส่วนการลงทุนในกิจการ เฉพาะที่เป็นกิจการหนึ่งกิจการใด ดังต่อไปนี้ ๙.๑ กรณีรัฐวิสาหกิจไทยให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันในกิจการของนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของเงินกองทุน ๙.๒ กรณีนิติบุคคลที่เป็นธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์ ให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ในกิจการของนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของเงินกองทุน ๙.๓ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์ ยกเว้นบริษัทจัดการกองทุน นิติบุคคลเฉพาะกิจ (special purpose vehicle) ให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกันในกิจการของนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของเงินกองทุน ๙.๔ กรณีนิติบุคคลเฉพาะกิจ (special purpose vehicle) เป็นผู้ออกหลักทรัพย์ ให้ลงทุนในหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ในกิจการของนิติบุคคลเฉพาะกิจนั้นได้ไม่เกินร้อยละสามของเงินกองทุน การพิจารณาสัดส่วนการลงทุนตามข้อ ๙.๑ - ๙.๔ ให้หมายรวมถึงการทำธุรกรรมเงินฝาก การทำธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน ตราสารอนุพันธ์ และธุรกรรมให้ยืมและยืมหลักทรัพย์กับคู่สัญญา ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันหลักทรัพย์ ให้นับจากวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์กับนิติบุคคลที่เป็นผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันลำดับสุดท้ายนั้นด้วย