พระราชกฤษฎีกา ยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะในเรื่องทุนจดทะเบียนและอำนาจการบริหารกิจการ ของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญ ของอากาศยาน และผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๔
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะในเรื่องทุนจดทะเบียนและอำนาจการบริหารกิจการของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
และผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่งสำหรับอากาศยานที่มีมวลวิ่งขึ้นสูงสุดตั้งแต่ห้าพันเจ็ดร้อยกิโลกรัมขึ้นไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา ๖/๒ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกายกเว้นคุณสมบัติและลักษณะในเรื่องทุนจดทะเบียนและอำนาจการบริหารกิจการของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน และผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๔”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “ใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง” หมายความว่า ใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่งสำหรับอากาศยานที่มีมวลวิ่งขึ้นสูงสุดตั้งแต่ห้าพันเจ็ดร้อยกิโลกรัมขึ้นไป “เทคโนโลยีชั้นสูง” หมายความรวมถึง
เทคนิคทางวิศวกรรมหรือเทคโนโลยีและกระบวนการในการผลิตหรือการบำรุงรักษาที่มีคุณภาพสอดคล้องกับมาตรฐานการรับรองการผลิต หรือมาตรฐานการรับรองหน่วยซ่อม แล้วแต่กรณี รวมทั้งมีการใช้บุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญและทักษะสูง และมีการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบหรืออุปกรณ์ชั้นสูงหรือเฉพาะด้าน
มาตรา ๔ ให้ยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน และผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับทุนจดทะเบียนซึ่งต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทยและอำนาจการบริหารกิจการซึ่งต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองที่ได้รับการส่งเสริมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนและเป็นการประกอบกิจการซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูง
ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองตามวรรคหนึ่งต้องจัดให้มีแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรไทยมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองด้วย
มาตรา ๕ แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรไทยตามมาตรา ๔ วรรคสอง อย่างน้อยต้องประกอบด้วยเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรไทยในด้านการผลิตอากาศยาน การผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือการบำรุงรักษาอากาศยาน แล้วแต่กรณี (๒)
การแต่งตั้งบุคลากรไทยให้ปฏิบัติงานแทนบุคลากรต่างชาติในตำแหน่งที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการหรือต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีในด้านการผลิตอากาศยาน การผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือการบำรุงรักษาอากาศยาน แล้วแต่กรณี (๓)
การจัดให้มีการใช้บุคลากรไทยในจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของบุคลากรทั้งหมดในองค์กร ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรอง (๔) การส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาหรือกิจกรรมสร้างองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีด้านการผลิตอากาศยาน การผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือการบำรุงรักษาอากาศยาน
แล้วแต่กรณี ให้เกิดขึ้นในประเทศ โดยต้องมีการพัฒนาในภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนและสามารถวัดผลได้ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเรื่องหนึ่งเรื่องใด ดังต่อไปนี้ (ก) การพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศหรือผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือใบรับรองหน่วยซ่อม รายอื่นซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการที่มีสัญชาติไทย โดยจัดทำในรูปแบบของบันทึกข้อตกลง (ข) การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของไทย เพื่อจัดทำโครงการวิจัยและพัฒนา หรือเผยแพร่องค์ความรู้ทางเทคโนโลยีด้านการผลิตอากาศยาน การผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
หรือการบำรุงรักษาอากาศยาน (ค) การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้วิทยาการเกี่ยวกับการผลิตอากาศยาน การผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือการบำรุงรักษาอากาศยาน ให้แก่ผู้มีสัญชาติไทยโดยการให้ทุนการศึกษาหรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา
มาตรา ๖ ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง ยังไม่มีความพร้อมหรือไม่สามารถจัดให้มีแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรไทยในเรื่องตามมาตรา ๕ (๔) อาจขอผ่อนผันการจัดให้มีแผนในเรื่องดังกล่าวต่อผู้อำนวยการได้ ทั้งนี้
ผู้อำนวยการอาจให้ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นแผนในเรื่องนั้นภายหลังตามระยะเวลาที่กำหนดได้ แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรอง
มาตรา ๗ ในการออกใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง ให้กำหนดแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรไทยตามมาตรา ๔ วรรคสอง
เป็นเงื่อนไขที่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองดังกล่าวต้องปฏิบัติ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองตามวรรคหนึ่ง มีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ผู้อำนวยการกำหนด
มาตรา ๘ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสิบปี ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง ซึ่งได้รับยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะตามพระราชกฤษฎีกานี้ ยังคงได้รับการยกเว้นต่อไปจนกว่าใบอนุญาตหรือใบรับรองนั้นจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน
มาตรา ๙ ให้นำพระราชกฤษฎีกานี้มาใช้บังคับกับผู้ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้สิ้นผลใช้บังคับ และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้อำนวยการ และเมื่อได้ออกใบอนุญาตผลิตอากาศยาน
ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองดังกล่าวแล้ว ถือว่าเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน หรือใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง
ซึ่งได้รับยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะตามพระราชกฤษฎีกานี้ด้วย
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การผลิตอากาศยาน การผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน และการบำรุงรักษาอากาศยานขนาดใหญ่ เป็นกิจการที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศ ประกอบกับมาตรา ๖/๒ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้ เพื่อประโยชน์ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมการลงทุนเกี่ยวกับกิจการดังกล่าว อาจตราพระราชกฤษฎีกายกเว้นคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน
และผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่งสำหรับอากาศยานที่มีมวลวิ่งขึ้นสูงสุดตั้งแต่ห้าพันเจ็ดร้อยกิโลกรัมขึ้นไป เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับทุนจดทะเบียนซึ่งต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทยและอำนาจการบริหารกิจการซึ่งต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข
และระยะเวลาของการยกเว้นไว้ด้วยก็ได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).