กฎกระทรวง กำหนดวิธีปฏิบัติของเจ้าของเรือประมงที่ใช้สนับสนุน เรือที่ใช้ทำการประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ พ.ศ. ๒๕๖๕ (ยกเลิก)
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และมาตรา ๘๙/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “เรือสนับสนุน” หมายความว่า เรือประมงที่ใช้สนับสนุนเรือที่ใช้ทำการประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำตามมาตรา ๘๙/๑ วรรคหนึ่ง “พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง กรมประมง
“พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกในพื้นที่
ข้อ ๒ ให้เรือที่จดทะเบียนเป็นเรือกลเดินทะเลที่มีขนาดตั้งแต่สามสิบตันกรอสขึ้นไปที่มีประเภทการใช้เรือดังต่อไปนี้ เป็นเรือสนับสนุน (๑) เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น (๒) เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง (๓) เรือบรรทุกน้ำจืด (๔) เรือบรรทุกน้ำจืดเพื่อการประมง (๕)
เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่าหกสิบองศาเซลเซียส (๖) เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟสูงกว่าหกสิบองศาเซลเซียส
ข้อ ๓ เรือตามข้อ ๒ มิให้ใช้บังคับแก่เรือของหน่วยงานของรัฐและเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ดังต่อไปนี้ (๑) เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันเตา (๒) เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีการทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทน้ำมันในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ให้เป็นผู้จัดส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันระหว่างคลังน้ำมันในประเทศไทย
หรือขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันระหว่างคลังน้ำมันในประเทศไทยกับต่างประเทศ ทั้งนี้ ให้ได้รับยกเว้นเฉพาะในช่วงเวลาที่สัญญาระหว่างบริษัทน้ำมันกับเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันยังมีผลใช้บังคับและเจ้าของเรือดังกล่าวได้จัดส่งสัญญาให้กรมประมงทราบแล้ว (๓) เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่าหกสิบองศาเซลเซียส
หรือประเภทการใช้บรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟสูงกว่าหกสิบองศาเซลเซียส ที่มีขนาดตั้งแต่หนึ่งพันตันกรอสขึ้นไป
ข้อ ๔
เรือสนับสนุนต้องติดตั้งระบบติดตามเรือประมงตามมาตรฐานสมรรถนะของอุปกรณ์และข้อกำหนดเชิงหน้าที่ของระบบติดตามเรือประมงแนบท้ายประกาศกรมประมงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงและดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา
ดังต่อไปนี้ (๑) เรือสนับสนุนต้องติดตั้งระบบติดตามเรือประมงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ (๒)
เรือสนับสนุนที่จดทะเบียนใหม่หรือเปลี่ยนประเภทการใช้เรือเป็นเรือสนับสนุนต้องติดตั้งระบบติดตามเรือประมงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่จดทะเบียนใหม่หรือเปลี่ยนประเภทการใช้เรือ (๓)
เรือสนับสนุนที่ประสงค์เข้าไปทำกิจกรรมในเขตที่อยู่ในความควบคุมดูแลขององค์การระหว่างประเทศต้องติดตั้งระบบติดตามเรือประมงให้แล้วเสร็จ ก่อนที่กรมประมงจะส่งรายชื่อเรือสนับสนุนไปยังองค์การระหว่างประเทศ เพื่อระบุลงในบัญชีรายชื่อขององค์การระหว่างประเทศ
หรือก่อนออกไปทำกิจกรรมในเขตที่อยู่ในความควบคุมดูแลขององค์การระหว่างประเทศ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ เมื่อเจ้าของเรือสนับสนุนติดตั้งระบบติดตามเรือประมงตามข้อ ๔ แล้ว ให้เจ้าของเรือสนับสนุนดังกล่าวแจ้งข้อมูล รหัสกล่องหรือรหัสอุปกรณ์ ชื่อหรือหมายเลขทะเบียนเรือ และภาพถ่ายเรือสนับสนุน
พร้อมทั้งแจ้งตำแหน่งจุดจอดเรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ติดตั้งระบบติดตามเรือประมงแล้วเสร็จ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกเพื่อตรวจสอบการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง
ล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง สายสัญญาณ และสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก ตรวจสอบการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง
สายสัญญาณและสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงภายในเจ็ดวันนับแต่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ ในกรณีที่เจ้าของเรือสนับสนุนไม่สามารถนำเรือสนับสนุนเข้าเทียบท่าในประเทศไทยเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนนำพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกที่ได้รับแจ้งไปดำเนินการ ณ จุดจอดเรือ ทั้งนี้ จุดจอดเรือที่เจ้าของเรือสนับสนุนจะนำพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกไปดำเนินการต้องอยู่ในน่านน้ำไทย
ข้อ ๖ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกได้ล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง สายสัญญาณ และสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงลำใดแล้ว ห้ามมิให้ถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์
ซึ่งการล็อคตรึงและตีตราที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกได้จัดทำไว้ เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีซ่อมแซมอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วง (๒) กรณีเปลี่ยนอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วง (๓)
กรณีมีเหตุจำเป็นอื่นที่จะต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วง กรณีที่ต้องมีการซ่อมแซมอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วงตาม (๑) เปลี่ยนอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วงตาม (๒)
หรือมีเหตุจำเป็นอื่นที่จะต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วงตาม (๓) อันเป็นเหตุให้มีการถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งการล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ดังกล่าว
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนยื่นคำขอถอนล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก
ถอนล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วง โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกจะต้องพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาต่อเจ้าของเรือภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่ได้รับคำขอจากเจ้าของเรือ เมื่อดำเนินการซ่อมแซม เปลี่ยนอุปกรณ์
หรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและอุปกรณ์ต่อพ่วงตามวรรคสองแล้วเสร็จ ให้เจ้าของเรือสนับสนุนแจ้งผลการดำเนินการและแจ้งตำแหน่งจุดจอดเรือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่ดำเนินการแล้วเสร็จ
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือสนับสนุนแล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบการส่งสัญญาณของอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการแจ้งผลการตรวจสอบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกภายในสี่ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้ง
จากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกแจ้งผลการตรวจสอบให้เจ้าของเรือทราบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก ตรวจสอบการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง สายสัญญาณ
และสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงภายในเจ็ดวันนับแต่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ ให้นำความในข้อ ๕ วรรคสอง
มาใช้บังคับแก่กรณีที่เจ้าของเรือสนับสนุนไม่สามารถนำเรือสนับสนุนเข้าเทียบท่าในประเทศไทยเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกดำเนินการตามวรรคห้าได้ ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๗ เจ้าของเรือสนับสนุนต้องดูแลระบบติดตามเรือประมงให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะนำเรือสนับสนุนออกจากท่าเทียบเรือหรือขณะจอดเทียบท่า การปิดระบบติดตามเรือประมงจะทำได้เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) เรือสนับสนุนชำรุดเสียหาย (๒)
อุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชำรุดและจำเป็นต้องมีการปิดระบบติดตามเรือประมงเพื่อซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง (๓) เรือสนับสนุนอับปาง
ข้อ ๘ ในการปิดระบบติดตามเรือประมงตามข้อ ๗ เจ้าของเรือสนับสนุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเรือสนับสนุนชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมโดยนำเรือสนับสนุนขึ้นคาน เข้าอู่ซ่อมเรือหรือซ่อมแซมที่ท่าเทียบเรือ แล้วแต่กรณี
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนยื่นคำขอปิดสัญญาณอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชั่วคราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ พร้อมแนบสำเนาหนังสือรับรองจากอู่เรือหรือท่าเทียบเรือ โดยระบุวันที่เริ่มต้นซ่อมแซม และวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ
โดยจะสามารถปิดระบบติดตามเรือประมงได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการจะต้องพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาต่อเจ้าของเรือภายในสี่ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือ (๒)
กรณีอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชำรุดและจำเป็นต้องมีการปิดระบบติดตามเรือประมงเพื่อซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง ให้เจ้าของเรือสนับสนุนยื่นคำขอปิดสัญญาณอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชั่วคราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ
พร้อมแนบหนังสือรับรองจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น (๓) กรณีเรือสนับสนุนอับปาง
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนรายงานเหตุการณ์เรือสนับสนุนอับปางต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการทราบเบื้องต้นโดยพลันหลังเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นและให้เจ้าของเรือยื่นคำขอปิดสัญญาณอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชั่วคราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ
พร้อมแนบสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่ได้รายงานเหตุการณ์เรือสนับสนุนอับปาง
ข้อ ๙ เจ้าของเรือสนับสนุนต้องดำเนินการเพื่อให้ระบบติดตามเรือประมงส่งข้อมูลตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดเชิงหน้าที่ของระบบติดตามเรือประมงทุกหนึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะนำเรือสนับสนุนออกจากท่าเทียบเรือหรือขณะจอดเทียบท่า
ข้อ ๑๐ กรณีที่เจ้าของเรือสนับสนุนประสงค์จะหยุดการออกไปทำกิจกรรมชั่วคราว และได้แจ้งงดใช้เรือต่อกรมเจ้าท่าเรียบร้อยแล้ว เจ้าของเรือสนับสนุนดังกล่าวสามารถขอปรับลดจำนวนครั้งในการส่งข้อมูลระบบติดตามเรือประมงได้
โดยจัดให้ระบบติดตามเรือประมงส่งข้อมูลตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดเชิงหน้าที่ของระบบติดตามเรือประมงทุกหกชั่วโมง การขอปรับลดจำนวนครั้งในการส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าของเรือสนับสนุนยื่นคำขอปรับลดจำนวนครั้งในการส่งข้อมูลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ
พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวกับการรับแจ้งการงดใช้เรือที่ออกโดยกรมเจ้าท่าและเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าของเรือสนับสนุนจะปรับลดจำนวนครั้งในการส่งข้อมูลได้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการแล้ว ทั้งนี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้เจ้าของเรือทราบภายในสี่ชั่วโมงนับแต่ได้รับคำขอจากเจ้าของเรือ และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการงดใช้เรือสนับสนุนหรือสถานที่จอดเรือ ให้เจ้าของเรือสนับสนุนแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ
พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวกับการรับแจ้งการงดใช้เรือที่ออกโดยกรมเจ้าท่าและเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการไม่ได้รับสัญญาณระบุตำแหน่งเรือตามวรรคหนึ่ง เนื่องมาจากระบบติดตามเรือประมงขัดข้อง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการแจ้งให้เจ้าของเรือสนับสนุนทราบและให้เจ้าของเรือสนับสนุนแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ และในระหว่างที่สัญญาณระบบติดตามเรือประมงขาดหาย ให้เจ้าของเรือสนับสนุนบันทึกข้อมูลวัน เวลา และตำแหน่งเรือสนับสนุนทุกหกชั่วโมง
และรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการทุกยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบสื่อสารทางวิทยุตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๑ ภายใต้บังคับข้อ ๑๐ วรรคสาม เมื่อเจ้าของเรือสนับสนุนได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการว่าไม่ได้รับสัญญาณระบุตำแหน่งเรือประมงเนื่องมาจากระบบติดตามเรือประมงขัดข้อง ให้เจ้าของเรือสนับสนุนแต่ละประเภทปฏิบัติตามวิธีการและระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑)
กรณีเรือสนับสนุนเป็นเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง หรือเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมัน (ก) เรือสนับสนุนเป็นเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง หรือเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ไม่มีระบบสำแดงข้อมูลเรืออัตโนมัติ (Automatic Identification System : AIS) ตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด หรือระบบตรวจสอบและติดตามเรือขนส่งน้ำมัน
(Real Time Surveillance : RTS) ตามที่กรมสรรพสามิตติดตั้งที่ได้แจ้งกับกรมประมงไว้ล่วงหน้า หรือมีระบบดังกล่าวแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลพิกัดเรือสนับสนุนผ่านระบบได้
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการในครั้งแรก หรือแก้ไขระบบติดตามเรือประมงทันทีเมื่อมีการนำเรือเข้าเทียบท่าในประเทศไทย แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน
โดยในระหว่างที่สัญญาณระบบติดตามเรือประมงขาดหาย ให้เจ้าของเรือสนับสนุนบันทึกข้อมูลวัน เวลา และตำแหน่งเรือสนับสนุนทุกหนึ่งชั่วโมง และรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการทุกยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบสื่อสารทางวิทยุตามที่อธิบดีประกาศกำหนด (ข)
เรือสนับสนุนเป็นเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง หรือเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีระบบสำแดงข้อมูลเรืออัตโนมัติ (Automatic Identification System : AIS) ตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด หรือระบบตรวจสอบและติดตามเรือขนส่งน้ำมัน (Real Time Surveillance : RTS)
ตามที่กรมสรรพสามิตติดตั้งที่ได้แจ้งกับกรมประมงไว้ล่วงหน้าและพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการสามารถตรวจสอบข้อมูลพิกัดเรือสนับสนุนผ่านระบบดังกล่าวได้และเป็นข้อมูลที่ไม่ผ่านการปรับแต่งข้อมูล ให้เจ้าของเรือสนับสนุนดังกล่าวดำเนินการขนถ่ายน้ำมันต่อไปได้
แต่ต้องแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการในครั้งแรก หรือแก้ไขระบบติดตามเรือประมงทันทีเมื่อมีการนำเรือเข้าเทียบท่าในประเทศไทย แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน (๒) กรณีเรือสนับสนุนเป็นเรือบรรทุกน้ำจืด
หรือเรือบรรทุกน้ำจืดเพื่อการประมงหรือเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น (ก) เรือสนับสนุนเป็นเรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือบรรทุกน้ำจืดเพื่อการประมง หรือเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น ที่ไม่มีระบบสำแดงข้อมูลเรืออัตโนมัติ (Automatic Identification System : AIS) ตามที่กรมเจ้าท่ากำหนดและได้แจ้งกับกรมประมงไว้ล่วงหน้า
หรือมีระบบดังกล่าวแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลพิกัดเรือสนับสนุนผ่านระบบได้ ให้เจ้าของเรือสนับสนุนแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติภายในสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการในครั้งแรก
หรือแก้ไขระบบติดตามเรือประมงทันทีเมื่อมีการนำเรือเข้าเทียบท่าในประเทศไทย แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน โดยในระหว่างที่สัญญาณระบบติดตามเรือประมงขาดหาย ให้เจ้าของเรือสนับสนุนบันทึกข้อมูลวัน เวลา
และตำแหน่งเรือสนับสนุนทุกหนึ่งชั่วโมงและรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการทุกยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบสื่อสารทางวิทยุตามที่อธิบดีประกาศกำหนด (ข) เรือสนับสนุนเป็นเรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือบรรทุกน้ำจืดเพื่อการประมง หรือเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น
ที่มีระบบสำแดงข้อมูลเรืออัตโนมัติ (Automatic Identification System : AIS) ตามที่กรมเจ้าท่ากำหนดและได้แจ้งกับกรมประมงไว้ล่วงหน้า และพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการสามารถตรวจสอบข้อมูลพิกัดเรือสนับสนุนผ่านระบบดังกล่าวได้และเป็นข้อมูลที่ไม่ผ่านการปรับแต่งข้อมูล
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนดังกล่าวสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ แต่ต้องแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับจากเวลาที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการในครั้งแรก หรือแก้ไขระบบติดตามเรือประมงทันทีเมื่อมีการนำเรือเข้าเทียบท่าในประเทศไทย
แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้เป็นปกติภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๑๑ ให้นำเรือสนับสนุนกลับเข้าเขตท่าเทียบเรือทันทีไม่ว่าจะเป็นท่าในประเทศไทยหรือท่าในต่างประเทศ เพื่อดำเนินการแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้เป็นปกติ เมื่อแก้ไขระบบติดตามเรือประมงแล้วเสร็จ
ให้ดำเนินการทดสอบระบบการส่งสัญญาณร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการและเมื่อได้รับความเห็นชอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการแล้ว จึงสามารถนำเรือสนับสนุนออกจากเขตท่าเทียบเรือได้
ข้อ ๑๓ เมื่อเจ้าของเรือสนับสนุนเข้าไปทำกิจกรรมในเขตที่อยู่ในความควบคุมดูแลขององค์การระหว่างประเทศ ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการว่าไม่ได้รับสัญญาณระบุตำแหน่งเรือประมงเนื่องมาจากระบบติดตามเรือประมงขัดข้อง
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการในครั้งแรก ในระหว่างที่สัญญาณระบบติดตามเรือประมงขาดหาย ให้เจ้าของเรือสนับสนุนบันทึกข้อมูลวัน เวลา
และตำแหน่งเรือสนับสนุนทุกสองชั่วโมงและรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการทุกสี่ชั่วโมงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้เป็นปกติภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
ให้นำเรือสนับสนุนกลับเข้าเขตท่าเทียบเรือทันทีไม่ว่าจะเป็นท่าในประเทศไทยหรือท่าในต่างประเทศ เพื่อดำเนินการแก้ไขระบบติดตามเรือประมงให้เป็นปกติ เมื่อแก้ไขระบบติดตามเรือประมงแล้วเสร็จ
ให้ดำเนินการทดสอบระบบการส่งสัญญาณร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการและเมื่อได้รับความเห็นชอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ จึงสามารถนำเรือสนับสนุนออกจากเขตท่าเทียบเรือได้
ข้อ ๑๔ ความในข้อ ๑๐ วรรคสาม ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓ มิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ระบบติดตามเรือประมงขัดข้องอันเนื่องมาจากความบกพร่องของระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม ระบบของผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือระบบของกรมประมง หรือเหตุอื่นใดที่มิใช่ความบกพร่องของเจ้าของเรือสนับสนุนหรือผู้ควบคุมเรือสนับสนุน
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่เจ้าของเรือสนับสนุนได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการว่าไม่ได้รับสัญญาณระบุตำแหน่งเรือประมง และเจ้าของเรือสนับสนุนได้เตรียมอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชุดสำรองไว้
ให้เปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชุดสำรองตามมาตรฐานสมรรถนะของอุปกรณ์และข้อกำหนดเชิงหน้าที่ของระบบติดตามเรือประมงแนบท้ายประกาศกรมประมงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๑๑ และข้อ ๑๓ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี และเมื่อติดตั้งอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชุดสำรองแล้วเสร็จ ให้เจ้าของเรือสนับสนุนแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
และพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการต้องแจ้งตอบรับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้เจ้าของเรือสนับสนุนทราบภายในหกชั่วโมงนับจากเวลาที่ได้รับแจ้ง เมื่อเรือสนับสนุนเข้าเทียบท่าในประเทศไทยให้เจ้าของเรือสนับสนุนแจ้งตำแหน่งจุดจอดเรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกเพื่อดำเนินการตรวจสอบระบบติดตามเรือประมง ล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง
สายสัญญาณและสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงภายในเจ็ดวันนับแต่ได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ ให้นำความในข้อ ๕ วรรคสอง
มาใช้บังคับแก่กรณีที่เจ้าของเรือสนับสนุนไม่สามารถนำเรือสนับสนุนเข้าเทียบท่าในประเทศไทยเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกดำเนินการตามวรรคสองได้ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๖ เรือสนับสนุนต้องแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือต่อศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกทุกครั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๗ เรือสนับสนุนที่ประสงค์จะเข้าไปทำกิจกรรมในเขตที่อยู่ในความควบคุมดูแลขององค์การระหว่างประเทศ นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้แล้วเจ้าของเรือสนับสนุนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และมาตรการอนุรักษ์และบริหารจัดการการประมงขององค์การระหว่างประเทศนั้น ในกรณีที่กฎหมาย
หลักเกณฑ์และมาตรการอนุรักษ์และบริหารจัดการการประมงขององค์การระหว่างประเทศขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้ ให้เจ้าของเรือสนับสนุนปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์และมาตรการอนุรักษ์และบริหารจัดการการประมงขององค์การระหว่างประเทศที่เรือสนับสนุนจะเข้าไปทำกิจกรรม เว้นแต่กฎหมาย
หลักเกณฑ์และมาตรการอนุรักษ์และบริหารจัดการการประมงขององค์การระหว่างประเทศนั้นจะกำหนดมาตรการในเรื่องดังกล่าวไว้ต่ำกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๘ การยื่นคำขอปิดสัญญาณอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชั่วคราวและคำขอปรับลดจำนวนครั้งในการส่งข้อมูล ให้ยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด การยื่นคำขอถอนล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง สายสัญญาณและสายไฟที่เชื่อมต่อเข้าอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง
ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกหรือยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกกำหนด ซึ่งต้องเป็นวิธีการที่สามารถตรวจสอบและนำกลับมาใช้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง แบบคำขอตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ซึ่งจะกำหนดให้เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ข้อ ๑๙ การแจ้งตามกฎกระทรวงนี้ที่กำหนดให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ ให้แจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด การแจ้งตามกฎกระทรวงนี้ที่กำหนดให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก
ให้แจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกกำหนดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของเรือสนับสนุน ทั้งนี้
วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกกำหนดต้องเป็นวิธีการที่สามารถตรวจสอบและนำกลับมาใช้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง แบบการแจ้งตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งจะกำหนดให้เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่เจ้าของเรือสนับสนุนได้ติดตั้งระบบติดตามเรือประมงตามมาตรฐานสมรรถนะของอุปกรณ์และข้อกำหนดเชิงหน้าที่ของระบบติดตามเรือประมงแนบท้ายประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงและดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา พ.ศ.
๒๕๕๘ อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้สามารถยังคงใช้ระบบติดตามเรือประมงดังกล่าวต่อไปได้ ในกรณีอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงที่ได้ติดตั้งไว้ตามวรรคหนึ่งขัดข้อง หรือชำรุดจนต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงที่ได้ติดตั้งไว้ หรือมีการติดตั้งอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงใหม่
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนเปลี่ยนอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง หรือติดตั้งอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงใหม่
ให้เป็นไปตามมาตรฐานสมรรถนะของอุปกรณ์และข้อกำหนดเชิงหน้าที่ของระบบติดตามเรือประมงแนบท้ายประกาศกรมประมงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงและดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการเปลี่ยนหรือติดตั้งอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงใหม่นั้น
ข้อ ๒๑ กรณีเรือสนับสนุนที่มีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงที่ได้ออกจากท่าเทียบเรือไปก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังไม่ได้ดำเนินการล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง สายสัญญาณและสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง
ให้เจ้าของเรือสนับสนุนดังกล่าวดำเนินการแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกเพื่อล็อคตรึงและตีตราอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง สายสัญญาณและสายไฟที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้นำความในข้อ ๕ วรรคสอง
มาใช้บังคับแก่กรณีที่เจ้าของเรือสนับสนุนไม่สามารถนำเรือสนับสนุนเข้าเทียบท่าในประเทศไทยเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๒๒ ในระหว่างที่ยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือของเรือสนับสนุนตามข้อ ๑๖ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือที่กำหนดไว้ในประกาศกรมประมงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมงของเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น
เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืดและเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด มาใช้บังคับแก่การแจ้งเข้าออกท่าเทียบเรือของเรือสนับสนุน
ข้อ ๒๓ ในระหว่างที่อธิบดียังมิได้ประกาศกำหนดวิธีการยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการรายงานข้อมูลตามกฎกระทรวงนี้ ให้นำวิธีการยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการรายงานข้อมูลตามประกาศกรมประมงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงและดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการรายงานข้อมูลตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒๔ ในระหว่างที่ยังไม่มีแบบรายงานการติดตั้งอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือ แบบคำขอปิดสัญญาณอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือประมงชั่วคราว แบบใบแจ้งเหตุและตารางบันทึกข้อมูลตำแหน่งเรือเมื่อระบบติดตามเรือขัดข้อง แบบแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมง และรายชื่อศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้ใช้แบบแนบท้ายประกาศกรมประมงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมงและดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาและประกาศกรมประมงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมงของเรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง
เรือบรรทุกน้ำจืด และเรือสนับสนุนการประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดที่ใช้บังคับอยู่ไปพลางก่อน แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒๕ ในการดำเนินการตามกฎกระทรวงฉบับนี้ เจ้าของเรือสนับสนุนอาจมอบหมายให้ผู้ควบคุมเรือหรือบุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ ทั้งนี้ ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘๙/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดวิธีปฏิบัติของเจ้าของเรือประมงที่ใช้สนับสนุนเรือที่ใช้ทำการประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ควบคุม และเฝ้าระวังการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).