我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. 2565

ก0026-2B-0002子法規・公布 2022-03-17・全 23 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง การยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้อุทธรณ์” ให้หมายความรวมถึงบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะซึ่งได้รับมอบหมายให้อุทธรณ์แทนผู้มีสิทธิอุทธรณ์ “คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์” หมายความว่า คณะกรรมการอุทธรณ์ คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์อาจอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งหรือหนังสือแจ้งกรณีอันเป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ถึงแก่ความตายก่อนใช้สิทธิอุทธรณ์ ทายาทของผู้มีสิทธิอุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์แทนได้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ดังต่อไปนี้ (๑) คณะกรรมการอุทธรณ์ สำหรับการอุทธรณ์การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง และการอุทธรณ์การกำหนดค่าทดแทนตามมาตรา ๓๗ วรรคสาม (๒) คณะกรรมการผังเมืองจังหวัด สำหรับการอุทธรณ์การปฏิเสธหรือสั่งการเกี่ยวกับโครงการที่จะมีการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือที่จะก่อสร้างอาคารตามมาตรา ๔๔ การอุทธรณ์การสั่งให้ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๕๗ การอุทธรณ์การกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทนตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ การอุทธรณ์การคิดค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงอาคารตามมาตรา ๖๑ การอุทธรณ์การจัดทำระบบสาธารณูปโภคและการกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทนในการใช้ที่ดินตามมาตรา ๖๙ และการอุทธรณ์การสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน หรือการสั่งให้แก้ไขปรับปรุง หรือการสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินตามมาตรา ๙๗ (๓) คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น สำหรับการอุทธรณ์การคิดค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๖๐

ข้อ ๖

ข้อ ๖ คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์ (๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์ (๓) คำสั่ง คำวินิจฉัย หรือการกระทำอื่นใด ที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ พร้อมทั้งข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้งหรือข้อกฎหมาย และเหตุผลที่ยกขึ้นอ้างอิง (๔) ความประสงค์หรือคำขอของผู้อุทธรณ์ (๕) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาคำอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นพร้อมคำอุทธรณ์

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามข้อ ๕ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร (๒) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแห่งท้องที่ที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีที่ผังเมืองที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้วางและจัดทำผัง ให้ยื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้วางและจัดทำผังนั้น

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การยื่นคำอุทธรณ์ จะยื่นโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่รัฐมนตรีกำหนดก็ได้ และให้ถือว่าวันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับฝากส่งหรือวันที่คำขออุทธรณ์ได้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานตามข้อ ๗ (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี เป็นวันยื่นอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีที่วันที่คำขออุทธรณ์ได้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เป็นวันนอกเวลาทำการตามปกติ ให้ถือว่าวันทำการถัดไปเป็นวันยื่นอุทธรณ์ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ การแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ การถอนคำอุทธรณ์ หรือการแจ้งเหตุแห่งการไม่มาชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือสิ่งอื่นที่จำเป็น รวมทั้งการดำเนินการอื่น ด้วยโดยอนุโลม

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ได้รับคำอุทธรณ์แต่เป็นเรื่องที่ตนไม่มีหน้าที่หรืออำนาจ ให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวส่งต่อคำอุทธรณ์นั้นไปยังหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับคำอุทธรณ์ตามข้อ ๗ โดยเร็ว พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบด้วย ห้ามมิให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ปฏิเสธไม่รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ซึ่งได้ยื่นภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๓

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำอุทธรณ์แล้ว ให้สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับคำอุทธรณ์ ออกใบรับคำอุทธรณ์ให้แก่ผู้อุทธรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และให้ตรวจคำอุทธรณ์ หากเห็นว่าคำอุทธรณ์สมบูรณ์ตามข้อ ๖ ให้ทำความเห็นเบื้องต้นส่งพร้อมคำอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ หากเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นไม่สมบูรณ์ ให้มีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์เพื่อแก้ไขคำอุทธรณ์ให้สมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้อุทธรณ์ไม่แก้ไขคำอุทธรณ์ให้สมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้บันทึกไว้แล้วเสนอคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ตามมาตรา ๙๕ ในกรณีที่คำอุทธรณ์ซึ่งผู้อุทธรณ์ยื่นไม่สมบูรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้วันได้รับคำอุทธรณ์ตามมาตรา ๙๕ หมายถึงวันที่ผู้อุทธรณ์ได้แก้ไขคำอุทธรณ์ให้สมบูรณ์หรือวันที่ครบระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้อุทธรณ์แก้ไขคำอุทธรณ์

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมคำอุทธรณ์ตามข้อ ๖ วรรคสอง ผู้อุทธรณ์อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ได้ ในกรณีที่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว หากผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ต้องแสดงเหตุผลอันสมควรที่ตนไม่อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และต้องยื่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ระยะเวลาอุทธรณ์สิ้นสุดลง การยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือยื่นที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับคำอุทธรณ์

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ภายในกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ได้ โดยให้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ พร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริง และเหตุผลของการแก้ไขเพิ่มเติม ยื่นที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับคำอุทธรณ์

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาโดยคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ประกอบด้วย (๑) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๑) เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง ให้คำนึงถึงนโยบายของผังเมืองรวมในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน สวัสดิภาพของสังคม หรือประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งกิจการที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุน ประโยชน์ หรือความเดือดร้อนรำคาญที่ประชาชนได้รับจากกิจการนั้น (๒) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๒) เกี่ยวกับการกำหนดค่าทดแทนจากความเสียหายหรือเสื่อมสิทธิที่ได้รับอยู่เดิมของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินตามมาตรา ๓๗ วรรคสาม ให้คำนึงถึงความเสียหายหรือเสื่อมสิทธิที่ได้รับอยู่เดิมของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินที่ใช้ประโยชน์ที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุน ประโยชน์ หรือความเดือดร้อนรำคาญของประชาชนที่ได้รับ ซึ่งต้องได้สัดส่วนกับประโยชน์สาธารณะ

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณา โดยคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ประกอบด้วย (๑) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๓) เกี่ยวกับการปรับปรุงที่ดินตามมาตรา ๔๔ ให้คำนึงถึงความประสงค์และโครงการที่จะใช้ประโยชน์ที่ดินหรือก่อสร้างอาคารของผู้อุทธรณ์ ประกอบกับหลักการของผังเมืองเฉพาะที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง และเหตุผลของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ปฏิเสธหรือสั่งให้มีการแก้ไขโครงการดังกล่าว และให้คำนึงถึงประโยชน์และความเดือดร้อนของประชาชนในบริเวณผังเมืองเฉพาะจะพึงได้รับ (๒) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๔) เกี่ยวกับการจัดทำรายละเอียด แสดงการดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๕๗ ให้คำนึงถึงเหตุผลของผู้อุทธรณ์และเหตุผลของคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งรายละเอียดการดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้เป็นไปตามผังเมืองเฉพาะ ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ประโยชน์ และความเดือดร้อนของประชาชนในบริเวณนั้น (๓) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๕) เกี่ยวกับการกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทน ให้คำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ประกอบด้วย (ก) กรณีการกำหนดค่าตอบแทนตามมาตรา ๕๙ ให้คำนึงถึงสภาพอาคาร ทรัพย์สินอื่นที่อยู่ในอาคาร ประโยชน์ และความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะได้รับ โดยคำนวณตามราคาที่เป็นธรรม (ข) กรณีการกำหนดค่าตอบแทนตามมาตรา ๖๔ ให้คำนึงถึงความมากน้อยแห่งสิทธิที่ผู้อุทธรณ์ต้องเสียหรือถูกจำกัด หรือภาระที่ต้องปฏิบัติหรืองดเว้นไม่ปฏิบัติ รวมทั้งประโยชน์ และความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับจากคำสั่งดังกล่าว แต่ราคาที่จะกำหนดให้ต้องไม่เกินกว่าราคาที่ดิน (ค) กรณีการกำหนดราคาที่ดินที่โอนตามความเป็นธรรมตามมาตรา ๖๖ ให้คำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด ราคาประเมินที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ และสภาพและที่ตั้งของที่ดินนั้น (ง) กรณีการกำหนดค่าตอบแทนอันจะพึงจ่ายให้เพิ่มขึ้นตามมาตรา ๖๗ ให้คำนึงถึงประโยชน์ของเจ้าของหรือผู้ครอบครอง สภาพของสิ่งที่ก่อสร้างหรือสิ่งที่จัดทำ สิ่งที่สร้างในขณะที่มีการโอน หรือค่าตอบแทนที่ได้จ่ายไปแล้ว (๔) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๗) เกี่ยวกับการคิดค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงอาคาร ให้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เจ้าหน้าที่จ่ายจริงโดยประหยัด (๕) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๘) เกี่ยวกับการกำหนดเงินค่าตอบแทนอันเป็นธรรมในการใช้ที่ดินตามมาตรา ๖๙ ให้คำนึงถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้าใช้ที่ดินบริเวณนั้น ตามผังเมืองเฉพาะในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน สวัสดิภาพของสังคม และคำนึงถึงประโยชน์ที่จะพึงได้จากการใช้ที่ดินบริเวณนั้น สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่น ที่เกี่ยวกับที่ดิน ประโยชน์ และความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งกิจการต่าง ๆ ที่อยู่ทั้งในและนอกเขตผังเมืองเฉพาะจะพึงได้รับ และให้คำนึงถึงค่าตอบแทนที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินใกล้เคียงรายอื่นในเขตผังเมืองเฉพาะส่วนใหญ่ได้รับด้วย (๖) กรณีคำอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๙) ให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินและวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมของคำสั่ง เหตุผลและความจำเป็นของผู้อุทธรณ์

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๙๐ (๖) เกี่ยวกับการคิดค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา ๖๐ ให้คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นคำนึงถึงค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นตามความเป็นจริงโดยประหยัด

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์พิจารณาทบทวนคำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หรือความเหมาะสมของการทำคำสั่งทางปกครอง และอาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิมหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้นไปในทางใด หรือดำเนินการอื่นใดเสียใหม่ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ จำนวนเงินที่กำหนดในคำวินิจฉัยอุทธรณ์ต้องไม่เกินคำขอของผู้อุทธรณ์

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องใด ห้ามกรรมการในคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องที่อุทธรณ์นั้นเข้าร่วมประชุม

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์จะเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง นำเอกสาร หลักฐาน หรือสิ่งอื่นที่จำเป็นมาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ได้

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับคำอุทธรณ์ แล้วแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์และเจ้าพนักงานการผัง เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการ แล้วแต่กรณี ในการแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ทราบตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาลให้ผู้อุทธรณ์ทราบไปพร้อมกันด้วย ในกรณีที่คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ และให้ผู้อุทธรณ์มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้ทำเป็นหนังสือและอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) วัน เดือน ปี ที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ (๒) ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ (๓) ความประสงค์หรือคำขอของผู้อุทธรณ์ (๔) ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่นำมาใช้ประกอบคำวินิจฉัย (๕) เหตุผลในการวินิจฉัย (๖) คำวินิจฉัยในประเด็นที่มีการอุทธรณ์ (๗) ชื่อและลายมือชื่อของกรรมการซึ่งวินิจฉัยอุทธรณ์

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้อุทธรณ์อาจขอถอนคำอุทธรณ์ในเวลาใด ๆ ก่อนที่คณะกรรมการผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์จะมีคำวินิจฉัยก็ได้ การขอถอนคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ยื่นที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งเป็นผู้รับคำอุทธรณ์

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ บรรดาคำอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้แล้วและการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งดำเนินการไปแล้วในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันใช้ได้ และให้พิจารณาคำอุทธรณ์นั้นต่อไปตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查