พระราชบัญญัติ การสวนครัว และการเลี้ยงสัตว์ เพื่อประโยชน์แห่งครัวเรือน พุทธศักราช ๒๔๘๒ (ยกเลิก)
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณ วันที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๒ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรส่งเสริมการสวนครัว และการเลี้ยงสัตว์ เพื่อประโยชน์แห่งครัวเรือน จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการสวนครัวและการเลี้ยงสัตว์ เพื่อประโยชน์แห่งครัวเรือน พุทธศักราช ๒๔๘๒”
มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “เจ้าบ้าน” หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการครอบครองที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะอื่นใด เมื่อเจ้าบ้านไม่อยู่ ให้ผู้ที่ดูแลรักษาที่ดินอยู่ตามความจริงมีหน้าที่ของเจ้าบ้านตามพระราชบัญญัตินี้ “ที่ดิน” หมายความว่า ที่ดินที่อยู่นอกเขตเทศบาลนคร
หรือเทศบาลเมืองซึ่งเป็นที่ดินของเอกชน “สวนครัว” หมายความว่า สวนผักต่าง ๆ หรือพืชผลบางชนิดที่สำหรับใช้ในการทำครัว และบริโภคในครัวเรือนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “การเลี้ยงสัตว์” หมายความว่า การเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ที่สำหรับใช้ในการบริโภค หรือขายเป็นรายได้เพิ่มเติมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “รัฐมนตรี”
หมายความว่า รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า กรมการจังหวัด กรมการอำเภอ และบุคคลซึ่งรัฐมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น
มาตรา ๔ เจ้าบ้านมีหน้าที่จัดทำการสวนครัว และการเลี้ยงสัตว์บนที่ดินที่ตนอาศัยอยู่ตามชนิดที่กรมการอำเภอในเขตนั้นกำหนดไว้ และให้มีปริมาณพอเพียงแก่การช่วยเหลือการใช้จ่ายในครัวเรือน
มาตรา ๕ ให้คณะกรมการจังหวัด และคณะกรมการอำเภอภายในเขตจังหวัด หรือเขตอำเภอ แล้วแต่กรณี มีอำนาจกำหนดชนิดของผัก พืชผลหรือสัตว์ จากชนิดที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง เพื่อให้เจ้าบ้านในเขตจังหวัดหรืออำเภอนั้น ๆ มีหน้าที่จัดการปลูกหรือเลี้ยง
มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานและกรรมการไม่น้อยกว่า ๕ นาย ซึ่งรัฐมนตรีจะได้แต่งตั้งขึ้นและประกาศในราชกิจจานุเบกษา คณะกรรมการนี้มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องการสวนครัวและการเลี้ยงสัตว์ และเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่นี้ คณะกรรมการมีอำนาจที่จะเชิญบุคคลใด ๆ มาแสดงความเห็นได้
และจะตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณากิจการอันใดเป็นการเฉพาะก็ได้
มาตรา ๗ ในการสั่งให้เจ้าบ้านปฏิบัติการใด ๆ ให้ผู้ดำเนินการ หรือผู้สั่งการตามพระราชบัญญัตินี้คำนึงถึงภาวะของเจ้าบ้าน จำนวนบุคคลที่อยู่ในครัวเรือน ตลอดจนสภาพของที่ดิน และเหตุอย่างอื่นอันสมควรจะได้รับการพิจารณา
มาตรา ๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจภายในเขตที่กล่าวไว้ในมาตรา ๕ สอดส่องและตรวจตรา ให้เจ้าบ้านปฏิบัติตามคำสั่ง และให้มีอำนาจให้คำแนะนำตามสมควร ถ้าปรากฏว่าเจ้าบ้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ตักเตือนเป็นหนังสือ พร้อมทั้งกำหนดเวลาอันสมควรที่จะให้เจ้าบ้านปฏิบัติตามคำสั่งนั้นภายในเวลาเช่นว่านั้น
มาตรา ๙ เจ้าบ้านผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือนของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดระยะเวลา มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสิบสองบาท อนึ่งให้เจ้าบ้านผู้ฝ่าฝืนทำคำรับรองไว้ด้วยว่า จะปฏิบัติตามคำสั่งนั้นภายในกำหนดระยะเวลาซึ่งไม่ต่ำกว่าสามเดือน แต่ไม่เกินหกเดือน
ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้กำหนดโดยคำนึงถึงสภาพของสิ่งที่ให้เจ้าบ้านนั้นจัดทำ ถ้าเวลาดังกล่าวมานี้ล่วงพ้นไป เจ้าบ้านยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอีก ให้ถือว่าเจ้าบ้านนั้นมีความผิด และให้นำความในวรรคก่อนมาบังคับแก่เจ้าบ้านผู้มีความผิดนั้น เงินที่ได้จากค่าปรับเช่นว่านี้
ให้ถือเป็นเงินช่วยบำรุงท้องที่ตามความหมายของประมวลรัษฎากร
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).