กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ทะเบียนตราสารหนี้ตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องแสดงชื่อผู้ทรงตราสารหนี้ และรายละเอียดที่จำเป็นเกี่ยวกับตราสารหนี้ ทั้งนี้
ในกรณีตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสารอาจแสดงเฉพาะชื่อผู้รับฝากตราสารหนี้ก็ได้”
ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๕ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐
“นิติบุคคลที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้ประกอบการศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ด้วย”
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๘
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือนิติบุคคลอื่นที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดเป็นตัวแทนของกระทรวงการคลังในการจ่ายเงินสำหรับตราสารหนี้”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๑๐ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(๑) เป็นสถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้ง
หรือเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ”
ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๑๑ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ “ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารหนี้สาธารณะจะใช้วิธีการจำหน่ายโดยเฉพาะเจาะจงหรือวิธีการตกลงราคาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดเป็นครั้งคราวก็ได้”
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๑๒ ในการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังออกประกาศ
โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) วงเงินและอายุของตั๋วเงินคลัง (๒) สัดส่วนการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทน หรือวิธีการเสนอซื้อ (๓) วิธีการและเงื่อนไขในการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือการเสนอซื้อและการจัดสรรตั๋วเงินคลัง (๔)
เบี้ยปรับหรือการเลิกสัญญาในกรณีที่ชำระเงินค่าตั๋วเงินคลังล่าช้าหรือไม่ชำระ (ถ้ามี) ข้อ ๑๓ การจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้มีสิทธิเสนอประมูล ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังแต่งตั้งให้เป็นผู้ค้าหลัก
และนิติบุคคลที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด (๒) ผู้มีสิทธิเสนอประมูลตาม (๑) ที่ประสงค์จะเสนอประมูลต้องส่งคำเสนอตามแบบที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (๓) ภายใต้บังคับข้อ ๑๖ ให้กระทรวงการคลังจัดสรรตั๋วเงินคลังให้แก่ผู้เสนอประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนต่ำสุดก่อน
แล้วจึงจัดสรรให้แก่ผู้เสนอประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนสูงขึ้นไปตามลำดับ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด (๔) ผู้เสนอประมูลที่ได้รับการจัดสรรตั๋วเงินคลังจะต้องชำระเงินค่าตั๋วเงินคลังที่ได้รับการจัดสรร โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแห่งประเทศไทยหรือโดยวิธีการอื่นใด
ตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด ข้อ ๑๔ การจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังโดยวิธีการเสนอซื้อมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้มีสิทธิเสนอซื้อ ได้แก่ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด (๒) ผู้มีสิทธิเสนอซื้อตาม (๑)
ที่ประสงค์จะเสนอซื้อต้องยื่นคำเสนอต่อสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังแต่งตั้งให้เป็นผู้ค้าหลัก หรือนิติบุคคลอื่นที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด โดยระบุจำนวนที่ขอซื้อและคำรับรองว่าจะยอมรับอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยของผู้ที่ประมูลได้ในวันที่มีการประมูลอัตราผลตอบแทนในคราวเดียวกันนั้น ทั้งนี้
ตามแบบที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด (๓) เมื่อได้รับคำเสนอแล้ว ให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นตาม (๒) ส่งคำเสนอนั้น ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (๔) ให้กระทรวงการคลังจัดสรรตั๋วเงินคลังให้แก่ผู้เสนอซื้อตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด (๕)
ผู้เสนอซื้อที่ได้รับการจัดสรรตั๋วเงินคลังจะต้องชำระเงินค่าตั๋วเงินคลังที่ได้รับการจัดสรรให้แก่สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นตาม (๒) ซึ่งตนได้ยื่นคำเสนอซื้อ โดยสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นนั้น จะต้องรับผิดชอบในการชำระเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแห่งประเทศไทยหรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด ข้อ ๑๕ คำเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือคำเสนอซื้อ ให้ส่งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด
ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องทำให้ไม่สามารถส่งคำเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือคำเสนอซื้อตามวรรคหนึ่งได้ ให้ส่งคำเสนอไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามแบบและวิธีการที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด”
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๑๘ ในการใช้เงินตามตั๋วเงินคลัง ให้กระทรวงการคลังหรือตัวแทนของกระทรวงการคลังตามข้อ ๘ โอนเงินให้แก่ผู้ทรงตั๋วเงินคลัง
ผู้รับหลักประกันตามที่ตกลงกัน หรือผู้รับตามที่นายทะเบียนกำหนด ทั้งนี้ ตามที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน เมื่อมีการใช้เงินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ตั๋วเงินคลังประเภทมีใบตราสารสิ้นผลผูกพันตั้งแต่วันที่มีการใช้เงินตามตั๋วเงินคลังนั้น โดยไม่ต้องนำใบตราสารมาเวนคืนให้แก่นายทะเบียน
เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีข้อสงสัย นายทะเบียนอาจขอเวนคืนใบตราสารเพื่อตรวจสอบก็ได้”
ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๒ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๒๒ ในการชำระดอกเบี้ยของพันธบัตรและการใช้เงินตามพันธบัตร ให้กระทรวงการคลังหรือตัวแทนของกระทรวงการคลังตามข้อ ๘
โอนเงินให้แก่ผู้ทรงพันธบัตร ผู้รับหลักประกันตามที่ตกลงกัน หรือผู้รับตามที่นายทะเบียนกำหนด ทั้งนี้ ตามที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน เมื่อมีการใช้เงินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พันธบัตรประเภทมีใบตราสารสิ้นผลผูกพันตั้งแต่วันที่มีการใช้เงินตามพันธบัตรนั้น โดยไม่ต้องนำใบตราสารมาเวนคืนให้แก่นายทะเบียน
เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีข้อสงสัย นายทะเบียนอาจขอเวนคืนใบตราสารเพื่อตรวจสอบก็ได้”
ข้อ ๙ ให้ยกเลิกข้อ ๒๓ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๑๐ ให้นำความในข้อ ๑๘ และข้อ ๒๒ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้มาใช้บังคับกับตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังได้ออกไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ
และยังไม่มีการใช้เงินตามตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรนั้นด้วยโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อปรับปรุงหน้าที่ของกระทรวงการคลังและผู้ที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งแก้ไขหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการออกและการซื้อขายตราสารหนี้ เพื่อให้การจัดหาเงินกู้เป็นไปอย่างคล่องตัว อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของภาครัฐ ตลอดจนเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ประชาชน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).