กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการของสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การแบ่งส่วนราชการของสถาบันให้คำนึงถึงแนวทาง ดังต่อไปนี้ (๑) ความสอดคล้องกับภารกิจหลักเพื่อรองรับการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการอาชีวศึกษาของสถาบันและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (๒) ความเป็นเอกภาพในการบริหารและการจัดการอาชีวศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (๓)
ผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจ ความคุ้มค่า ลดขั้นตอนการบริหาร เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการบริหารจัดการ (๔) ความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลต่อสัมฤทธิ์ผลของคุณภาพการศึกษา ขนาดของสถาบัน จำนวนนักศึกษา ผู้รับบริการ และความเหมาะสมด้านอื่น ๆ (๕) การตอบสนองต่อการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม
ด้านธุรกิจและการบริการ และสาขาวิชาชีพอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๖) การมีส่วนร่วมระหว่างส่วนราชการภายในของสถาบัน และระหว่างสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ (๗)
ความพร้อมของสถาบันในการจัดการอาชีวศึกษาในหลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ข้อ ๒ สถาบันอาจแบ่งส่วนราชการ ดังต่อไปนี้ (๑) สำนักงานผู้อำนวยการสถาบัน (๒) วิทยาลัย (๓) สำนัก (๔) ศูนย์ (๕) หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัย
ข้อ ๓ ส่วนราชการของสถาบันมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) สำนักงานผู้อำนวยการสถาบัน มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการและงานเลขานุการของสภาสถาบัน ประสานงานราชการกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถาบัน งานวิเทศสัมพันธ์ ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป การตลาด
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กิจการสถาบัน การบริหารงานการเงิน การบัญชี การพัสดุ อาคารสถานที่ งบประมาณและทรัพย์สินของสถาบัน การบริหารงานบุคลากร ส่งเสริมวินัยและระบบคุณธรรมของบุคลากร กฎหมาย นิติกรรม สัญญา งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา งานคดีปกครอง และงานคดีอื่นที่อยู่ในหน้าที่ของสถาบัน
และงานอื่นที่ไม่ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในสถาบัน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินงานของวิทยาลัยและหน่วยงานในสถาบัน (๒) วิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพระดับฝีมือและระดับเทคนิค
ให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามหลักสูตร มาตรฐานการอาชีวศึกษา และมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน (๓) สำนัก มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาการจัดการศึกษา หลักสูตรของหน่วยงานในสถาบัน
และวางแผนการผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพกำลังคนสู่มาตรฐานสากลบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดี (๔) ศูนย์ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสนับสนุนการศึกษา วิจัย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ (๕)
หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการกำกับดูแล ควบคุม การจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการในสาขาวิชาต่าง ๆ ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติ ทำการสอน ทำการวิจัย ถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยี ทะนุบำรุงศาสนา
ศิลปะและวัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยกระดับผู้สำเร็จการอาชีวศึกษาให้มีโอกาสศึกษาต่อระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ประสานการใช้ทรัพยากรของวิทยาลัยและเครือข่าย เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับหลักสูตร มาตรฐานการอาชีวศึกษา และมาตรฐานวิชาชีพ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้การแบ่งส่วนราชการของสถาบันการอาชีวศึกษา เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).