我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. 2553

ก0130-2B-0009子法規・公布 2010-06-19・全 12 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๓ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๗ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของนักเรียนหรือนักศึกษา และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่นักเรียนหรือนักศึกษาอยู่ด้วยเป็นประจำ หรือที่นักเรียนหรือนักศึกษาอยู่รับใช้การงาน “ครูหรือคณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือบุคคลซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาอาชีวศึกษา “วิทยาลัย” หมายความรวมถึง ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “องค์กรชุมชน” หมายความว่า ชุมชนหรือองค์กรที่มีประชาชนรวมตัวกันไม่น้อยกว่าสิบห้าคนเพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนโดยส่วนรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี มีผลงานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสถาบันการอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัยหรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารับรอง และมีที่ตั้งแน่นอนอยู่ในท้องที่จังหวัดที่วิทยาลัยนั้นตั้งอยู่ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายซึ่งวิทยาลัยตั้งอยู่ “ศิษย์เก่า” หมายความว่า ผู้ที่วิทยาลัยรับรองว่าสำเร็จการศึกษาหรือเคยศึกษาในวิทยาลัยนั้น “ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อำนวยการวิทยาลัยหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดให้เป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการวิทยาลัยแต่ละแห่ง “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการวิทยาลัยแต่ละแห่ง

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการวิทยาลัยประกอบด้วย (๑) กรรมการที่เป็นผู้แทนครูหรือคณาจารย์ จำนวนหนึ่งคน (๒) กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ปกครอง จำนวนหนึ่งคน (๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนหนึ่งคน (๔) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน (๕) กรรมการที่เป็นผู้แทนศิษย์เก่า จำนวนหนึ่งคน (๖) กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในพื้นที่ จำนวนสองรูปหรือสองคน (๗) กรรมการที่เป็นผู้แทนสถานประกอบการด้านธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร หรืออุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้แทนองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ จำนวนไม่เกินห้าคน (๘) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงทางด้านการบริหารการอาชีวศึกษา ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรมและการประมง ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านศิลปหัตถกรรม ด้านคหกรรมหรือด้านการศึกษาพิเศษ จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน ในกรณีที่วิทยาลัยใดไม่มีผู้แทนประเภทใดประเภทหนึ่งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ให้กรรมการตามวรรคหนึ่งร่วมกันเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการวิทยาลัย

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประธานกรรมการและกรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๕) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด ในกรณีที่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการมีลักษณะต้องห้ามตาม (๕) ได้ออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม หรือหากได้มีการแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่าตนได้เลิกประกอบกิจการหรือการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการต้องห้ามดังกล่าวแล้วต่อผู้บริหารสถานศึกษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ให้ถือว่าบุคคลนั้นมิได้ขาดคุณสมบัติ ในการนี้ ถ้ามิได้ดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประธานกรรมการและกรรมการนอกจากจะมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ แล้ว ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) กรรมการตามข้อ ๒ (๑) ต้องเป็นครูหรือคณาจารย์ของวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด (๒) กรรมการตามข้อ ๒ (๒) ต้องเป็นผู้ปกครองตามทะเบียนนักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัย และไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด (๓) กรรมการตามข้อ ๒ (๓) (๔) (๗) และ (๘) ต้องไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด (๔) กรรมการตามข้อ ๒ (๕) ต้องเป็นผู้เคยศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยนั้นและไม่เป็นครูหรือคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของวิทยาลัย ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับวิทยาลัยหรือสถาบันการอาชีวศึกษาที่วิทยาลัยนั้นสังกัด

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การสรรหาและการเลือกกรรมการให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๑) (๒) และ (๕) ให้บุคคลแต่ละประเภทเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ ไปยังวิทยาลัยและให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนประเภทละหนึ่งคน (๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) ให้องค์กรชุมชนหรือสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง แล้วแต่กรณี เสนอชื่อผู้แทนองค์กรละหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ ไปยังวิทยาลัย และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรประเภทละหนึ่งคน (๓) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๖) ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการสรรหาหรือเลือกตามวิธีการที่เห็นสมควรเป็นกรรมการผู้แทนจำนวนสองรูปหรือสองคน (๔) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๗) ให้สถานประกอบการด้านธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร หรืออุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้แทนองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่แต่ละแห่งเสนอชื่อผู้แทนซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ แห่งละหนึ่งคนต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองเป็นกรรมการผู้แทนจำนวนไม่เกินห้าคน (๕) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๘) ให้ครูหรือคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา ผู้ปกครอง องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศิษย์เก่า สถานประกอบการ หอการค้าจังหวัด และองค์กรด้านอาชีวศึกษาในพื้นที่ เสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ เพื่อเข้ารับการเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ผู้ประสงค์จะเข้ารับการเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ เสนอชื่อตนเองต่อวิทยาลัยนั้น และให้วิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาและได้รับเลือกให้เป็นกรรมการตามข้อ ๒ (๑) ถึง (๗) ร่วมกันเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อได้ดำเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการและกรรมการเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้บริหารสถานศึกษานำรายชื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประธานกรรมการและกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการมีมติให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ซึ่งทำให้เสื่อมเสียต่อวิทยาลัยหรือหย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ (๕) พ้นจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น เฉพาะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนตามข้อ ๒ (๖)

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของประธานหรือกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหาและเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ภายในเก้าสิบวันก่อนวันครบวาระ และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในวาระเริ่มแรกให้ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการสรรหา เลือก และเสนอรายชื่อประธานกรรมการและกรรมการต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือการดำเนินการสรรหาหรือการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๗ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查