กฎกระทรวง กำหนดกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ซ) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (ก) ของ (๔) ของข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวงกำหนดกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(ก) รัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลที่มีหน่วยงานของรัฐถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนรวมอยู่ด้วยในรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด”
ข้อ ๒ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามข้อ ๒ (๔) แห่งกฎกระทรวงกำหนดกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๑ ใด ที่ไม่เป็นไปตามข้อ ๒ (๔) แห่งกฎกระทรวงกำหนดกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้
หากหน่วยงานของรัฐได้มีหนังสือเชิญชวนไปยังผู้ประกอบการให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคาแล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไม่แล้วเสร็จ ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะแล้วเสร็จ เว้นแต่ในกรณีที่มีการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุดังกล่าว
ให้การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุครั้งใหม่นั้นดำเนินการตามกฎกระทรวงกำหนดกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่หลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจงกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลในเครือของหน่วยงานของรัฐเดียวกันในปัจจุบันยังมีความไม่เหมาะสม และอาจเป็นช่องทางให้มีการนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปใช้โดยมีเจตนาไม่สุจริตได้
เพื่อป้องกันมิให้มีการนำหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจงโดยอาศัยเหตุที่เป็นนิติบุคคลในเครือเดียวกันไปใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมสัดส่วนการถือหุ้นของหน่วยงานของรัฐในรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลในเครือของหน่วยงานของรัฐเดียวกันให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).