มาตรา ๕๑
มาตรา ๕๑ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกระทรวงการคลังเรียกว่า “กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕๑ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกระทรวงการคลังเรียกว่า “กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕๒ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๖๖ (๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล (๓) ค่าธรรมเนียมการขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอ (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการดำเนินงานของกองทุน (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้กองทุน (๖) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน เงินและทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา ๕๓ เงินของกองทุนให้นำไปใช้จ่ายได้เท่าที่จำเป็นในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) การว่าจ้างที่ปรึกษาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (๒) การพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ และการเผยแพร่ อบรม ให้ความรู้ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (๓) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน
มาตรา ๕๔ การว่าจ้างที่ปรึกษาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หากหน่วยงานเจ้าของโครงการไม่สามารถใช้เงินของหน่วยงานได้ หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจขอรับจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อเป็นค่าจ้างที่ปรึกษาได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนนำส่งเงินค่าธรรมเนียมการขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอ เข้ากองทุนตามที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด
มาตรา ๕๕ เงินของกองทุนให้นำฝากกระทรวงการคลังหรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด
มาตรา ๕๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เป็นกรรมการและเลขานุการ และข้าราชการในสำนักงานที่ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจแต่งตั้งหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และให้สำนักงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการกองทุน
มาตรา ๕๗ คณะกรรมการกองทุนมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กำกับดูแลการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน (๒) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขอรับจัดสรรเงินจากกองทุน (๓) พิจารณาอนุมัติการใช้เงินกองทุนตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (๔) ออกระเบียบหรือคำสั่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการของกองทุน หลักเกณฑ์และวิธีการในการเก็บรักษา รับและจ่ายเงินของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน (๕) รายงานผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของกองทุนต่อคณะกรรมการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๖) จัดทำรายงานการเงินประจำปี เพื่อเสนอสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และส่งรายงานการเงินที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบแล้วพร้อมกับรายงานการสอบบัญชีต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป
มาตรา ๕๘ ให้นำความในมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
มาตรา ๕๙ ปีบัญชีของกองทุนให้ถือตามปีงบประมาณ และการบัญชีของกองทุนให้จัดทำตามมาตรฐานการบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).