我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

ก0181-1B-0001法律・公布 2025-03-23・全 14 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “กองทุน” “คณะกรรมการบริหารกองทุน” “ผู้อำนวยการ” และ “ปลัดกระทรวง” ระหว่างบทนิยามคำว่า “สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” และ “กระทรวง” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ““กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา “คณะกรรมการบริหารกองทุน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา “ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๔๕ การทำคำขอและการจัดสรรงบประมาณสำหรับการอุดมศึกษา ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) งบบุคลากรซึ่งเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง และสิทธิประโยชน์ของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวง ให้สถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวทำคำขอเสนอต่อสำนักงบประมาณโดยตรง และให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้เต็มตามกรอบอัตรากำลังบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวงแต่ละแห่ง (๒) งบดำเนินงานและงบรายจ่ายอื่นซึ่งเป็นงบประจำ รวมทั้งงบลงทุนอื่นที่ไม่ใช่งบลงทุนตาม (๓) ให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวงทำคำขอเสนอต่อสำนักงบประมาณโดยตรง และให้สำนักงบประมาณจัดสรรในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปหรืองบลงทุน แล้วแต่กรณี ให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวง เพื่อให้มีอิสระในการบริหารงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา (๓) งบลงทุนและงบเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการอุดมศึกษาตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๐/๑ และเงินอุดหนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อใช้ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ให้สถาบันอุดมศึกษาทำคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษากับสำนักงานปลัดกระทรวง หรือคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้วแต่กรณี การจัดสรรงบประมาณตาม (๑) (๒) และ (๓) ต้องดำเนินการให้สอดคล้องและสมดุลตามมาตรา ๒๔ ด้วย”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นส่วนที่ ๓ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา มาตรา ๕๐/๑ มาตรา ๕๐/๒ มาตรา ๕๐/๓ มาตรา ๕๐/๔ มาตรา ๕๐/๕ มาตรา ๕๐/๖ มาตรา ๕๐/๗ มาตรา ๕๐/๘ มาตรา ๕๐/๙ มาตรา ๕๐/๑๐ มาตรา ๕๐/๑๑ มาตรา ๕๐/๑๒ มาตรา ๕๐/๑๓ มาตรา ๕๐/๑๔ มาตรา ๕๐/๑๕ มาตรา ๕๐/๑๖ มาตรา ๕๐/๑๗ มาตรา ๕๐/๑๘ มาตรา ๕๐/๑๙ มาตรา ๕๐/๒๐ มาตรา ๕๐/๒๑ และมาตรา ๕๐/๒๒ ของหมวด ๖ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ “ส่วนที่ ๓ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา มาตรา ๕๐/๑ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” ในสำนักงานปลัดกระทรวง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาตามความต้องการของประเทศ และด้านการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ พัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมร่วมกับนักวิชาการ สถาบันวิชาการ และองค์กรชั้นนำของโลก ส่งเสริมการเชื่อมโยงการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมกับสถานประกอบการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งสนับสนุนการใช้ความรู้ในการพัฒนาสมรรถนะของชุมชนและสังคม ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มบนฐานทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ และมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาซึ่งรัฐมนตรีประกาศจัดเป็นกลุ่มตามมาตรา ๒๔ (๒) สนับสนุนการปฏิรูปการอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับหลักการและแนวทางตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น (๓) ส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานการอุดมศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ (๔) พัฒนาระบบการเรียนรู้ไปสู่การเรียนรู้ที่ตอบสนองการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ให้เข้าถึงการอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ ทุกที่ทุกเวลา ในค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ (๕) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพ สมรรถนะ รวมถึงทักษะในการถ่ายทอดความรู้ของคณาจารย์ให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมไทย (๖) ส่งเสริมการจัดการศึกษาร่วมระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสถาบันวิชาการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน รวมทั้งพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้แก่ผู้เรียน (๗) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งการผลิตและพัฒนากำลังคนระดับสูงเฉพาะทาง (๘) สนับสนุนเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันอุดมศึกษาในกิจการที่ตรงกับความต้องการของประเทศ (๙) สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถด้านอื่น ๆ ของสถาบันอุดมศึกษาตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๕๐/๒ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ (๒) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (๓) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปีตามกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณางบประมาณด้านการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้เพื่อสมทบกองทุน (๕) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศรวมทั้งองค์การระหว่างประเทศ (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน หรือที่ได้รับตามกฎหมายหรือนิติกรรมสัญญา (๗) เงินสมทบกองทุนที่สถาบันอุดมศึกษานำส่งกองทุน ทั้งนี้ ตามจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (๘) ค่าตอบแทนหรือรายได้จากการดำเนินกิจการของกองทุน (๙) ดอกผล ผลประโยชน์ หรือรายได้อื่นที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน เมื่อเงินกองทุนไม่เพียงพอสำหรับดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้กองทุนตามความจำเป็น เงินอุดหนุนตาม (๕) จะต้องไม่มีเงื่อนไขที่จำกัดความเป็นอิสระในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ร่างพระราชกฤษฎีกาตาม (๗) จะต้องรับฟังความคิดเห็นของสถาบันอุดมศึกษาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี มาตรา ๕๐/๓ รายได้ของกองทุนให้นำเข้าสมทบกองทุนโดยไม่ต้องส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๕๐/๔ การใช้จ่ายเงินกองทุนให้คณะกรรมการบริหารกองทุนใช้ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ และให้ใช้เพื่อกิจการดังต่อไปนี้ด้วย (๑) การจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนแก่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวงและสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และแผนด้านการอุดมศึกษาของประเทศ (๒) การจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่อยู่ในสังกัดของกระทรวงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สภานโยบายกำหนดโดยข้อเสนอแนะของรัฐมนตรีและคณะกรรมการการอุดมศึกษา (๓) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน (๔) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด โดยความเห็นชอบของสภานโยบาย มาตรา ๕๐/๕ การจัดสรรเงินกองทุนให้เป็นไปตามคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษาระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงและสถาบันอุดมศึกษาซึ่งได้รับจัดสรร โดยคำรับรองดังกล่าวต้องกำหนดผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และตรงกับความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง การดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องคำนึงถึงความคล่องตัว มีความโปร่งใสและไม่มีการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดให้มีการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามคำรับรองตามวรรคหนึ่ง และรายงานให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๒๑ และรัฐมนตรีทราบ เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรเงินกองทุนให้สถาบันอุดมศึกษา ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนใช้รายงานการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวรรคสามและรายงานตามมาตรา ๕๐/๒๒ (๓) ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษา ประกอบการพิจารณาด้วย มาตรา ๕๐/๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์อย่างสูงในด้านการอุดมศึกษา (๒) ปลัดกระทรวง เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้แทนคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้แทนคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกรรมการ (๔) ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่อยู่ในสังกัดของกระทรวง และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือประเภทละหนึ่งคน (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเงินการคลัง เศรษฐศาสตร์ การลงทุน กฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมซึ่งทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ห้ามมิให้กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหาร และบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๕) หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภานโยบายกำหนด มาตรา ๕๐/๗ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีหน้าที่และอำนาจบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนและระเบียบที่สภานโยบายกำหนด และมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) เสนอแนะต่อรัฐมนตรีและคณะกรรมการการอุดมศึกษาในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำคำขอและการจัดสรรเงินกองทุนให้แก่สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคมที่มีความร่วมมือในการจัดการศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม และในด้านอื่น ๆ กับสถาบันอุดมศึกษา (๒) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนตามมาตรา ๕๐/๔ (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันอุดมศึกษา (๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน (๕) วางระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุน (๖) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล การเงินและการงบประมาณ การพัสดุ ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุน และการอื่นที่จำเป็น (๗) กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานบริหารกองทุนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล นโยบาย มติ และประกาศของสภานโยบายและคณะกรรมการบริหารกองทุน (๘) ติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากกองทุน (๙) รายงานสถานะทางการเงินและการบริหารกองทุน การดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาตามคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๕ ต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา รัฐมนตรี และสภานโยบาย ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และเปิดเผยรายงานดังกล่าวต่อสาธารณชน (๑๐) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการให้ปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการบริหารกองทุน หรือมอบหมายให้คณะอนุกรรมการหรือบุคคลทำการแทนและรายงานให้คณะกรรมการบริหารกองทุนทราบ (๑๑) แต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกองทุน (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่สภานโยบาย รัฐมนตรี หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมาย ระเบียบตาม (๕) ต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง การกำหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ตาม (๖) ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด มาตรา ๕๐/๘ การประชุมของคณะกรรมการบริหารกองทุนต้องกำหนดให้สอดคล้องกับปฏิทินงบประมาณประจำปี และจำนวนครั้งของการประชุมต้องขึ้นอยู่กับจำนวนเรื่องที่สถาบันอุดมศึกษาเสนอ ความเร่งด่วน หรือสภาพการณ์ความจำเป็น ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สถาบันอุดมศึกษาใช้งบประมาณได้อย่างรวดเร็ว วิธีการประชุมและการลงมติให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด มาตรา ๕๐/๙ ให้ประธานกรรมการและกรรมการบริหารกองทุน และอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๕๐/๗ (๑๐) ได้รับเบี้ยประชุมหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด มาตรา ๕๐/๑๐ ให้มีสำนักงานบริหารกองทุนในสำนักงานปลัดกระทรวงเพื่อรับผิดชอบงานธุรการและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุน คณะอนุกรรมการ และบุคคลซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕๐/๑๑ ให้สำนักงานบริหารกองทุนมีผู้อำนวยการคนหนึ่ง มีหน้าที่บริหารสำนักงานบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล วัตถุประสงค์ของกองทุน ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ และประกาศของสภานโยบายและคณะกรรมการบริหารกองทุน และเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุนทุกตำแหน่ง ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนและปลัดกระทรวง มาตรา ๕๐/๑๒ ผู้อำนวยการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดและต้องเป็นผู้สามารถทำงานให้แก่สำนักงานบริหารกองทุนได้เต็มเวลา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการ รวมทั้งการรักษาการแทนผู้อำนวยการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด มาตรา ๕๐/๑๓ ผู้อำนวยการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง และดำเนินการทางวินัยผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุน ตลอดจนให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุนออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานบริหารกองทุนโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ หรือประกาศของสภานโยบายและคณะกรรมการบริหารกองทุน (๓) รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงในการบริหาร การทำนิติกรรม การดำเนินคดี และการลงนามในคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนจากกองทุน รวมทั้งการดำเนินการอื่นที่จำเป็น ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของสำนักงานบริหารกองทุน (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภานโยบายหรือคณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมาย มาตรา ๕๐/๑๔ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสำนักงานบริหารกองทุน เพื่อการนี้ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดก็ได้ มาตรา ๕๐/๑๕ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด มาตรา ๕๐/๑๖ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ประธานกรรมการและกรรมการบริหารกองทุน อนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๕๐/๗ (๑๐) ผู้อำนวยการ และผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๐/๑๗ กองทุนต้องจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมเพื่อบันทึกรายการทางบัญชีและแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกองทุนโดยถูกต้อง การบันทึกรายการในสมุดบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานและนโยบายการบัญชีภาครัฐ มาตรา ๕๐/๑๘ ให้กองทุนจัดทำรายงานการเงินเพื่อแสดงผลการดำเนินงาน และฐานะการเงินของกองทุนเสนอผู้สอบบัญชีภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๕๐/๑๙ ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุน ให้ผู้สอบบัญชีทำรายงานการสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๕๐/๒๐ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคณะหนึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารกองทุนและสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการบริหารกองทุน คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงบประมาณคนหนึ่ง และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสองคนซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการอุดมศึกษา การตรวจสอบ การเงินหรือการบัญชี โดยอย่างน้อยต้องแต่งตั้งจากด้านการอุดมศึกษาหนึ่งคน เป็นกรรมการ และให้ผู้ตรวจสอบภายในของสำนักงานปลัดกระทรวงทำหน้าที่ช่วยเหลือคณะกรรมการตรวจสอบในการปฏิบัติหน้าที่ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสอง รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบที่สภานโยบายกำหนด ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสองพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ เบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด มาตรา ๕๐/๒๑ ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษา ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์อย่างสูงในด้านการอุดมศึกษาซึ่งสภานโยบายแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นที่มีความรู้และประสบการณ์สูงด้านการประเมินผลเกี่ยวกับการอุดมศึกษา ซึ่งสภานโยบายแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเป็นเลขานุการ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งการดำเนินงาน เบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษา ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภานโยบายกำหนด ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดสรรเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๕๐/๒๒ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๒๑ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโดยคำนึงถึงประเภทและกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษา (๒) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่ดำเนินการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน (๓) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริหารกองทุน คณะกรรมการการอุดมศึกษา และรัฐมนตรี เพื่อเสนอสภานโยบายต่อไป”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ยุบเลิกเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ และให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ หนี้ ภาระผูกพัน โครงการ งบประมาณ และเงินในเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไปเป็นของกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีใดที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอ้างถึงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้ถือว่าบทบัญญัตินั้นอ้างถึงกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ บรรดาคำขอกู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนดำเนินการทำคำขอใหม่ตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๕๐/๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ เป็นประธานกรรมการ และผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๕๐/๖ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ เป็นกรรมการ โดยมีรองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมซึ่งทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๑๑ มีหน้าที่และอำนาจบริหารกองทุนไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๖ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) แต่งตั้งบุคคลซึ่งสามารถทำงานให้แก่สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาได้เต็มเวลาและไม่มีประโยชน์ขัดแย้งกับประโยชน์ของกองทุนทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ (๒) ขอให้ข้าราชการหรือพนักงานในสังกัดหรือในกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาเป็นการชั่วคราว โดยให้ถือเป็นการปฏิบัติราชการหรือการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานต้นสังกัด (๓) ออกระเบียบและข้อบังคับตามมาตรา ๕๐/๗ (๕) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (๔) เสนอร่างระเบียบตามมาตรา ๕๐/๖ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (๕) ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา ๕๐/๖ (๑) (๔) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การปฏิรูปการอุดมศึกษาเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการสร้างความเป็นเลิศในสรรพวิทยาการ จำเป็นต้องมีกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้นทำหน้าที่จัดสรรเงินกองทุนและกำกับติดตามให้การพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและการส่งเสริมการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทาง บรรลุวัตถุประสงค์ตามความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๒๕๘ จ. ด้านการศึกษา (๔) ของหมวด ๑๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ อันเป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประเด็นปฏิรูปที่ ๕ การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ประเด็นย่อยที่ ๕.๗ การปฏิรูปการอุดมศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประสิทธิภาพ และธรรมาภิบาลของระบบอุดมศึกษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查