กฎกระทรวง มาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕
อาศัยอำนาจตามความในบทนิยามคำว่า “มาตรฐานการอุดมศึกษา” ในมาตรา ๔ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๗ (๖) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และบทนิยามคำว่า “มาตรฐานการอุดมศึกษา” ในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยข้อเสนอแนะและความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า สถาบันที่จัดการอุดมศึกษาระดับปริญญาและระดับต่ำกว่าปริญญาทั้งที่เป็นของรัฐและของเอกชน “การขอตำแหน่งทางวิชาการ” ให้หมายความรวมถึง การพิจารณา การกำหนดและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการด้วย “หลักสูตรการศึกษา” หมายความว่า
หลักสูตรระดับปริญญาและต่ำกว่าปริญญาตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษากำหนดซึ่งสภาสถาบันอุดมศึกษาได้ให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ “ระบบทวิภาค” หมายความว่า ระบบการจัดการศึกษาในหนึ่งปีการศึกษา โดยแบ่งออกเป็นสองภาคการศึกษาปกติ และหนึ่งภาคการศึกษาปกติมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าสัปดาห์ “คณะกรรมการ”
หมายความว่า คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา “คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา “คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ” หมายความว่า
คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการประจำสถาบันอุดมศึกษาหรือคณะกรรมการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ข้อ ๓ ให้ใช้มาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎกระทรวงนี้ ในการส่งเสริม การกำกับดูแล การตรวจสอบ ติดตามและประเมินผล และการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง
ข้อ ๔ การขอตำแหน่งทางวิชาการ ให้สถาบันอุดมศึกษากำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ โดยประธานกรรมการและกรรมการต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งไม่อยู่ในสังกัดสถาบันอุดมศึกษานั้น เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการ
ข้อ ๕ การแต่งตั้งคณาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา มีสามระดับ ดังต่อไปนี้ (๑) ศาสตราจารย์หรือศาสตราจารย์พิเศษ (๒) รองศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์พิเศษ (๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ นอกจากตำแหน่งทางวิชาการตามวรรคหนึ่ง
สถาบันอุดมศึกษาอาจมีตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่กำหนดโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้
ข้อ ๖ การขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ขอต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งซึ่งพิจารณาจากคุณวุฒิการศึกษา ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง และระยะเวลาในการสอน (๒) ผู้ขอต้องมีชั่วโมงสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษา
ซึ่งเทียบค่าได้ไม่น้อยกว่าสามหน่วยกิตในระบบทวิภาค (๓) ผู้ขอต้องเสนอผลงานทางวิชาการที่ผ่านการประเมินจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งจากหลากหลายสถาบัน และมีความรู้ความเชี่ยวชาญสำหรับสาขาวิชาที่เสนอขอ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (peer reviewers) (๔) ผู้ขอต้องมีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการที่เหมาะสม
สถาบันอุดมศึกษาอาจเสนอแต่งตั้งคณาจารย์ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่ต่างไปจาก (๑) ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นก็ได้ โดยเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีพิเศษ
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อประเมินผลการสอนของผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาสถาบันอุดมศึกษากำหนด และเสนอให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณา
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการแต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่อยู่ในสังกัดสถาบันอุดมศึกษานั้น (readers) เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ และเสนอให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณา เมื่อผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการผ่านการประเมินผลการสอนตามข้อ ๗ แล้ว
ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการเสนอผลการพิจารณาของคณะผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งพร้อมความเห็นต่อสภาสถาบันอุดมศึกษาว่าสมควรแต่งตั้งให้ผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการดำรงตำแหน่งนั้นหรือไม่
ข้อ ๙ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาอาจกำหนดให้การขอตำแหน่งทางวิชาการในสาขาวิชาหนึ่งสาขาวิชาใด ไม่ต้องแต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๘
สำหรับการขอตำแหน่งทางวิชาการที่ผู้ขอมีผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่จำนวนมากและได้รับการอ้างอิงอย่างสูงในฐานข้อมูลนานาชาติซึ่งเป็นที่ยอมรับ และมีค่าดัชนีผลลัพธ์และผลกระทบของงานวิจัย (life time H-index) สูง ตลอดจนเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยสำคัญ
โดยคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการต้องพิจารณาผลงานทางวิชาการ รวมทั้งพิจารณาจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการของผู้นั้น และให้นำข้อ ๘ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา กำหนดชื่อสาขาวิชาสำหรับการเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ เพื่อใช้ในการพิจารณาแต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๘
ข้อ ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลการอุดมศึกษาของประเทศ ให้สถาบันอุดมศึกษานำเข้าข้อมูลการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในระบบฐานข้อมูลทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการแห่งชาติภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สภาสถาบันอุดมศึกษาอนุมัติการแต่งตั้ง
หรือวันที่สถาบันอุดมศึกษาได้รับแจ้งการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๒ การเสนอขอทบทวนมติไม่อนุมัติการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการของสภาสถาบันอุดมศึกษา ให้ผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการสามารถเสนอขอทบทวนผลการพิจารณาได้ไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งให้ยื่นเรื่องได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รับทราบมติ และต้องแสดงเหตุผลทางวิชาการสนับสนุน
ข้อ ๑๓ ให้สภาสถาบันอุดมศึกษากำหนดมาตรการในการป้องกันและลงโทษผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการซึ่งเป็นผู้ที่กระทำผิดทางจริยธรรมและจรรยาบรรณอันเกี่ยวกับผลงานทางวิชาการที่เสนอขอ
ข้อ ๑๔ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาอาจจัดให้มีการกลั่นกรองผลการพิจารณาการขอตำแหน่งทางวิชาการในระดับหนึ่งระดับใดได้
ข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาให้สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงกว่ามาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาที่กำหนด
ข้อ ๑๖ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีหน้าที่ให้คำแนะนำและสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๗ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อาจออกประกาศหรือแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษานี้ได้ การออกประกาศหรือแนวปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงความแตกต่างหลากหลายของประเภทและกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา
ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประเมินผลและทบทวนข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้ทุกห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ โดยรับฟังความคิดเห็นของสถาบันอุดมศึกษา ผู้เรียน คณาจารย์ และผู้ใช้บัณฑิตอย่างกว้างขวาง
ข้อ ๑๙ การขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยให้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามมาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒๐ ให้ประกาศและระเบียบดังต่อไปนี้ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎกระทรวงนี้ ยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาจะกำหนดเป็นอย่างอื่น (๑) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๒) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๓) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (๔) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ (๕) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง วิธีการพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและผลงานทางวิชาการของผู้เสนอขอกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ก่อนนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ลงวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ (๖) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง
วิธีการพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและผลงานทางวิชาการของผู้เสนอขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ ลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ (๗) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง
มาตรฐานจริยธรรมและจรรยาบรรณสำหรับคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (๘) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง
การกำหนดชื่อสาขาวิชาสำหรับการเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการและการเทียบเคียงสาขาวิชาที่เคยกำหนดไปแล้ว พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (๙) ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ สำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (๑๐)
ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๑) ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ (๑๒) ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วยการกำหนดชื่อสาขาวิชาสำหรับการเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการและการเทียบเคียงสาขาวิชาที่เคยกำหนดไปแล้ว พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (๑๓) ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ สำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม โดยข้อเสนอแนะและความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา กำหนดมาตรฐานการอุดมศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของสถาบันอุดมศึกษาด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).