ข้อ ๘ สถาบันอุดมศึกษาอาจร่วมมือในการจัดการศึกษา ดังต่อไปนี้ (๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกัน (๒) การให้บุคลากรไปทำการสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน (๓) การให้ผู้เรียนไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน (๔)
การนำบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์และมีศักยภาพสูงจากสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศมาร่วมในการจัดการศึกษา (๕) การใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลวิชาการและวิจัยร่วมกัน (๖) ความร่วมมืออื่นที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ข้อ ๙ การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันให้รวมถึงการร่วมกันออกแบบหลักสูตร การบริหารหลักสูตร การสอนและการสาธิตตามหลักสูตร และการประเมินผล ตลอดจนการจัดให้มีแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนร่วมกันจนถึงระดับปริญญา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบชุดการเรียนรู้ การศึกษาตลอดชีวิต การศึกษานอกเวลางาน หรือการศึกษาแบบอื่น
รูปแบบการจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันตามวรรคหนึ่ง มีดังต่อไปนี้ (๑) การจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา (๒) การจัดหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันตาม (๑) และนำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันด้วย (๓)
การจัดให้มีแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนร่วมกัน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรออนไลน์ หรือการเรียนรู้แบบผสมผสานทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายผู้สอน ระบบมาตรฐานคุณวุฒิ ระบบการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง ระบบการจัดหางานหลังจบหลักสูตร
และระบบแรงจูงใจ
ข้อ ๑๐ สถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันตามข้อ ๙ อาจเสนอรัฐมนตรีให้เสนอสภานโยบายพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติให้สถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันดังกล่าวจัดการศึกษาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษาได้
ข้อ ๑๑ การจัดหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกันและนำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจัดหลักสูตรการศึกษาร่วมกันตามข้อ ๙ (๒) อาจทำได้ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) การออกแบบหลักสูตรร่วมกันที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต (๒) การบริหารหลักสูตรหรือการเรียนการสอนร่วมกัน (๓)
การให้ผู้เรียนได้ศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษาและในสถานประกอบการจริง เพื่อสร้างทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการ (๔) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือกันเป็นอาจารย์พิเศษ ที่ปรึกษาการศึกษาวิจัย หรือมีตำแหน่งทางวิชาการหรือวิชาชีพอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา (๕) การให้บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรม เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร หรือการอบรมที่ร่วมมือกัน (๖)
การให้บุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือ (๗) การเทียบประสบการณ์เป็นคุณวุฒิทางวิชาการหรือวิชาชีพ (๘) การวัดและประเมินผลร่วมกัน (๙) ความร่วมมืออื่นตามที่ปลัดกระทรวงประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ข้อ ๑๒ เพื่อประโยชน์แก่ผู้เรียน ให้สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา จัดทำคลังหน่วยกิตกลางเพื่อเป็นที่รวมผลการวัดและประเมินผลการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อใช้เป็นผลการวัดและประเมินผลกลางที่ใช้ต่อสถาบันอุดมศึกษาได้ทุกแห่ง
สำนักงานปลัดกระทรวงโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา มีอำนาจประกาศให้วิชาใดวิชาหนึ่งหรือชุดวิชาใดชุดวิชาหนึ่งที่วัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาใด ให้ถือเป็นการวัดและประเมินผลโดยสถาบันอุดมศึกษาอื่นทุกแห่งด้วยก็ได้ ในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาใดไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลตามวรรคสอง
ผู้เรียนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผล อาจขอให้สถาบันอุดมศึกษานั้นทบทวนการไม่ยอมรับดังกล่าว หากสถาบันอุดมศึกษาทบทวนแล้วยังยืนยันไม่ยอมรับการวัดและประเมินผลนั้น ให้ผู้เรียนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่วัดและประเมินผลแจ้งให้สำนักงานปลัดกระทรวงทราบ
เพื่อนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาให้วินิจฉัยชี้ขาดว่าการวัดและประเมินผลดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาแล้วหรือไม่ โดยแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวชี้แจงแสดงเหตุผลแห่งการไม่ยอมรับนั้นต่อคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาวินิจฉัยชี้ขาดตามวรรคสามว่าการวัดและประเมินผลเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษา ให้คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาแจ้งต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ยอมรับผลการวัดและประเมินผลเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง ต่อไป
ข้อ ๑๓ การให้บุคลากรไปสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าการไปสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกันนั้นเป็นการปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่
การประเมินผลการสอนโดยสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรไปสอน ให้ถือว่าเป็นการประเมินผลการสอนในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ ผลงานทางวิชาการที่เกิดจากการสอนตามวรรคหนึ่งอาจนำมาใช้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาที่บุคลากรผู้นั้นสังกัดอยู่ได้
ข้อ ๑๔ การให้ผู้เรียนไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่มีความร่วมมือกัน ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถาบันอุดมศึกษาหรือตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือตามข้อ ๔ (๒) แล้วแต่กรณี และให้นับผลการเรียนดังกล่าวเป็นผลการเรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่ผู้เรียนนั้นศึกษาอยู่
ข้อ ๑๕ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงจัดให้มีระบบบริหารการใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลวิชาการและวิจัยร่วมกันของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้าวิจัยของบุคลากรและผู้เรียนของสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และค่าบริการในการใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลร่วมกันตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงกำหนดโดยปรึกษาหารือกับสถาบันอุดมศึกษา
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).