我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 หมวด ๕ การกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ

มาตรา ๓๓–มาตรา ๔๖共 14 條

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ให้ คนร. ประกาศกำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจตาม (๑) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา ๓ เพื่อให้รัฐวิสาหกิจดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) แผนการบริหารและพัฒนากิจการ และการปฏิบัติตามแผนดังกล่าว รวมทั้งกำหนดเป้าหมายของกิจการ และการประเมินผลการดำเนินงานของกิจการ เพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าแก่กิจการได้อย่างยั่งยืน (๒) การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในอย่างเพียงพอและเหมาะสม (๓) การเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส (๔) การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ โดยอย่างน้อยต้องคำนึงถึงทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และสมรรถนะหลักของกรรมการ กระบวนการสรรหากรรมการที่โปร่งใส และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (๕) การกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ (๖) การกำหนดนโยบายการกำกับดูแลบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้น (๗) การดำเนินการตามแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจและภารกิจของรัฐวิสาหกิจ แนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามวรรคหนึ่งต้องกำหนดให้รัฐวิสาหกิจ กรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง ความซื่อสัตย์สุจริต และมีจริยธรรม โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติที่ใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจนั้น ให้สำนักงานดำเนินการแทนกระทรวงการคลังในการใช้สิทธิผู้ถือหุ้นเพื่อกำกับดูแลให้รัฐวิสาหกิจตาม (๒) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา ๓ มีแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง และให้รัฐวิสาหกิจที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคำนึงถึงมาตรฐานที่ใช้กับบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการที่มิใช่กรรมการโดยตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจตาม (๑) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา ๓ ให้ คนร. แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ” ประกอบด้วย (๑) บุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ จำนวนห้าคน เป็นกรรมการ ทั้งนี้ ให้แต่งตั้งตำแหน่งละไม่เกินสองคน (๒) บุคคลที่มาจากภาคเอกชน ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารจัดการ ด้านธรรมาภิบาล หรือด้านการวางแผนกลยุทธ์ จำนวนสามคน เป็นกรรมการ บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง (๑) ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ คนร. แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ กรรมการตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ การดำรงตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๘ และมาตรา ๙ การปฏิบัติหน้าที่กรรมการตามมาตรา ๑๑ วรรคสาม และการประชุมของคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจโดยอนุโลม กรรมการตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจตาม (๑) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา ๓ และให้เปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย (๒) ดำเนินการคัดเลือกบุคคลจากรายชื่อตามมาตรา ๓๗ ที่มีจริยธรรม และมีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ สอดคล้องกับสมรรถนะหลักของกรรมการรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งตาม (๑) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา ๓ ตามที่สำนักงานกำหนดโดยความเห็นชอบของ คนร. พร้อมเหตุผลการคัดเลือกเสนอต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ทั้งนี้ ให้เสนอเหตุผลการคัดเลือกของกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจแต่ละคนเพื่อประกอบการพิจารณาแต่งตั้งด้วย

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ในกรณีที่ต้องมีการแต่งตั้งกรรมการที่มิใช่กรรมการโดยตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจตาม (๑) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา ๓ ให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดำเนินการสรรหาบุคคลที่มีจริยธรรม และมีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ สอดคล้องกับสมรรถนะหลักของกรรมการรัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๓๖ (๒) เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจที่จะต้องแต่งตั้ง เสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ กรณีมีกรรมการไม่เพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดและสำนักงานดำเนินการสรรหาบุคคลที่มีจริยธรรม และมีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ สอดคล้องกับสมรรถนะหลักของกรรมการรัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๓๖ (๒) เสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อดำเนินการคัดเลือกต่อไป โดยให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการเสนอชื่อบุคคลไม่น้อยกว่าจำนวนตำแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจที่จะต้องแต่งตั้ง การสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจตามวรรคสองต้องดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งอย่างน้อยต้องจัดให้มีการประกาศรับสมัครเป็นช่องทางหนึ่งในการสรรหา โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่สำนักงานกำหนดโดยความเห็นชอบของ คนร.

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรจะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจตาม (๑) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา ๓ ไม่เกินจำนวนตำแหน่งกรรมการที่จะต้องแต่งตั้งต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไป เมื่อได้รับรายชื่อบุคคลที่สมควรจะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณาแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน ในกรณีที่คณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจไม่อาจเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรจะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจได้ครบตามจำนวนกรรมการที่จะต้องแต่งตั้งหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งดำเนินการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจไม่ครบตามจำนวนที่จะต้องแต่งตั้ง ให้ดำเนินการตามมาตรา ๓๗ ต่อไป

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ให้กรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจได้รับค่าตอบแทนตามที่ คนร. กำหนด

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ให้รัฐวิสาหกิจจัดทำรายงานการดำเนินงานประจำปีตามหลักเกณฑ์ที่ คนร. กำหนด และนำส่งให้แก่สำนักงาน พร้อมกับงบการเงินประจำปีและรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในการรายงานการดำเนินงานประจำปีตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐวิสาหกิจเปิดเผยสาระสำคัญของรายงานต่อสาธารณชนด้วย บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๕๗ ปฏิบัติหน้าที่เป็น คนร. ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมี คนร. ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖ (๔) ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจที่แต่งตั้งขึ้นโดยคำสั่งของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๕๗ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัตินี้ จะเข้ารับหน้าที่ โดยให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจตามแนวทางที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการกำหนดสมรรถนะหลักของกรรมการรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัตินี้ขึ้นใช้บังคับ

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ การประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะแล้วเสร็จ

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ แล้วแต่กรณี ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีระเบียบหรือประกาศในเรื่องนั้น ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดำเนินการออกระเบียบหรือประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ในกรณีที่ไม่อาจนำบรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และข้อกำหนดใด ๆ รวมทั้งคำสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับในเรื่องใดได้ตามวรรคหนึ่ง การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นให้เป็นไปตามที่ คนร. กำหนด

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องใดที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ที่อ้างถึงคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้ถือว่ากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น อ้างถึง คนร. ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ให้กระทรวงการคลัง สำนักงาน สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำโครงสร้างสำนักงาน กรอบอัตรากำลังข้าราชการและพนักงานราชการ และกำหนดงบประมาณ รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็น เพื่อรองรับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐวิสาหกิจเป็นกลไกของรัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ รวมถึงเป็นผู้ให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และสอดคล้องกับมาตรการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ผู้ถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน โดยการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเพื่อกำหนดเป้าหมาย นโยบายและทิศทางในการพัฒนารัฐวิสาหกิจในภาพรวมทั้งระบบ ตลอดจนให้มีการจัดทำแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อเป็นช่องทางในการส่งผ่านนโยบายของภาครัฐไปยังรัฐวิสาหกิจให้มีความชัดเจนและโปร่งใส รวมทั้งให้มีการเปิดเผยข้อมูลการประเมินผลการดำเนินงาน และการกลั่นกรองผู้มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ อันนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดทำบริการสาธารณะที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).