พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุนและกรอบวงเงินกู้ เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๕
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุนและกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุนและกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๕”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๔
มาตรา ๔ ให้เปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุนตามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง เป็นจำนวนไม่เกินหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นล้านบาท
มาตรา ๕ ให้เปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้ตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง เป็นจำนวนไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท
มาตรา ๖ เมื่อครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้พระราชกฤษฎีกานี้เป็นอันยกเลิก แต่การยกเลิกดังกล่าวไม่กระทบถึงการกู้เงินและการค้ำประกันที่ได้กระทำไปก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ยกเลิก เมื่อพระราชกฤษฎีกายกเลิกแล้ว ให้กรอบวงเงินกองทุนและกรอบวงเงินกู้เป็นไปตามมาตรา ๒๖
แต่มิให้นำจำนวนเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันตามพระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ นับรวมเข้ากับกรอบวงเงินกองทุนและกรอบวงเงินกู้ตามมาตรา ๒๖ ดังกล่าว
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนทั่วประเทศ
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนมากเกินไป จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกรอบวงเงินกู้ตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒
ในห้วงระยะเวลาหนึ่งให้สอดคล้องกับการกู้เงินดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินดังกล่าวกระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).