กฎกระทรวง การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตสั่งเข้ามา นำเข้ามา และมีซึ่งยานพาหนะ ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๕ วรรคสาม มาตรา ๒๖ วรรคสอง และมาตรา ๒๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๕ และมาตรา ๒๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ห้ามมิให้ออกใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้แก่ยานพาหนะซึ่งต้องห้ามตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีตามความตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงความตกลงระหว่างประเทศ ดังต่อไปนี้ (๑) สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons) (๒)
สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty on the Southeast Asia Nuclear Weapon-Free Zone) (๓) สนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Prohibition of Nuclear Weapons) (๔)
ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเพื่อพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่เกี่ยวเนื่องกับสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the International Atomic Energy Agency for the Application of
Safeguards in Connection with the Treaty on the Non-proliferation of Nuclear Weapons) (๕) พิธีสารเพิ่มเติมความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเพื่อพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่เกี่ยวเนื่องกับสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Protocol Additional to the
Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the International Atomic Energy Agency for the Application of Safeguards in Connection with the Treaty on the Non-proliferation of Nuclear Weapons)
ข้อ ๓ ในกฎกระทรวงนี้ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตสั่งเข้ามา ใบอนุญาตนำเข้ามา หรือใบอนุญาตมีซึ่งยานพาหนะ แล้วแต่กรณี “ยานพาหนะ” หมายความว่า ยานพาหนะตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยุทธภัณฑ์ตามมาตรา ๗ ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน “พลังงานนิวเคลียร์” หมายความว่า
พลังงานนิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ “รังสี” หมายความว่า รังสีตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ “วัสดุกัมมันตรังสี” หมายความว่า วัสดุกัมมันตรังสีตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ “ปริมาณรังสีสมมูล” หมายความว่า
ผลรวมของปริมาณรังสีดูดกลืนในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะใด ๆ ของมนุษย์ หลังจากปรับเทียบการก่ออันตรายของรังสีทุกชนิดที่อวัยวะนั้นได้รับโดยเทียบกับการก่ออันตรายของรังสีแกมมา มีหน่วยเป็นซีเวิร์ต “ปริมาณรังสียังผล” หมายความว่า
ผลรวมของปริมาณรังสีสมมูลหลังจากปรับเทียบสภาพไวต่อรังสีของแต่ละเนื้อเยื่อหรืออวัยวะทั่วร่างกายของมนุษย์ มีหน่วยเป็นซีเวิร์ต “ผู้ปฏิบัติงานทางรังสี” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานให้กับผู้รับใบอนุญาต ทั้งแบบเต็มเวลา แบบไม่เต็มเวลา หรือแบบชั่วคราว ซึ่งเกี่ยวข้องกับรังสี “กรมการอุตสาหกรรมทหาร” หมายความว่า
กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม
ข้อ ๔ การยื่นคำร้องขอหรือคำขอ การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหรือหลักฐาน ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ดำเนินการ ณ กรมการอุตสาหกรรมทหาร
ในกรณีที่กรมการอุตสาหกรรมทหารมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานอื่นเพื่อการตรวจสอบข้อมูล หรือมีฐานข้อมูลตามรายการข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่กำหนดให้ต้องยื่นประกอบคำร้องขอ คำขอ หรือการแจ้งแล้ว ให้ยกเว้นการยื่นข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานดังกล่าว
ข้อ ๕ ก่อนยื่นคำขอรับใบอนุญาต ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะซึ่งประสงค์จะขอรับใบอนุญาตยื่นคำร้องขอต่อกรมการอุตสาหกรรมทหาร พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหารประกาศกำหนด เพื่อให้ตรวจสอบในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) ประวัติอาชญากรรมและลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖
ของผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล (๒) สถานที่เก็บยานพาหนะ วิธีการดำเนินการกับยานพาหนะ มาตรการด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บ การควบคุม หรือการรักษาความปลอดภัย ให้ยกเว้นการตรวจสอบตาม (๑) สำหรับผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต ซึ่งเป็นส่วนราชการ องค์การของรัฐ รัฐวิสาหกิจ
หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือสภากาชาดไทย
ข้อ ๖ ในการยื่นคำร้องขอตามข้อ ๕ (๒) นอกจากผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตจะต้องยื่นข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหารประกาศกำหนดแล้ว ให้ยื่นข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) แบบแปลนสถานที่เก็บยานพาหนะซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดทางวิศวกรรม และมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์
(๒) คุณลักษณะและความเหมาะสมของพื้นที่หรือสถานที่เก็บยานพาหนะ (๓) ข้อมูลการวิเคราะห์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของยานพาหนะ และการประกันคุณภาพการผลิตและการดูแลรักษา (๔) มาตรการด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ขณะใช้งานยานพาหนะ (๕)
คุณสมบัติของบุคลากร การบริหาร และการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานเกี่ยวกับยานพาหนะ (๖) วิธีการประเมินและบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากยานพาหนะ (๗) แผนการเริ่มดำเนินการใช้งานและการปลดระวางยานพาหนะ รวมถึงวิธีการดำเนินการต่อยานพาหนะเมื่อเลิกดำเนินการตามที่ขอรับใบอนุญาต หรือเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุ
(๘) แผนการเตรียมความพร้อมและการดำเนินการในการระงับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ (๙) ข้อมูลและหลักฐานที่แสดงว่ายานพาหนะมีการผลิต การจำหน่าย และการใช้ในต่างประเทศ (๑๐) ข้อมูลอื่นเกี่ยวกับความเสี่ยงทางนิวเคลียร์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยปรึกษาหารือกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำร้องขอตามข้อ ๕ (๒) แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๖ และร่วมกันเข้าไปในสถานที่เก็บยานพาหนะ เพื่อตรวจสอบลักษณะและประเมินการเก็บยานพาหนะให้สอดคล้องกับมาตรการด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์
ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่ตรวจสอบตามวรรคหนึ่งแล้วเห็นว่า สถานที่ดังกล่าวสามารถเก็บและมีวิธีการจัดการต่อยานพาหนะได้อย่างปลอดภัย
ให้กรมการอุตสาหกรรมทหารออกหนังสือบันทึกการตรวจสอบตามแบบที่เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหารประกาศกำหนดแก่ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบแล้วเสร็จ เพื่อนำไปประกอบการยื่นคำขอรับใบอนุญาต
ข้อ ๘ เมื่อผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตได้รับการตรวจสอบตามข้อ ๕ (๑) ว่าเป็นผู้ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖ และได้รับหนังสือบันทึกการตรวจสอบตามข้อ ๗ วรรคสองแล้ว ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อกรมการอุตสาหกรรมทหาร พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ เว้นแต่ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานนั้น
ได้ยื่นไว้ตามข้อ ๕ หรือข้อ ๖ แล้ว
ข้อ ๙ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้กรมการอุตสาหกรรมทหารตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้
และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนในคราวเดียวกัน ภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป
และให้กรมการอุตสาหกรรมทหารจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ พร้อมส่งคำขอรับใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานคืนให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต และข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน
เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว อาจขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นนั้นให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว ในระหว่างการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต
หากปรากฏว่าข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ได้ยื่นไว้แล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ปลัดกระทรวงกลาโหมจะเรียกข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานนั้นเพิ่มเติมก็ได้ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากปลัดกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีอาจมอบหมายให้คณะกรรมการควบคุมยุทธภัณฑ์ให้ความเห็น หรือคำแนะนำแก่ปลัดกระทรวงกลาโหมในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตตามข้อนี้ได้
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ให้กรมการอุตสาหกรรมทหารแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบโดยเร็ว และให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว
ให้กรมการอุตสาหกรรมทหารออกใบอนุญาตภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับค่าธรรมเนียม เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งแล้ว หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต และให้กรมการอุตสาหกรรมทหารจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๑๒ ใบอนุญาตอย่างน้อยต้องมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่ให้บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบหกปีเข้าไปในพื้นที่ควบคุมหรือปฏิบัติงานใด ๆ ที่เกี่ยวกับรังสี (๒) ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่ให้บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบหกปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุมหรือปฏิบัติงานใด ๆ
ที่เกี่ยวกับรังสี เว้นแต่จะเป็นไปเพื่อการศึกษา การฝึกอบรม หรือการฝึกงานที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้ปฏิบัติงานทางรังสี (๓) ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีได้รับรังสีน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างสมเหตุสมผลตามมาตรฐานการปฏิบัติงานนั้น ๆ
และต้องมิให้ได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ (ก) ปริมาณรังสียังผล ๒๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี โดยเฉลี่ยในช่วงห้าปีติดต่อกัน ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะรับรังสีได้ไม่เกิน ๕๐ มิลลิซีเวิร์ต และตลอดช่วงห้าปีติดต่อกัน จะต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิซีเวิร์ต (ข) ปริมาณรังสีสมมูล สำหรับเลนส์ของดวงตา ๒๐
มิลลิซีเวิร์ตต่อปี โดยเฉลี่ยในช่วงห้าปีติดต่อกัน ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะรับรังสีได้ไม่เกิน ๕๐ มิลลิซีเวิร์ต และตลอดช่วงห้าปีติดต่อกัน จะต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิซีเวิร์ต (ค) ปริมาณรังสีสมมูล สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง มือ และเท้า ๕๐๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี
โดยปริมาณรังสีสมมูลสำหรับส่วนที่เป็นผิวหนังนั้นให้วัดจากค่าเฉลี่ยปริมาณรังสีต่อ ๑ ตารางเซนติเมตรของบริเวณผิวหนังที่ได้รับรังสีมากที่สุด (๔) ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร ให้ใช้ขีดจำกัดปริมาณรังสีเช่นเดียวกันกับประชาชนทั่วไปตาม (๖) (๕)
ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมดูแลมิให้บุคคลตาม (๒) ได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ (ก) ปริมาณรังสียังผล ๖ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี (ข) ปริมาณรังสีสมมูล สำหรับเลนส์ของดวงตา ๒๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี (ค) ปริมาณรังสีสมมูล สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง มือ และเท้า ๑๕๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี
โดยปริมาณรังสีสมมูลสำหรับส่วนที่เป็นผิวหนังนั้นให้วัดจากค่าเฉลี่ยปริมาณรังสีต่อ ๑ ตารางเซนติเมตรของบริเวณผิวหนังที่ได้รับรังสีมากที่สุด (๖) ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้ประชาชนทั่วไปได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ (ก) ปริมาณรังสียังผล ๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี (ข) ปริมาณรังสีสมมูล
สำหรับเลนส์ของดวงตา ๑๕ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี (ค) ปริมาณรังสีสมมูล สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง มือ และเท้า ๕๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี (๗) ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมดูแลมิให้พื้นที่ควบคุมเกิดการปนเปื้อนทางรังสีบนพื้นผิวเกิน ๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตรสำหรับวัสดุกัมมันตรังสีที่สลายตัวให้รังสีบีตา รังสีแกมมา
และรังสีแอลฟาที่มีความเป็นพิษต่ำ และเกิน ๐.๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตรสำหรับวัสดุกัมมันตรังสีที่สลายตัวให้รังสีแอลฟาอื่น ๆ (๘) ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเครื่องตรวจวัดปริมาณรังสีไว้กับยานพาหนะ ตัวผู้ปฏิบัติงานทางรังสี และสถานที่เก็บยานพาหนะ (๙) เมื่อผู้รับใบอนุญาตจะนำยานพาหนะเข้ามาในราชอาณาจักร
ต้องส่งคำขอแจ้งการสั่งเข้ามาหรือการนำเข้ามาซึ่งยานพาหนะ ผ่านระบบ National Single Window ให้กรมการอุตสาหกรรมทหารไม่น้อยกว่าสองวันทำการก่อนที่ยานพาหนะจะถูกนำเข้ามาในราชอาณาจักร (๑๐) ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามแผนและวิธีการที่ยื่นไว้ตามข้อ ๖ พื้นที่ควบคุมตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า
พื้นที่ที่ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีเพื่อควบคุมการได้รับรังสีหรือป้องกันการแพร่กระจายของการปนเปื้อนทางรังสีบนพื้นผิว อันเกิดจากการปฏิบัติงานตามปกติ และเพื่อป้องกันหรือลดโอกาสและปริมาณการได้รับรังสีอันเกิดจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ใด ๆ อันอาจคาดหมายได้
ข้อ ๑๓ ให้ถือว่าใบอนุญาตสั่งเข้ามาหรือใบอนุญาตนำเข้ามาเป็นใบอนุญาตมีซึ่งยานพาหนะตามใบอนุญาตสั่งเข้ามาหรือใบอนุญาตนำเข้ามาด้วย
เว้นแต่ผู้รับใบอนุญาตสั่งเข้ามาหรือใบอนุญาตนำเข้ามาซึ่งยานพาหนะจะโอนหรือส่งมอบการครอบครองยานพาหนะนั้นให้บุคคลอื่นผู้รับโอนหรือผู้ครอบครองยานพาหนะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตมีซึ่งยานพาหนะตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อกรมการอุตสาหกรรมทหาร พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอก่อนใบอนุญาตดังกล่าวสิ้นอายุ การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมโดยมีข้อความว่า “ฉบับต่ออายุ”
กำกับไว้ที่กึ่งกลางด้านบนของใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอและการพิจารณาคำขอต่ออายุใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๕ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อกรมการอุตสาหกรรมทหาร พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานว่าใบอนุญาตเดิมสูญหาย ลบเลือน หรือชำรุดในสาระสำคัญ และเอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ การออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิมโดยมีข้อความว่า
“ใบแทน” ด้วยหมึกสีแดงกำกับไว้ที่กึ่งกลางด้านบนของใบอนุญาต ในกรณีที่คำขอรับใบแทนใบอนุญาต รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้กรมการอุตสาหกรรมทหารแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต และให้นำความในข้อ ๑๑ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะย้ายหรือเพิ่มสถานที่เก็บยานพาหนะ หรือเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการต่อกรมการอุตสาหกรรมทหาร พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ การอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการตามวรรคหนึ่ง
ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมออกใบอนุญาตให้ใหม่ ให้นำความในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอและการพิจารณาคำขอเปลี่ยนแปลงรายการด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๗ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการอื่นนอกจากรายการที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ ตามที่เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหารประกาศกำหนด ให้แจ้งต่อกรมการอุตสาหกรรมทหารตามแบบที่เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหารประกาศกำหนด พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบการแจ้ง
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการตามที่ได้รับแจ้ง ให้เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหารบันทึกการแก้ไขเปลี่ยนแปลงลงในใบอนุญาต โดยผู้รับใบอนุญาตไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม
ข้อ ๑๘ คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต คำขอต่ออายุใบอนุญาต คำขอรับใบแทนใบอนุญาต และคำขอเปลี่ยนแปลงรายการ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยในกรณีที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ให้รัฐมนตรีกำหนดเรื่องการให้ความยินยอมตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้ยานพาหนะตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศกำหนดให้เป็นยุทธภัณฑ์ตามมาตรา ๗
ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะจะต้องได้รับใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).