我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ 16 ส่วนที่ ๒ ส่วนของเครื่องแบบ

ข้อ ๗–ข้อ ๑๙共 14 條

ข้อ ๗

ข้อ ๗ หมวก มี ๘ แบบ คือ (๑) หมวกกะลาสีสีขาว ทำด้วยผ้า ทรงตึง เชิงด้านหน้ากว้าง ๔.๘ เซนติเมตร เชิงด้านข้างและด้านหลังกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร เพดานหมวกกว้างระหว่าง ๒๒.๓ เซนติเมตร ถึง ๒๓ เซนติเมตร ยาวระหว่าง ๒๒.๗ เซนติเมตร ถึง ๒๓.๘ เซนติเมตร และมีเครื่องประกอบ คือ (ก) สายรัดคาง ทำด้วยผ้าสีขาว กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร (ข) แถบหน้าหมวก ทำด้วยผ้าสีดำ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีชื่อเรือหรือหน่วยสีทอง และมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีเป็นสีทองกำกับข้างหน้าและข้างหลังชื่อเรือหรือหน่วย ปลายแถบทั้งสองข้างตัดชายเป็นรูปหางนกแซงแซว มีรูปสมอสีทองนอนตามยาว (๒) หมวกกะลาสีสีกากี ทำด้วยผ้า ลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกกะลาสีสีขาว (๓) หมวกกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกกะลาสีสีขาว (๔) หมวกทรงหม้อตาล ขอบหมวกทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ และมีเครื่องประกอบ คือ (ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ เว้นแต่สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนาวาโทและนาวาเอก ทำด้วยหนังหรือสักหลาดสีดำ ที่ขอบโค้งปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ๑ แถว สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือและจอมพลเรือ ทำด้วยหนังหรือสักหลาดสีดำ ที่ขอบโค้งปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ๒ แถว พื้นกะบังด้านล่างสีเขียวหรือสีดำ (ข) ปลอกหมวก ทำด้วยผ้าหรือวัตถุเทียมผ้าสีขาวหรือสีกากี (ค) สายรัดคาง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ เว้นแต่นายทหารสัญญาบัตรและนักเรียนนายเรือ ทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง (ง) ดุมโลหะสีทองขนาดเล็กตรึงปลายสายรัดคางติดที่ข้างหมวก ข้างละ ๑ ดุม (จ) ตราหน้าหมวก เป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎ รองรับด้วยใบชัยพฤกษ์ผูกเป็นช่อปลายโค้งโอบขึ้นบนทั้ง ๒ ข้าง ลักษณะต่างกัน คือ ๑) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ทำด้วยโลหะสีทอง และมีใบชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๕ ใบ กว้าง ๖.๗ เซนติเมตร สูง ๗.๓ เซนติเมตร ๒) นักเรียนนายเรือ พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง สมอปักด้วยดิ้นเงินหรือวัตถุเทียมดิ้นเงิน ใบชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๓ ใบ บนพื้นเบาะสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร สูง ๕.๕ เซนติเมตร ๓) นายทหารสัญญาบัตร พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง สมอปักด้วยดิ้นเงินหรือวัตถุเทียมดิ้นเงิน ใบชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๕ ใบ บนพื้นเบาะสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๖.๗ เซนติเมตร สูง ๗.๓ เซนติเมตร (ฉ) ผ้าพันหมวก เป็นแถบลายถักสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร (๕) หมวกหนีบสีกากี ทำด้วยผ้าหรือเสิร์จสีกากี ตอนหน้าและตอนหลังลาดมน โดยด้านหน้าต่ำกว่าด้านหลัง ยอดสันหมวกมีกลีบ ด้านขวามีรอยพับ สำหรับนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือให้เพิ่มขลิบสีทองขนาดกว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ที่ขอบสาบหมวกและที่รอยพับ ด้านซ้ายมีตราหน้าหมวกเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎ รองรับด้วยใบชัยพฤกษ์ผูกเป็นช่อปลายโค้งโอบขึ้นบนทั้ง ๒ ข้าง โดยลักษณะของตราหน้าหมวกต่างกัน คือ (ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ทำด้วยโลหะสีทอง และมีใบชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๕ ใบ กว้าง ๒.๘ เซนติเมตร สูง ๓ เซนติเมตร (ข) นักเรียนนายเรือ พระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง สมอทำด้วยโลหะสีเงิน มีใบชัยพฤกษ์ทำด้วยโลหะสีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๓ ใบ บนพื้นสีดำ กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร สูง ๒.๗๕ เซนติเมตร (ค) นายทหารสัญญาบัตร พระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง สมอทำด้วยโลหะสีเงิน มีใบชัยพฤกษ์ทำด้วยโลหะสีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๕ ใบ บนพื้นสีดำ กว้าง ๒.๘ เซนติเมตร สูง ๓ เซนติเมตร (๖) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี ด้านหน้าหมวกมีตราปักด้วยด้ายสีน้ำเงินดำรูปสมอ ภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี สูง ๓ เซนติเมตร ติดอยู่ตรงกึ่งกลาง มีสายร่นที่ขอบหมวกด้านหลัง (๗) หมวกเหล็กสีกากี มีสายรัดคางหนังสีน้ำตาลหรือแถบผ้าสีกากี กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร (๘) หมวกยอด ตัวหมวกทำด้วยรากลำพูหรือวัตถุเทียมรากลำพู และมีเครื่องประกอบ คือ (ก) ปลอกหมวก ทำด้วยผ้าหรือวัตถุเทียมผ้าสีขาว (ข) สายรัดคาง ทำด้วยโลหะสีทองเป็นแบบโซ่ถัก (ค) ขอเกี่ยวสายรัดคาง มี ๓ ชนิด คือ ขอเกี่ยวรูปดอกมะเขือใหญ่ขอสั้นทำด้วยโลหะสีทอง ขอเกี่ยวรูปดอกมะเขือใหญ่ขอยาวทำด้วยโลหะสีทอง และขอเกี่ยวรูปดอกมะเขือเล็กขอยาวทำด้วยโลหะสีทอง (ง) จานรองยอดหมวกดวงดารา ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง (จ) ยอดหมวกบัวบาน ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง (ฉ) ยอดหมวกโมฬีแหลม ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง (ช) ตราหน้าหมวกเป็นรูปตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรีเหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะหรือวัตถุเทียมโลหะสีทอง (ซ) พู่หมวก ทำด้วยจามจุรีหรือวัตถุเทียมจามจุรีสีดำ ใช้เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผ้าผูกคอสีดำ รูปสามเหลี่ยมและพับมุมข้างหนึ่งเข้ากับด้านฐานอีกข้างหนึ่ง ให้ส่วนที่พับซ้อนกัน กว้าง ๖ เซนติเมตร ผูกชายทั้ง ๒ ข้าง ต่อกันคล้องไว้ใต้ปกหลัง ให้ส่วนกึ่งกลางที่พับอยู่ข้างหน้าตรงแนวอกเสื้อ โด ให้ส่วนซ้ายทับส่วนขวา และผูกด้วยแถบผ้าสีขาวสำหรับผูกผ้าผูกคอเป็นเงื่อนโบเหนือชายสุดผ้าผูกคอ ๖ เซนติเมตร

ข้อ ๙

ข้อ ๙ สายโยงมีด เป็นสายเชือกถักสีขาว ขนาดโตโดยรอบ ๑.๗ เซนติเมตร คล้องไว้ใต้ปกหลัง และอยู่บนผ้าผูกคอสีดำ โดยให้แผ่นถักรูปสี่เหลี่ยมลายขัดทับบนเงื่อนโบ ปลายสายสอดลงในกระเป๋าเสื้อ

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เสื้อมี ๑๗ แบบ คือ (๑) เสื้อกะลาสีสีขาว เปิดคอเพียงอก มีผ้าปกหลังสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก มีแถบผ้าสีขาว กว้าง ๒ เซนติเมตร ตรึงรอบผืนผ้าห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร แขนยาวรวบข้อมือ ชายเสื้อยาวปิดตะโพก ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าปะไม่มีปก ๑ กระเป๋า ใต้คอเสื้อด้านหน้ามีแถบผ้าสีขาว ๒ ชาย ยาวชายละ ๒๕ เซนติเมตร สำหรับผูกผ้าผูกคอ (๒) เสื้อซับใน ทำด้วยผ้าสีขาวคอกลมเรียบ รอบวงคอขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำกว้าง ๑ เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือศอก (๓) เสื้อกะลาสีสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว เว้นแต่แขนเสื้อยาวเพียงใต้ศอกประมาณ ๖ เซนติเมตร และมีผ้าปกหลังสีกากี (๔) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูปชายแหลมสามชายไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร (๕) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากี คอแบะแบบชายสามเหลี่ยมมีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า กระเป๋าทั้ง ๔ เป็นกระเป๋าปะ มีปกรูปชายแหลมสามชาย มีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กขัดปกกระเป๋า กระเป๋าละ ๑ ดุม ที่เอวเสื้อมีสายรัดขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางด้านหลังเปิดไว้ถึงสายรัดเอว (๖) เสื้อคอพับสีขาว ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุมกลมแบนสีขาว ๖ ดุม แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก ที่อกเสื้อมีกระเป๋าปะมีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มุมกระเป๋าและปกตัดมุม มีดุมขัดปก ๑ ดุม เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ชนิดแขนยาวจะใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้ (๗) เสื้อคอพับสีกากี เช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีขาว เว้นแต่ให้ใช้ดุมสีกากี และไม่ใช้ผ้าผูกคอ เมื่อใช้กับเครื่องแบบปกติลำลองคอพับ ให้มีอินทรธนูอ่อน (๘) เสื้อสโมสรสีขาว แบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะเป็นรูปคอมนปาดเอว ระหว่างชายเสื้อกับชายคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่งมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ ๒ ดุม และประมาณแนวดุมคู่บนที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุดมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน (๙) เสื้อกั๊กสีขาวหรือสีน้ำเงินดำ หน้าอกเว้า ระหว่างชายเสื้อกับหน้าอกมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ หรือ ๔ ดุม ที่เหนือชายเสื้อมีกระเป๋าเจาะไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ชายล่างสุดของเสื้อบากเป็นรูปสามเหลี่ยมและเปิดด้านหลัง มีสายรัดตอนบนและล่าง (๑๐) เสื้อกั๊กสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกั๊กสีขาว (๑๑) เสื้อเชิ้ตอกแข็งหรืออกจีบสีขาว ข้อมือแข็ง ประกอบด้วยคอพับแข็งชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ (๑๒) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว เว้นแต่เครื่องหมายยศและเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นแถบทำด้วยไหมสีเหลืองรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง (๑๓) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำคอแบะแบบชายสามเหลี่ยม มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋า ๑ กระเป๋า และที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร ประดับเครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า และเครื่องหมายชั้นการศึกษา ดังนี้ (ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้ง ทำด้วยแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน รูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง ตรึงติดตรงกลางแขนเสื้อ (ข) นักเรียนนายเรือ ที่ชายสุดคอแบะติดสาบสักหลาดสีขาว กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร มีรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับเครื่องหมายชั้นการศึกษา (ค) นายทหารสัญญาบัตร เครื่องหมายยศทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองประดับรอบปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง คือ นายเรือและนายนาวา มีขนาด ลักษณะ และจำนวนแถบเช่นเดียวกับแถบบนอินทรธนู เว้นแต่ขมวดวงกลมให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร พลเรือจัตวา มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และเหนือแถบนี้มีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ขมวดเป็นวงกลม ๑ วง เส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร พลเรือตรีขึ้นไป มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และมีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ประดับเหนือขึ้นไป มีจำนวนตามชั้นยศ ดังนี้ พลเรือตรี ๑ แถบ พลเรือโท ๒ แถบ พลเรือเอก ๓ แถบ จอมพลเรือ ๔ แถบ การประดับแถบ ให้แถบล่างสุดอยู่ห่างจากปลายแขนเสื้อพอสมควร เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๖ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลัง (๑๔) เสื้อสวมกันหนาว มีดังนี้ (ก) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับพลทหาร นักเรียนจ่า และนายทหารประทวนชั้นจ่า ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ชายเสื้อยาวเพียงครึ่งขาท่อนบน (ข) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า นักเรียนนายเรือ และนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อโอเวอร์โคต ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม มีแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำรัดหลังปลายแถบขัดดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ข้างละ ๑ ดุม ชายเสื้อยาวครึ่งน่อง เสื้อแบบนี้ให้มีอินทรธนูตามชั้นยศประกอบด้วย เสื้อสวมกันหนาวตาม (ก) และ (ข) ให้สวมทับเครื่องแบบปกติ เครื่องแบบสโมสร เครื่องแบบกันหนาว หรือเครื่องแบบสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว (๑๕) เสื้อสโมสรสีดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำแบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะ แบบชายสามเหลี่ยม ปาดเอว ระหว่างชายเสื้อกับคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่ง มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ ๓ ดุม และประมาณแนวดุมคู่กลางที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุด มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน มีเครื่องหมายยศที่ปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง เช่นเดียวกับเสื้อคอแบะสีน้ำเงินดำตาม (๑๓) (ค) (๑๖) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ คอเสื้อด้านหน้ามน มีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอดออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ มีแนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถวช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ที่ตะเข็บหลัง จากแนวเข็มขัดลงมามีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม การประดับคอเสื้อ เครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า และเครื่องหมายชั้นการศึกษา เป็นดังนี้ (ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่ขอบเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้า ติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๒ เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งตามชั้นยศทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน ระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร ให้กึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑ เซนติเมตร เหนือเครื่องหมายยศให้ปักเครื่องหมายเหล่าด้วยไหมสีเหลือง ปลายแขนเสื้อด้านหลังตรงกับกึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๑ แถบ (ข) นักเรียนนายเรือ ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและลักษณะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า ด้านหน้าคอเสื้อทั้งสองข้างปักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ข้างละ ๑ ใบ กึ่งกลางคอเสื้อตรงกับอินทรธนูทั้งสองข้างติดรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับดุมเครื่องหมายชั้นการศึกษา ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างโดยรอบติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑ เซนติเมตร ๑ แถบ (ค) นายทหารสัญญาบัตร ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและลักษณะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า รอบคอเสื้อปักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ จำนวน ๘ ใบ ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างติดแฉลบสีขาวรูปชายแฉลบสามชาย ขอบแฉลบด้านบน ด้านล่าง และด้านชายแหลมติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๒ เซนติเมตร กึ่งกลางแฉลบในแนวดิ่งติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ ดุม ระยะห่างพอสมควร ตรงกึ่งกลางแฉลบโดยรอบปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปเครื่องหมายยศ มีขนาด ลักษณะ และจำนวน เช่นเดียวกับเครื่องหมายยศที่ประดับกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ (๑๗) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง คอเสื้อทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ด้านหน้ามน มีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอดออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถวช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ ใบ เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ที่ตะเข็บหลังจากแนวเข็มขัดลงมามีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม การประดับคอเสื้อ เครื่องหมายยศ และเครื่องหมายเหล่า เป็นดังนี้ (ก) พลทหาร ที่ขอบเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้าติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๒ เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างมีปลอกแขนทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ยาว ๑๑ เซนติเมตร ปลอกแขนเสื้อด้านบนติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร โดยรอบที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกปักเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึงติดกับแขนเสื้อ โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น (ข) นายทหารประทวนชั้นจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อ เช่นเดียวกับพลทหาร ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว หักมุม ๑๒๐ องศา ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร ให้มุมบั้งลงข้างล่าง ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร เหนือบั้งมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี และเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึงติดกับแขนเสื้อโดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น (ค) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อ เช่นเดียวกับพลทหาร ส่วนเครื่องหมายยศและเครื่องหมายเหล่าเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารประทวนชั้นพันจ่า โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น (ง) นายทหารสัญญาบัตร ประดับคอเสื้อ ปลายแขนเสื้อและเครื่องหมายยศ เช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารสัญญาบัตร ระหว่างแถบเครื่องหมายยศสอดด้วยสักหลาดสีเหลือง

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กางเกง มี ๗ แบบ คือ (๑) กางเกงกะลาสีสีขาว ผ่าเอวทั้งสองข้าง ขัดดุมข้างละ ๓ ดุม หรือจะใช้ซิปแทนก็ได้ ที่ตะเข็บขวามีกระเป๋าเจาะ ๑ กระเป๋า มีสายร่นที่เอวและขัดดุมข้างละ ๒ ดุม ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๗ เซนติเมตร (๒) กางเกงกะลาสีสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงกะลาสีสีขาว (๓) กางเกงกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงกะลาสีสีขาว (๔) กางเกงขายาวสีขาว แบบสากลไม่พับปลายขา ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มีดุมปิดปากกระเป๋า ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๗ เซนติเมตร (๕) กางเกงขายาวสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีขาว (๖) กางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีขาว (๗) กางเกงแถบไหมทองและกางเกงแถบไหมสีเหลือง ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีน้ำเงินดำ เว้นแต่ที่แนวตะเข็บกางเกงทางด้านนอกทั้งสองข้างติดแถบไหมสีทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง หรือแถบไหมสีเหลือง ขนาดต่างกัน คือ พลทหารและนายทหารประทวน แถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๘ เซนติเมตร นักเรียนนายเรือ แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๒.๔ เซนติเมตร นายทหารสัญญาบัตร แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๓.๒ เซนติเมตร

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เข็มขัดมี ๒ แบบ คือ (๑) เข็มขัดสีดำ ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ หรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีดำ กว้าง ๓.๒ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนมุมมน กว้าง ๓.๖ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี โอบล้อมด้วยพวงใบชัยพฤกษ์ ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายสายมนแหลมสำหรับเข็มขัดที่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนัง หรือปลายสายตัดตรงและหุ้มด้วยโลหะสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตรสำหรับเข็มขัดที่ทำด้วยด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถัก (๒) เข็มขัดสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดตาม (๑) เว้นแต่เข็มขัดที่ทำด้วยด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักปลายสายตัดตรงและหุ้มด้วยโลหะสีทอง สำหรับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ของพลทหาร นายทหารประทวน และนักเรียนนายเรือ ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านนอกติดแถบสามแถบ แถมริม ๒ ข้าง กว้างแถบละ ๐.๖ เซนติเมตร แถบล่าง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้แถบไหมสีเหลือง นักเรียนนายเรือใช้แถบไหมสีทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง ปลายมีขอทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวเกาะกับหัวเข็มขัด หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน กว้าง ๕.๒ เซนติเมตร ยาว ๖.๒ เซนติเมตร มีลายดุนรูปพวงชัยพฤกษ์ ตรงกลางมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับกับเสื้อชั้นนอก และใช้ติดซองกระบี่ หรือซองดาบปลายปืน ในโอกาสที่คาดกระบี่หรือถือปืนประกอบด้วย สำหรับเครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ หรือเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ของนายทหารสัญญาบัตร ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านนอกติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง ปลายมีขอทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวเกาะติดกับหัวเข็มขัด หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร มีลายดุนรูปพวงใบชัยพฤกษ์ ตรงกลางมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี เข็มขัดแบบนี้ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอก และใช้ติดซองกระบี่ในโอกาสที่คาดกระบี่ประกอบด้วย

ข้อ ๑๒ ทวิ

ข้อ ๑๒ ทวิ คันชีพสำหรับทหารรักษาพระองค์ มีดังนี้ (ก) สำหรับพลทหาร นายทหารประทวน และนักเรียนนายเรือ สายสะพายทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านนอกติดแถบสามแถบ แถบริม ๒ ข้าง กว้างแถบละ ๐.๖ เซนติเมตร แถบกลางกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้แถบไหมสีเหลือง นักเรียนนายเรือใช้แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองปลายสายสะพายทั้งสองข้างมีห่วงทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวกับคันชีพ คันชีพทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร มีฝาปิดข้างคันชีพทั้งสองข้างมีห่วงทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวกับสายสะพาย รอบฝาคันชีพติดแถบ กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนใช้แถบไหมสีเหลือง นักเรียนนายเรือใช้แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กึ่งกลางฝาคันชีพมีตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรีเหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง (ข) สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สายสะพายทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านนอกติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง ปลายสายสะพายทั้งสองข้างมีห่วงทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวกับคันชีพ คันชีพทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร มีฝาปิดข้างคันชีพทั้งสองข้างมีห่วงทำด้วยโลหะสีทองสำหรับเกี่ยวกับสายสะพาย ขอบฝาคันชีพด้านล่างทั้งสองข้างติดรูปลายกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง รอบฝาคันชีพติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร กึ่งกลางฝาคันชีพมีตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร มีรูปจักรี เหนือ ภปร ภายใต้พระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทอง

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ดุมโลหะสีทอง มีลายดุนรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓ เซนติเมตร

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ รองเท้า มี ๒ แบบ คือ (๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีขาวชนิดผูกเชือก (๒) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก หรือสายรัด หรือยืดข้างและซิปรองเท้าทุกแบบต้องมีส้น และไม่มีลวดลาย

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ถุงเท้า ให้ใช้สีเดียวกับรองเท้า

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สนับแข้ง สูงครึ่งน่อง ทำด้วยผ้าใบสีขาวหรือสีกากี มีสายรัดตอนบนและล่างตามแบบราชนาวี

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กระบี่ มีดังนี้ (๑) กระบี่นักเรียนนายเรือ ลักษณะตามแบบราชนาวี ยาว ๔๐ เซนติเมตร ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้างทำด้วยโลหะสีทอง (๒) กระบี่นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ลักษณะตามแบบราชนาวี ยาวประมาณ ๘๕ เซนติเมตร มีโกร่งทำด้วยโลหะสีทอง มีลายฉลุ มีพู่ไหมสีเหลืองประกอบด้วยปลายด้ามเป็นรูปหัวช้างทำด้วยโลหะสีเดียวกับโกร่ง ฝักทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำมีเครื่องประกอบและมีห่วงทำด้วยโลหะสีทอง ๒ ห่วง (๓) กระบี่นายทหารสัญญาบัตร ลักษณะเช่นเดียวกับกระบี่นายทหารประทวนชั้นพันจ่า เว้นแต่พู่ทำด้วยไหมทองขัดไหมสีน้ำเงินดำ

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สายกระบี่ สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยสักหลาด หนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำเป็น ๒ สาย กว้างสายละ ๑.๕ เซนติเมตร มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้างสายละ ๑.๒ เซนติเมตร ตรึงตรงกลางตามยาวด้านนอก ตอนบนมีขอสำหรับแขวนกับเข็มขัด ตอนล่างมีขอชนิดแหนบสำหรับเกี่ยวกับกระบี่ สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าและนักเรียนนายเรือ ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำเป็น ๒ สาย กว้างสายละ ๑.๕ เซนติเมตร ตอนบนมีขอสำหรับแขวนกับเข็มขัด ตอนล่างมีขอชนิดแหนบสำหรับเกี่ยวกับกระบี่

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ซองกระบี่ สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าและนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาวหรือสีดำ ตอนบนมีสาย ๒ สาย สำหรับแขวนติดเข็มขัด สำหรับนักเรียนนายเรือผู้ทำหน้าที่บังคับบัญชาในการสวนสนาม เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ใช้ซองกระบี่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว ตอนบนมีสาย ๒ สาย สำหรับแขวนติดกับเข็มขัด สำหรับนายทหารสัญญาบัตร เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ ใช้ซองกระบี่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ ด้านนอกติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).