ส่วนที่ ๑ การเก็บน้ำมันและระยะปลอดภัยภายใน
ข้อ ๑๔ การเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันไว้ในอาคารต้องมีระยะปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑ ตารางที่ ๑ ระยะปลอดภัยในการเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันไว้ในอาคาร ชนิดของน้ำมัน ปริมาณน้ำมัน (ลิตร) ระยะปลอดภัยต่ำสุด (เมตร) ห่างจากขอบผนังอาคาร ห่างจากช่องเปิด ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟ ปานกลาง
หรือ ชนิดไวไฟน้อยที่มี จุดวาบไฟไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ไม่เกิน ๑,๐๐๐ เกิน ๑,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ เกิน ๓,๐๐๐ - ๑๕,๐๐๐ ๐.๖๐ ๐.๖๐ ๐.๖๐ ๑.๕๐ ๑.๕๐ ๑.๕๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐ ๔.๕๐ ชนิดไวไฟน้อยที่มี จุดวาบไฟเกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ไม่เกิน ๗,๕๐๐ เกิน ๗,๕๐๐ - ๑๕,๐๐๐ ๐.๖๐ ๐.๖๐ ๑.๕๐ ๑.๕๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐
ข้อ ๑๕ การเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันไว้นอกอาคารต้องมีระยะปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๒ ตารางที่ ๒ ระยะปลอดภัยในการเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันไว้นอกอาคาร ชนิดของน้ำมัน ปริมาณน้ำมัน (ลิตร) ระยะปลอดภัยต่ำสุด (เมตร) ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟ
ไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ไม่เกิน ๑,๐๐๐ เกิน ๑,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ เกิน ๓,๐๐๐ - ๑๕,๐๐๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐ ๔.๕๐ ชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟเกิน ๙๓ องศาเซลเซียส ไม่เกิน ๗,๕๐๐ เกิน ๗,๕๐๐ - ๑๕,๐๐๐ ๑.๕๐ ๓.๐๐
ข้อ ๑๖ การเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๗
ลักษณะของแผนผังและแบบก่อสร้าง
ข้อ ๑๗ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สอง ต้องมีแผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน พร้อมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่อยู่รอบเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันภายในระยะไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร ในกรณีที่แผนผังตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถแสดงถึงที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันได้
ให้จัดทำแผนผังในระยะที่ทำให้สามารถบ่งชี้ถึงที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันได้
ข้อ ๑๘ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สอง ต้องมีแผนผังบริเวณแสดงเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ภาชนะบรรจุน้ำมัน แนวท่อน้ำมัน และอาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมัน
ข้อ ๑๙ แบบก่อสร้างถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีปริมาณความจุเกิน ๒,๕๐๐ ลิตรขึ้นไป ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แปลนส่วนบน อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่กับถัง แปลนส่วนล่าง และแปลนฐานราก (๒) รูปด้าน รูปตัด และรายละเอียดของฐานราก (๓) รายละเอียดการก่อสร้าง และการติดตั้งถังเก็บน้ำมัน
แบบก่อสร้างตาม (๑) และ (๒) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐
ข้อ ๒๐ ถังเก็บน้ำมันใต้พื้นดินต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากการรับแรงและน้ำหนักบรรทุกต่าง ๆ
หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (๒) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานรากในลักษณะที่ไม่อาจเคลื่อนที่หรือลอยตัวเนื่องจากแรงดันของน้ำใต้ดิน และฐานรากต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับน้ำหนักของตัวถังและน้ำมันที่บรรจุอยู่ในถัง รวมทั้งน้ำหนักอื่น ๆ
ที่กระทำบนตัวถังได้โดยปลอดภัย และห้ามมีสิ่งก่อสร้างใด ๆ อยู่เหนือส่วนบนของผนังถัง (๓) ผิวภายนอกของตัวถังต้องมีการป้องกันการกัดกร่อน (๔) ส่วนบนของผนังถังต้องอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร (๕) ต้องมีระยะห่างระหว่างผนังถังแต่ละถังไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร (๖)
ตัวถังต้องตั้งอยู่ในเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันและผนังถังต้องอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร (๗) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันไว้ทุกถัง สำหรับถังที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันไว้ทุกห้องแยกจากกัน โดยท่อระบายไอน้ำมันต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง
ดังต่อไปนี้ (ก) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐.๐๐ มิลลิเมตร (ข) ปลายท่อระบายไอน้ำมันต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร และอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร (๘) ปลายท่อรับน้ำมันต้องอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร
ข้อ ๒๑ ถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดินต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากความดันใช้งานสูงสุดของน้ำมันในถัง
หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (๒) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานราก โดยฐานรากต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับน้ำหนักของตัวถังและน้ำมันที่บรรจุอยู่ในถัง รวมทั้งน้ำหนักอื่น ๆ ที่กระทำบนตัวถังได้โดยปลอดภัย (๓)
ผิวภายนอกของตัวถังต้องมีการป้องกันการกัดกร่อน (๔) รอบตัวถังต้องมีเขื่อนหรือกำแพงล้อมรอบ โดยเขื่อนหรือกำแพงดังกล่าวต้องมีขนาดพอที่จะเก็บน้ำมันได้เท่ากับปริมาณความจุของถังใบใหญ่ที่สุดภายในเขื่อนหรือกำแพง โดยผนังของเขื่อนหรือกำแพงจะต้องสามารถป้องกันของเหลวไหลผ่าน
และสามารถทนแรงดันของน้ำหนักบรรทุกสูงสุดได้ (๕) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันไว้ทุกถัง โดยท่อระบายไอน้ำมันต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๐ (๗) ทั้งนี้ กรณีติดตั้งถังเก็บน้ำมันภายในอาคารปลายท่อระบายไอน้ำมันต้องอยู่ภายนอกอาคาร (๖)
ปลายท่อรับน้ำมันต้องอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร
ข้อ ๒๒ เมื่อติดตั้งถังเก็บน้ำมันตามข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑ แล้ว ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ให้ทำการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันเมื่อใช้งานครบหนึ่งปีและสิบปีตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมันที่ออกตามมาตรา ๗
ส่วนที่ ๔ ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์
ข้อ ๒๓ ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ที่ใช้กับถังเก็บน้ำมันต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ ที่มากระทำต่อระบบท่อน้ำมันได้โดยปลอดภัย (๒) ท่อที่นำมาใช้ในระบบท่อน้ำมันต้องทำด้วยเหล็กกล้า หรือทำด้วยวัสดุที่ออกแบบ ก่อสร้าง
และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL971 Standard for Nonmetallic Underground Piping for Flammable Liquids หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (๓) ระบบท่อน้ำมันที่ต่อกับเครื่องสูบน้ำมันต้องจัดให้มีลิ้นปิดเปิดสำหรับท่อทางเข้าและท่อทางออกจากเครื่องสูบน้ำมัน
เพื่อหยุดการสูบน้ำมันในกรณีฉุกเฉิน (๔) การติดตั้งระบบท่อน้ำมันเหนือพื้นดินต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ท่อต้องวางอยู่บนฐานรองรับที่ทำด้วยคอนกรีตหรือคานเหล็กที่มีความมั่นคงแข็งแรงเหนือพื้นดิน และมีระยะสูงจากพื้นดินเพียงพอเพื่อป้องกันการกัดกร่อน (ข)
มีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อระบบท่อน้ำมัน และมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อน (ค) ท่อที่วางไว้เหนือพื้นดินและพาดผ่านทางสัญจร ให้แสดงระยะความสูงจากพื้นผิวจราจรถึงจุดต่ำสุดของท่อ โครงสร้าง หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ของท่อนั้น (๕)
การติดตั้งระบบท่อน้ำมันใต้พื้นดินต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ท่อที่ใช้ต้องเป็นท่อที่มีความต้านทานการกัดกร่อน หรือมีการป้องกันการกัดกร่อน (ข) จัดให้มีเครื่องหมายแสดงแนววางท่ออย่างชัดเจน (ค) กรณีที่มีการติดตั้งลิ้นปิดเปิดหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
ไว้ใต้พื้นดินต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้โดยสะดวก (๖) วัสดุที่ใช้ในระบบท่อน้ำมัน เช่น ลิ้นปิดเปิด ปะเก็น หรือวัสดุป้องกันการรั่วซึมต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันโดยเฉพาะ และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมัน
ข้อ ๒๔ เมื่อติดตั้งระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์แล้วเสร็จ ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบและตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๒๕ การทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมัน และระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ตามข้อ ๒๒ และข้อ ๒๔ ต้องกระทำโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมันที่ออกตามมาตรา ๗
และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บรักษารายงานผลการทดสอบและตรวจสอบไว้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเรียกตรวจสอบได้ จนกว่าการซ่อมบำรุงเมื่อครบวาระตามกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมันที่ออกตามมาตรา ๗ จะแล้วเสร็จ
ส่วนที่ ๕ การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ ๒๖ การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สอง ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๓
ข้อ ๒๗ การเก็บน้ำมันชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่มีจุดวาบไฟไม่เกิน ๙๓ องศาเซลเซียส บริเวณที่ตั้งภาชนะบรรจุน้ำมันต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัย ดังต่อไปนี้ (๑) เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘๐ กิโลกรัม
มีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา จำนวนไม่น้อยกว่าสองเครื่อง (๒) เครื่องดับเพลิงต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาทุกหกเดือน โดยมีหลักฐานการตรวจสอบติดหรือแขวนไว้ที่เครื่องดับเพลิง (๓) ทรายในปริมาณไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลิตร และสามารถนำมาใช้ได้สะดวกตลอดเวลา
ลักษณะและระยะปลอดภัยภายนอก
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).