ข้อ ๘๕ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่าย ต้องติดตั้งระบบท่อน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๐๐.๐๐ มิลลิเมตร หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีข้อต่อรับน้ำดับเพลิงขนาดเดียวกับข้อต่อของรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และต้องมีหัวจ่ายน้ำดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองจุด
ข้อ ๘๖ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ต้องมีเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘๐ กิโลกรัม มีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B
ตามมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ติดตั้งไว้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) อาคารเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันและอาคารติดตั้งถังเก็บน้ำมันโดยเฉพาะ ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อพื้นที่
๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร (๒) อาคารบรรจุผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของน้ำมันชนิดไวไฟปานกลาง ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร สำหรับน้ำมันชนิดไวไฟน้อย ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อพื้นที่ ๒๐๐.๐๐ ตารางเมตร (๓) บริเวณที่ตั้งเครื่องสูบน้ำมัน
ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจำนวนเครื่องสูบน้ำมันสองเครื่อง กรณีมีเครื่องสูบน้ำมันมากกว่าแปดเครื่อง จะต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่อง (๔) บริเวณแท่นจ่ายน้ำมันหรือจุดรับน้ำมัน ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันสองช่อง (๕)
บริเวณจุดรับหรือจ่ายน้ำมันโดยถังขนส่งน้ำมันที่ติดตั้งบนรถไฟ ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อความยาวระหว่างช่องรับหรือจ่ายน้ำมันไม่เกิน ๓๐.๐๐ เมตร (๖) บริเวณท่าเรือซึ่งรับหรือจ่ายน้ำมัน ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมัน
และให้มีเครื่องดับเพลิงขนาดบรรจุสารเคมีไม่น้อยกว่า ๕๐ กิโลกรัม อีกหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมัน (๗) การติดตั้งเครื่องดับเพลิง ให้ติดตั้งโดยรอบบริเวณสถานที่เก็บรักษาน้ำมันในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก
ข้อ ๘๗ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม เพื่อการจำหน่าย ที่มีปริมาณการเก็บน้ำมันเกิน ๑๕,๐๐๐ ลิตร และสถานที่เก็บรักษาน้ำมันที่มีอาคารติดตั้งถังเก็บน้ำมันโดยเฉพาะต้องจัดให้มีโฟมเข้มข้นซึ่งนำมาใช้เป็นสารละลายโฟมได้ตลอดเวลาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑)
จำนวนสารละลายโฟมที่ต้องฉีดเข้าถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ ให้คำนวณจากชนิดของน้ำมันและชนิดของถัง ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๖ ตารางที่ ๑๖ จำนวนสารละลายโฟมที่ต้องฉีดเข้าถังเก็บน้ำมัน ชนิดของน้ำมัน ชนิดของถัง อัตราการใช้สารละลายโฟม (ลิตรต่อนาทีต่อตารางเมตร) พื้นที่ที่ใช้ในการคำนวณ (ตารางเมตร)
เวลาที่ใช้ในการคำนวณ (นาที) ชนิดไวไฟมาก ชนิดหลังคาติดตาย ๔.๑ พื้นที่หน้าตัดของถัง ๕๕ ชนิดไวไฟ ปานกลาง หรือ ชนิดไวไฟน้อย ๓๐ ทุกชนิด ชนิดหลังคาลอย ๑๒.๒ พื้นที่หน้าตัดระหว่างเขื่อนกันโฟมบนหลังคาถังถึงผนังถัง ๒๐ ชนิดไวไฟมาก ชนิดหลังคาลอยภายใน ๔.๑ พื้นที่หน้าตัดของถัง ๕๕ ชนิดไวไฟ ปานกลาง หรือ
ชนิดไวไฟน้อย ๓๐ ทุกชนิด ๑๒.๒ พื้นที่หน้าตัดระหว่างเขื่อนกันโฟมบนหลังคาถังถึงผนังถัง กรณีหลังคาลอยภายในทำด้วยเหล็ก ๒๐ (๒) ปริมาณสารละลายโฟมต้องเติมเต็มท่อโฟม โดยการคำนวณจากขนาดและความยาวรวมของท่อโฟม (๓) ปริมาณสารละลายโฟมที่ใช้สำหรับฉีดเสริมเฉพาะจุดต้องมีอัตราการฉีดสารละลายโฟม ไม่น้อยกว่า ๑๘๙
ลิตรต่อนาที จำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟมและระยะเวลาในการฉีด ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๗ และตารางที่ ๑๘ ตารางที่ ๑๗ ขนาดของถังเก็บน้ำมันกับจำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟม เส้นผ่านศูนย์กลางของถัง (เมตร) จำนวนขั้นต่ำของอุปกรณ์ฉีดโฟม (จุด) ไม่เกิน ๑๙.๕๐ เกิน ๑๙.๕๐ - ๓๖.๐๐ ๑ ๒ ตารางที่ ๑๘
ขนาดของถังเก็บน้ำมันกับระยะเวลาในการฉีดสารละลายโฟม เส้นผ่านศูนย์กลางของถัง (เมตร) เวลาขั้นต่ำของการฉีด (นาที) ไม่เกิน ๑๐.๕๐ เกิน ๑๐.๕๐ - ๒๘.๕๐ ๑๐ ๒๐ (๔) สารละลายโฟมต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมในการดับเพลิงตามชนิดของน้ำมัน (๕) ปริมาณโฟมเข้มข้นที่ต้องจัดเก็บให้คำนวณจากสารละลายโฟมตาม (๑) (๒) และ (๓)
ของถังที่ใช้ปริมาณโฟมเข้มข้นสูงสุด และต้องมีการสำรองโฟมเข้มข้นไว้อีกไม่น้อยกว่า ๑ เท่าของปริมาณโฟมที่ใช้ไปทุกครั้ง (๖) การเก็บโฟมเข้มข้นและอุปกรณ์ประกอบที่ใช้ในการดับเพลิง ให้จัดเก็บไว้โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก
และมีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา
ข้อ ๘๘ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ต้องจัดให้มีระบบจ่ายน้ำสำหรับดับเพลิงให้เพียงพอต่อการระงับอัคคีภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ใช้สำหรับฉีดสารละลายโฟม กรณีที่มีการติดตั้งระบบฉีดสารละลายโฟมตามข้อ ๘๗ หรือข้อ ๙๐ (๒) ใช้เป็นน้ำหล่อเย็นโดยต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่า ๒ ลิตรต่อนาทีต่อตารางเมตร
ในเวลาหนึ่งชั่วโมง (๓) ใช้เป็นน้ำดับเพลิงเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม (๑) และ (๒) โดยต้องมีปริมาณน้ำในอัตราไม่น้อยกว่า ๑,๙๐๐ ลิตรต่อนาที เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที
ข้อ ๘๙ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ต้องจัดให้มีแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำไม่น้อยกว่าปริมาณการใช้น้ำสูงสุดตามข้อ ๘๗ และข้อ ๘๘ เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งน้ำที่ใช้ประกอบการดับเพลิงตามปริมาณที่กำหนดไว้อย่างเพียงพอ
ข้อ ๙๐ ถังเก็บน้ำมันดังต่อไปนี้ ต้องติดตั้งระบบฉีดสารละลายโฟมและระบบน้ำหล่อเย็นหรือหัวฉีดน้ำที่สามารถหล่อเย็นโดยรอบถัง (๑) ถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๖.๐๐ เมตร และเก็บน้ำมันชนิดไวไฟมาก (๒)
ถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๖.๐๐ เมตร และเก็บน้ำมันชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย ยกเว้นน้ำมันหล่อลื่นซึ่งตั้งอยู่และมีการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
หรือที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง (๓) ถังเก็บน้ำมันชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยที่ตั้งอยู่ในกลุ่มถังเก็บน้ำมันชนิดไวไฟมากตาม (๑)
ข้อ ๙๑ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงต้องมีความดันและอัตราการไหลสอดคล้องกับปริมาณการใช้น้ำหล่อเย็น สารละลายโฟม และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบในการดับเพลิงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๘๗ และข้อ ๘๘ และต้องมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้เครื่องยนต์สำหรับสูบน้ำจากแหล่งน้ำอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง
โดยตำแหน่งการเปิดปิดของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าไปใช้งานได้โดยสะดวกและมีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา และจะต้องทำการตรวจสอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๙๒ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง หรือน้ำยาดับเพลิง ต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง สำหรับน้ำยาโฟมเข้มข้นต้องตรวจสอบคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างทุกสามปี และส่งรายงานการตรวจสอบคุณภาพให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายทราบ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง
น้ำยาดับเพลิง และน้ำยาโฟมเข้มข้นต้องมีคุณภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา
ข้อ ๙๓ สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ที่ติดตั้งถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ให้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน ต้องจัดให้มีระบบตรวจจับและแจ้งเตือนน้ำมันรั่ว (leak detection and annunciation) ที่ถังเก็บน้ำมัน ทั้งนี้ ลักษณะ วิธีการติดตั้ง
และวิธีการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานออกแบบและติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๙๔ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องยื่นรายละเอียดอุปกรณ์ (specification) เกี่ยวกับการติดตั้งท่อน้ำ ลิ้นปิดเปิด กลอุปกรณ์นิรภัย ท่ออ่อน และเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งกับระบบจ่ายน้ำสำหรับดับเพลิง ระบบน้ำหล่อเย็น และระบบฉีดสารละลายโฟม
ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายให้ความเห็นชอบก่อนการติดตั้ง การตรวจสอบภายหลังการติดตั้งอุปกรณ์ตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการตรวจสอบก่อนการใช้งานและอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตั้งแต่ประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บรักษารายงานการตรวจสอบไว้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี
ข้อ ๙๕ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ และมีการซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
และต้องจัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายทราบและเก็บรักษารายงานการฝึกซ้อมไว้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ข้อ ๙๖ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำขั้นตอนในการรับหรือจ่ายน้ำมันไว้ในบริเวณจุดรับหรือจ่ายน้ำมัน หรือแท่นจ่ายน้ำมัน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).