ข้อ ๔๓ คลังก๊าซธรรมชาติต้องมีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย และแผนฉุกเฉินที่เหมาะสมตามรายงานการประเมินระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย (Fire Protection Evaluation) ซึ่งมีรายละเอียดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา การออกแบบ ติดตั้ง และตรวจสอบระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ให้เป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 59A
หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔๔ คลังก๊าซธรรมชาติต้องมีระบบปิดฉุกเฉินเพื่อปิดหรือตัดการจ่ายก๊าซธรรมชาติ สารทำความเย็น หรือของเหลวและก๊าซที่ติดไฟได้ โดยการติดตั้งและการทดสอบและตรวจสอบระบบดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA 59A หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔๕ คลังก๊าซธรรมชาติต้องมีเครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซรั่วและเครื่องส่งเสียงดังเมื่อตรวจจับการเกิดไฟ โดยติดตั้งในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดการรั่วไหลจำนวนไม่น้อยกว่าสองจุดและบริเวณอาคารสำนักงานอีกหนึ่งจุด ทั้งนี้ ตามมาตรฐาน NFPA 59A หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔๖ คลังก๊าซธรรมชาติต้องมีเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงซึ่งสามารถใช้ดับเพลิงอันเกิดจากก๊าซธรรมชาติได้ และเครื่องดับเพลิงดังกล่าวต้องมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๖.๘ กิโลกรัม ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยต้องจัดให้อยู่ในที่ที่สามารถนำออกมาใช้ได้ง่าย ในบริเวณที่กำหนดและมีจำนวนเครื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) บริเวณที่ตั้งเครื่องสูบก๊าซธรรมชาติและเครื่องสูบอัดก๊าซธรรมชาติ
ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจำนวนเครื่องสูบก๊าซธรรมชาติและเครื่องสูบอัดก๊าซธรรมชาติหนึ่งเครื่อง (๒) บริเวณแท่นจ่ายก๊าซธรรมชาติหรือจุดรับก๊าซธรรมชาติ ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อจุดรับหรือช่องจ่ายหนึ่งช่อง (๓) บริเวณท่าเทียบเรือซึ่งรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติ
ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่อง และให้มีเครื่องดับเพลิงขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๕๐ กิโลกรัม เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติหนึ่งจุด ในกรณีที่มีเชื้อเพลิงชนิดอื่นในบริเวณตามวรรคหนึ่ง
เครื่องดับเพลิงต้องมีระดับความสามารถในการดับเพลิงขั้นต่ำที่ใช้ได้กับเชื้อเพลิงชนิดนั้นด้วย เครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณภาพและมีปริมาณสารดับเพลิงเพียงพอพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา และต้องมีการตรวจสอบคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
และมีการจัดทำรายงานการตรวจสอบคุณภาพและเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๔๗ ในกรณีที่คลังก๊าซธรรมชาติมีการติดตั้งระบบดับเพลิงด้วยน้ำ อย่างน้อยต้องดำเนินการติดตั้งโดยมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ระบบท่อน้ำดับเพลิงจะต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๐๐ มิลลิเมตร
หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลังก๊าซธรรมชาติตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ และต้องมีหัวท่อจ่ายน้ำดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองจุด ในกรณีที่ระบบท่อน้ำดับเพลิงมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๒๐๐ มิลลิเมตร
จะต้องติดตั้งท่อรับน้ำจากภายนอกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๐๐ มิลลิเมตร หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องมีหัวท่อรับไม่น้อยกว่าสองหัว พร้อมทั้งต้องจัดให้มีข้อต่อเพื่อรับน้ำดับเพลิงที่เป็นชนิดเดียวกับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย (๒)
ท่อน้ำดับเพลิงตาม (๑) ให้ทาสีแดงตลอดทั้งเส้น (๓) มีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้เครื่องยนต์อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง โดยต้องมีความดันและอัตราการไหลที่เป็นไปตามผลการประเมินตามข้อ ๔๓ และต้องฉีดน้ำดับเพลิงได้ครอบคลุมบริเวณ ถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ และบริเวณพื้นที่รับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติทั้งหมด ทั้งนี้
ตำแหน่งที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับเพลิงต้องอยู่ห่างจากกลุ่มถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ และจุดรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติไม่น้อยกว่า ๓๐.๐๐ เมตร
ข้อ ๔๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำแผนระงับเหตุเพลิงไหม้และมีการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลังก๊าซธรรมชาติตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งและต้องจัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้เก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๔๙ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นในคลังก๊าซธรรมชาติจนอาจส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ เครื่องทำไอก๊าซ ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ หรืออุปกรณ์ของถังและระบบท่อก๊าซธรรมชาติ และมีโอกาสเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ สารทำความเย็น หรือของเหลวและก๊าซที่ติดไฟได้
ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตามแผนฉุกเฉินตามข้อ ๔๓ และแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ตามข้อ ๔๘ และแจ้งให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๙ การเลิกประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ หรือการเลิกใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ เครื่องทำไอก๊าซ ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์ของถังและระบบท่อก๊าซธรรมชาติ
ข้อ ๕๐ การเลิกประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ หรือเลิกใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ เครื่องทำไอก๊าซ ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์ของถังและระบบท่อก๊าซธรรมชาติ ต้องได้รับการรับรองจากผู้ทดสอบและตรวจสอบว่าไม่มีก๊าซธรรมชาติและไอก๊าซค้างอยู่ เมื่อได้รับการรับรองตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมหนังสือรับรองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่การทดสอบและตรวจสอบเสร็จสิ้น และเมื่อได้รับความเห็นชอบการรับรองดังกล่าวแล้ว ห้ามใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ เครื่องทำไอก๊าซ ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์ของถังและระบบท่อก๊าซธรรมชาติอีก
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน การแจ้งยกเลิกการประกอบกิจการ และการทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๕๑ คลังก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ วรรคสองและวรรคสาม ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ข้อ ๓๗ ข้อ ๓๘ ข้อ ๔๐ ข้อ ๔๑ ข้อ ๔๒ ข้อ ๔๓ ข้อ ๔๔ ข้อ ๔๕ ข้อ ๔๖ ข้อ ๔๗ ข้อ ๔๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).