กฎกระทรวง ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “น้ำมัน” หมายความว่า น้ำมันตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง “ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ” หมายความว่า ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง “ท่อส่งน้ำมัน” หมายความว่า ท่อที่ใช้สำหรับการขนส่งน้ำมัน รวมถึงส่วนประกอบของท่อและอุปกรณ์ ซึ่งไม่ว่าจะวางอยู่เหนือพื้นดิน ใต้พื้นดิน ในน้ำ หรือวางอยู่บนสิ่งปลูกสร้างใด
ข้อ ๓ ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อจะต้องได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว
ข้อ ๔ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดเก็บเอกสารและข้อมูลของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดอายุการใช้งานของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ โดยอย่างน้อยต้องมีเอกสารและข้อมูล ดังต่อไปนี้ (๑) คู่มือการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิบัติการ และบำรุงรักษาระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๒)
แบบที่ใช้ในการก่อสร้างระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ (๓) รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ (๔) รายงานการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๕) รายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย (๖)
แผนผังแสดงตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้องกันและระงับอัคคีภัย
หมวด ๒ ลักษณะของแผนผัง แบบก่อสร้าง และท่อ
ข้อ ๕ ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่ออย่างน้อยต้องมีแผนผัง แบบ และรายการอื่น ดังต่อไปนี้ (๑) แผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๒) แผนผังบริเวณแสดงแนวท่อของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๓) แบบก่อสร้างระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๔)
แบบแสดงการเชื่อมต่อของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อกับระบบท่อน้ำมันในคลังน้ำมัน หรือสถานที่ประกอบกิจการน้ำมันอื่น หรือระบบการขนส่งน้ำมันทางท่ออื่น (๕) แบบก่อสร้างเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๖) แบบก่อสร้างลินปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน และสถานีสูบน้ำมัน (๗)
รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ แผนผังและแบบก่อสร้างตามวรรคหนึ่ง ต้องมีมาตราส่วนที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
ข้อ ๖ แบบก่อสร้างตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง (๓) อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) แนวท่อและระดับของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๒) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อทุกระยะการเปลี่ยนแปลงแนวท่อ พร้อมรายละเอียดโดยรอบแนวท่อ (๓) รูปตัดแนววางท่อตามยาวตลอดแนวท่อและความกว้างของแนวท่อ
หากเป็นท่อที่อยู่ใต้พื้นดินต้องระบุความลึกของแนววางท่อ (๔) รูปตัดตามขวางแสดงรายละเอียดการวางท่อ (๕) ขนาดท่อ ความยาวท่อ ความหนาของผนังท่อ พร้อมทั้งระบุปริมาตร (๖) ตำแหน่งที่ตั้งของลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน สถานีสูบน้ำมัน และที่ตั้งของเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๗)
แผนภาพแสดงอุปกรณ์ของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
ข้อ ๗ ท่อส่งน้ำมันต้องเป็นท่อเหล็กที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและมีค่าความเค้น (stress) ไม่น้อยกว่า ๑๒๔ นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร และค่าความเค้นคราก (yield strength) ไม่น้อยกว่า ๑๗๒ นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร
หรือเป็นท่อที่ทำมาจากวัสดุอื่นที่มีความปลอดภัยและความมั่นคงแข็งแรงไม่ต่ำกว่าคุณสมบัติที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ท่อและอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมัน และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมัน
หมวด ๓ การออกแบบ การก่อสร้าง การติดตั้ง และการทดสอบและตรวจสอบ
ข้อ ๘ การออกแบบ การก่อสร้าง และการทดสอบและตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.4 เรื่อง Pipeline Transportation Systems for Liquids and Slurries
หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๙ ท่อส่งน้ำมันที่อยู่นอกเขตสถานีสูบน้ำมันและสถานที่ประกอบกิจการควบคุมต้องวางอยู่ใต้พื้นดิน หากไม่สามารถวางอยู่ใต้พื้นดินได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานและต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ท่อส่งน้ำมันต้องวางอยู่บนฐานรองรับที่มีความมั่นคงแข็งแรง (๒)
มีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อส่งน้ำมัน (๓) กรณีท่อส่งน้ำมันพาดผ่านทางสัญจร ให้มีข้อความแสดงระยะความสูงจากพื้นผิวจราจรถึงจุดต่ำสุดของท่อ โครงสร้าง หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ของท่อส่งน้ำมัน
ข้อ ๑๐ การติดตั้งท่อส่งน้ำมันต้องมีการป้องกันการกัดกร่อนอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินต้องมีการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) ซึ่งมีระดับการป้องกันไม่มากกว่า - ๘๕๐ มิลลิโวลต์ (๒)
การติดตั้งท่อส่งน้ำมันต้องมีการเคลือบท่อส่งน้ำมันด้วยสารเคลือบที่สามารถยึดติดกับผนังท่ออย่างคงทนแข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อม และสามารถใช้งานร่วมกับการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) ได้
ข้อ ๑๑ การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ลอดผ่านทางสัญจรระบบราง ต้องให้ผนังท่อส่งน้ำมันหรือวัสดุหุ้มท่อส่งน้ำมันอยู่ใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๗๐ เมตร หรือเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด กรณีที่มีการติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินน้อยกว่าระยะที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
การติดตั้งท่อต้องมีการรองรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่ากรณีตามวรรคหนึ่ง โดยผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเสนอแบบก่อสร้างท่อที่มีการรองรับน้ำหนักดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนการติดตั้ง
ข้อ ๑๒ การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ลอดผ่านทางสัญจรทางบก ต้องให้ผนังท่อส่งน้ำมันหรือวัสดุหุ้มท่อส่งน้ำมันอยู่ใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ เมตร หรือเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด กรณีที่มีการติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินน้อยกว่าระยะที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
การติดตั้งท่อต้องมีการรองรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่ากรณีตามวรรคหนึ่ง โดยผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเสนอแบบก่อสร้างท่อที่มีการรองรับน้ำหนักดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนการติดตั้ง
ข้อ ๑๓ การติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ลอดผ่านแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล หรือทางสัญจรทางน้ำ ต้องให้ผนังท่อส่งน้ำมันหรือวัสดุหุ้มท่อส่งน้ำมันอยู่ใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๒๐ เมตร หรือเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด กรณีที่มีการติดตั้งท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินน้อยกว่าระยะที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
การติดตั้งท่อต้องมีการรองรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่ากรณีตามวรรคหนึ่ง โดยผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเสนอแบบก่อสร้างท่อที่มีการรองรับน้ำหนักดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนการติดตั้ง
ข้อ ๑๔ ท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ติดตั้งโดยวิธีการขุดเปิด ต้องทำการฝังเทปเตือนสีเหลืองไว้เหนือแนวท่อที่ระดับความลึกอย่างน้อย ๐.๓๐ เมตร โดยต้องมีข้อความเตือนเป็นตัวอักษรสีดำตลอดแนวท่อ ดังต่อไปนี้ (๑) ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (๒) ชื่อผู้ประกอบกิจการควบคุม (๓) หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีระบบการรับแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง (๓) และผู้รับผิดชอบเพื่อรับแจ้งเหตุและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ข้อ ๑๕ ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อต้องมีอุปกรณ์นิรภัยอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของน้ำมัน (๒) ลิ้นปิดเปิดนิรภัยแบบระบายความดัน (๓) ลิ้นปิดนิรภัยกรณีฉุกเฉิน
ข้อ ๑๖ แนวเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงในบริเวณเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำเครื่องหมายแสดงในบริเวณเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
ข้อ ๑๗ การตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องดำเนินการตามระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบพื้นที่แนวท่อส่งน้ำมัน อย่างน้อยทุกสองสัปดาห์ (๒) ตรวจสอบการป้องกันการกัดกร่อนด้วยไฟฟ้า (cathodic protection) อย่างน้อยทุกหกเดือน (๓) ตรวจสอบระบบควบคุมการขนส่ง ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
และระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย อย่างน้อยทุกหนึ่งปี (๔) ตรวจสอบและสอบเทียบอุปกรณ์ควบคุมและเครื่องมือวัด อย่างน้อยทุกหนึ่งปี (๕) ทดสอบและตรวจสอบการรั่วซึมและความมั่นคงแข็งแรงของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ อย่างน้อยทุกสิบปี ก่อนดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง (๕)
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันทำการ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้จัดทำรายงานสรุปผลการทดสอบและตรวจสอบให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ
หมวด ๔ การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ ๑๘ บริเวณอันตรายของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน
ข้อ ๑๙ ห้ามทำการใด ๆ ที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟภายในเขตระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อและสถานีสูบน้ำมัน ยกเว้นกรณีการปฏิบัติงานซ่อมแซมหรือการดำเนินการอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบกิจการควบคุม
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทำให้ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อชำรุดเสียหาย เกิดการรั่วไหลของน้ำมันหรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ข้อ ๒๑ บริเวณสถานีสูบน้ำมันต้องติดตังเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิงขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘ กิโลกรัม และมีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา อย่างน้อยสองเครื่องต่อเครื่องสูบน้ำมันหนึ่งเครื่อง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยทุกหกเดือน
ข้อ ๒๒ บริเวณเครื่องสูบน้ำมันต้องจัดให้มีป้ายเตือนโดยใช้ตัวอักษรสีแดงมีความสูงไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เซนติเมตร บนพื้นสีขาว และมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ “อันตราย ๑. ห้ามสูบบุหรี่ ๒. ห้ามทำให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟ”
ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย (๒) ดำเนินการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๓) จัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการประสานงานร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แนวท่อ เพื่อการระงับเหตุในแต่ละพื้นที่ได้ทันท่วงที
หมวด ๕ การเลิกใช้งานระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ
ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีความประสงค์จะเลิกใช้งานระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน โดยแนบเอกสารที่ระบุวันที่เลิกใช้งาน ตำแหน่ง ขนาด และความยาวของท่อ และรายละเอียดอื่น ๆ ของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อที่จะเลิกใช้งาน
พร้อมทั้งมาตรการในการจัดการและตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อดังกล่าวให้มีความปลอดภัย และมาตรการในการป้องกันสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่โดยรอบของระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อภายในหกสิบวันก่อนวันที่เลิกใช้งานระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ เพื่อเสนอให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแล้ว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมปฏิบัติตามมาตรการที่ได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๕ ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบแบบแปลนและแบบก่อสร้างตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่ (๑) ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) และ (๔) ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ
๒๒ และข้อ ๒๔ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ (๒) ข้อ ๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๒๓ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ (๓) ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) และวรรคสอง ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (ก)
ในกรณีที่ไม่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบหรือมีแต่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายเป็นเวลาเกินสิบปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ (ข)
ในกรณีที่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบโดยได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้ายเป็นเวลาไม่เกินสิบปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งสุดท้าย
เว้นแต่ระยะเวลาที่ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวเหลือไม่ถึงสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๕) ภายในสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรรักษาความปลอดภัยในการประกอบกิจการน้ำมันและป้องกันมิให้เกิดอัคคีภัยหรืออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และโดยที่มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒
บัญญัติให้การขนส่งน้ำมัน ลักษณะของท่อที่ใช้ในการขนส่งน้ำมันและการบำรุงรักษาท่อส่งน้ำมัน และวิธีการปฏิบัติงานและการจัดให้มีและบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องมืออื่นใดเพื่อประโยชน์ในการขนส่งน้ำมันทางท่อ รวมทั้งการอื่นใดอันจ้าเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
ให้กระทำโดยการออกกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).