กฎกระทรวง สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “ก๊าซปิโตรเลียมเหลว” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง “โรงบรรจุ” หมายความว่า
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง “เขตโรงบรรจุ” หมายความว่า เขตพื้นที่โดยรอบโรงบรรจุตามที่กำหนดในแผนผังบริเวณของโรงบรรจุ
“ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม” หมายความว่า ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง และให้หมายความรวมถึงถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับรถฟอร์คลิฟท์ (forklift)
“ผู้ประกอบกิจการควบคุม” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ “ผู้ค้าน้ำมัน” หมายความว่า ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ “สถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว” หมายความว่า
สถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง “บริเวณอันตราย” หมายความว่า พื้นที่รอบ ๆ ที่ตั้งและเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวในโรงบรรจุ และพื้นที่รอบ ๆ
บริเวณและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวในโรงบรรจุ “กำแพงกันไฟ” หมายความว่า กำแพงทึบที่สร้างด้วยวัสดุถาวรและทนไฟ มีความหนาไม่น้อยกว่า ๑๐ เซนติเมตร และไม่มีช่องให้ไฟผ่านได้ “สถานศึกษา” หมายความว่า
สถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบที่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ “สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล “โรงมหรสพ” หมายความว่า โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร “ศาสนสถาน” หมายความว่า
วัดตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ มัสยิดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม วัดบาทหลวงตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาทหลวงโรมันคาธอลิกในกรุงสยามตามกฎหมาย หรือสถานที่ประกอบศาสนกิจในนิกายหรือศาสนาอื่น “โบราณสถาน” หมายความว่า โบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ “สนามกีฬา” หมายความว่า สถานที่ที่ใช้ในการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล รักบี้ บาสเกตบอล มวย หรือกรีฑา และมีอัฒจันทร์ที่ก่อสร้างอย่างถาวรสำหรับผู้เข้าชม “ทางสัญจร” หมายความว่า ทางหลวง ถนนสาธารณะ ทางสาธารณะ หรือถนนส่วนบุคคล “ความกว้างของถนน” หมายความว่า
ระยะที่วัดจากเขตทางด้านหนึ่งไปยังเขตทางด้านตรงข้าม
ข้อ ๓ ลักษณะของถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม การออกแบบ การผลิตหรือการสร้าง และการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ ๔ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเป็นผู้ค้าน้ำมันหรือเป็นตัวแทนค้าต่างจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวของผู้ค้าน้ำมัน และมีหน้าที่ควบคุมดูแลถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ในกรณีที่พบว่า
ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มไม่เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือชำรุดบกพร่อง ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมงดใช้ถังดังกล่าวและรวบรวมส่งให้ผู้ค้าน้ำมันเพื่อทำการซ่อมบำรุงหรือทำลาย แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือผู้ประกอบกิจการควบคุมยกเลิกการเป็นตัวแทนค้าต่างจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวระหว่างกัน ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมยื่นหนังสือแสดงการเป็นตัวแทนค้าต่างจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวของผู้ค้าน้ำมันรายใหม่ต่อผู้อนุญาต
และเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ยกเลิกการเป็นตัวแทนค้าต่างจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้ค้าน้ำมันรายเดิม
ข้อ ๖ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ให้มีการเก็บถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้ค้าน้ำมันรายอื่น หรือผู้ค้าน้ำมันที่ตนไม่ได้เป็นตัวแทนค้าต่างจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไว้ในเขตโรงบรรจุ
เว้นแต่ได้รับหนังสือยินยอมจากผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่เป็นเจ้าของถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มนั้น การเก็บถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มเพื่อรอการบรรจุหรือขนส่ง ต้องเก็บไว้ในบริเวณที่จัดไว้เฉพาะในอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว อาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
หรือบริเวณที่จัดไว้เฉพาะแยกต่างหากจากอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว การเก็บถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มเพื่อรอซ่อมแซม ต้องเก็บไว้ในอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือบริเวณที่จัดไว้เฉพาะแยกต่างหากจากอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ ๗ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ให้รถยนต์ที่ใช้บรรทุกถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มปริมาณรวมเกิน ๑๕๐ กิโลกรัม ที่ไม่มีลักษณะตามที่กำหนดเข้ามาในเขตโรงบรรจุ รถยนต์ที่ใช้บรรทุกถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มตามวรรคหนึ่ง ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีหลังคาหรือโครงโลหะที่แข็งแรง
เพื่อป้องกันการกระเด็นหรือกระจายของถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มออกจากตัวรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ (๒) มีป้ายและเครื่องหมายของรถบรรทุกวัตถุอันตรายตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด (๓) มีเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง หรือน้ำยาดับเพลิง หรือเครื่องดับเพลิงชนิดอื่นที่มิใช่เครื่องดับเพลิงชนิดฟองก๊าซ
ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๔ กิโลกรัม ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา จำนวนอย่างน้อยสองเครื่อง โดยต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา
ข้อ ๘ การวัดระยะห่างของถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรืออาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้วัดจากผนังถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ขอบอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือขอบอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แล้วแต่กรณี การวัดระยะห่างของอาคาร
ให้วัดจากผนังหรือเสาอาคาร การวัดระยะห่างตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ต้องวัดจากระยะที่ใกล้ที่สุด
ข้อ ๙ โรงบรรจุต้องแสดงรายงานการประเมินความเสี่ยง โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ โรงบรรจุต้องจัดให้มีพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงว่าด้วยคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง โรงบรรจุต้องจัดให้มีป้ายรายชื่อพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่งติดไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย
หมวด ๒ ลักษณะของแผนผังและแบบก่อสร้าง
ข้อ ๑๑ โรงบรรจุต้องมีแผนผังโดยสังเขป แผนผังบริเวณ และแบบก่อสร้าง ดังต่อไปนี้ (๑) แผนผังโดยสังเขปต้องแสดงตำแหน่งที่ตั้งของโรงบรรจุ พร้อมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบเขตโรงบรรจุ ภายในระยะไม่น้อยกว่า ๒๐๐.๐๐ เมตร (๒) แผนผังบริเวณต้องแสดงเขตที่ดิน เขตโรงบรรจุ อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
อาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว กำแพงกันไฟ ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แนวท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว เครื่องสูบและหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ท่อหรือรางระบายน้ำ ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย บ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ แผนผังบริเวณ
ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๒๕๐ (๓) แบบก่อสร้างอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (ก) แปลนพื้น แปลนฐานราก แปลนโครงสร้าง และแปลนหลังคา (ข) รูปด้านอย่างน้อยสองด้าน รูปตัดตามขวาง และรูปตัดตามยาว (ค)
รายละเอียดของโครงสร้างแสดงส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบก่อสร้างตาม (ก) และ (ข) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐ (๔) แบบก่อสร้างกำแพงกันไฟ ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (ก) แปลนพื้น แปลนฐานราก รูปด้าน และรูปตัด (ข)
รายละเอียดแสดงส่วนต่าง ๆ ของกำแพงกันไฟ แบบก่อสร้างตาม (ก) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๒๐ (๕) แบบก่อสร้างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว หัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว และอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (ก) แปลนส่วนบน รูปด้าน รูปตัด และแปลนฐานราก (ข)
รายละเอียดการก่อสร้างและการติดตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว หัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว และอุปกรณ์ต่าง ๆ แบบก่อสร้างตาม (ก) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๕๐ (๖) แบบก่อสร้างท่อหรือรางระบายน้ำ และบ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(ก) แปลนส่วนล่าง รูปตัดตามขวาง และรูปตัดตามยาว (ข) ฝาตะแกรงปิดรางระบายน้ำ บ่อพัก และบ่อกักไขมัน (ค) รายละเอียดแสดงส่วนต่าง ๆ ของท่อหรือรางระบายน้ำ และบ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย แบบก่อสร้างตาม (ก) ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๕๐
ข้อ ๑๒ โรงบรรจุต้องแสดงรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว อาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว กำแพงกันไฟ ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว ท่อหรือรางระบายน้ำ บ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๓ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว อาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว กำแพงกันไฟ ท่อหรือรางระบายน้ำ และบ่อกักไขมันหรือระบบบำบัดน้ำเสีย ตามข้อ ๑๑ (๓) (๔) และ (๖) และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ตามข้อ ๑๒
ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้อนุญาตแล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องแสดงรายละเอียดตามที่ระบุไว้ แต่ให้ใช้แบบก่อสร้างและรายการคำนวณดังกล่าวมาแสดงแทน
ข้อ ๑๔ การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในโรงบรรจุให้มีระยะความคลาดเคลื่อนไปจากแผนผังบริเวณที่ได้รับอนุญาตได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบ ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่าระยะปลอดภัยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ และสัดส่วนของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ
ให้มีระยะความคลาดเคลื่อนจากแบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตได้ไม่เกินร้อยละห้า
หมวด ๓ ที่ตั้ง ลักษณะ และระยะปลอดภัย
ข้อ ๑๕ โรงบรรจุต้องมีที่ตั้ง ลักษณะ และระยะปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ตั้งอยู่ห่างจากเขตพระราชฐานไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐.๐๐ เมตร (๒) ตั้งอยู่ห่างจากเขตสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร (๓) ตั้งอยู่ห่างจากเขตสถานทูต สถานกงสุล สถานศึกษา สถานพยาบาล โรงมหรสพ ศาสนสถาน โบราณสถาน
หรือสนามกีฬาไม่น้อยกว่า ๒๐๐.๐๐ เมตร เว้นแต่สถานที่ดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้มีขึ้นหรือก่อสร้างขึ้นภายหลังวันที่ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมครบถ้วนและถูกต้องแล้ว (๔) เขตโรงบรรจุที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ
ต้องอยู่ติดทางสัญจรซึ่งมีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า ๑๒.๐๐ เมตร และต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอมให้ทำทางเชื่อมเพื่อใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจอนุญาตหรือเจ้าของทางสัญจรดังกล่าว (๕) ตั้งอยู่ห่างจากเขตสถานที่อื่นใดนอกจาก (๑) (๒) และ (๓)
และในระยะห่างเท่าใดให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๖ อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องมีลักษณะและระยะปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องเป็นอาคารชั้นเดียวมีความสูงวัดจากพื้นอาคารถึงเพดานตรงยอดฝาหรือผนังหรือยอดเสาที่ต่ำที่สุดไม่น้อยกว่า ๓.๕๐ เมตร หลังคาต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ หากมีฝาหรือผนัง
ฝาหรือผนังนั้นต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ และมีช่องระบายอากาศทุกด้านที่มีฝาหรือผนัง ทั้งในระดับชิดหลังคาและระดับชิดพื้นอาคาร ช่องระบายอากาศของฝาหรือผนังแต่ละด้านต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของฝาหรือผนังด้านนั้น ทั้งนี้ ช่องระบายอากาศที่อยู่ในระดับชิดพื้นอาคารต้องอยู่ติดกับพื้นอาคาร
และช่องระบายนั้นต้องมีความสูงจากพื้นอาคารไม่น้อยกว่า ๓๐ เซนติเมตร (๒) พื้นของอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องแข็งแรง เรียบ และผิวพื้นต้องเป็นวัสดุชนิดที่ทำให้เกิดประกายไฟจากการเสียดสีได้ยาก เช่น ซีเมนต์ขัดมัน หินเกล็ดขัดมัน กระเบื้องยาง
ระดับพื้นของอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องไม่ต่ำกว่าระดับพื้นภายนอก ถ้าทำเป็นพื้นลอย ใต้พื้นต้องเปิดโล่งทุกด้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ระดับพื้นลอยต้องสูงกว่าระดับพื้นภายนอก และห้ามเก็บหรือวางวัสดุใด ๆ ไว้ใต้พื้นนั้น (๓)
พื้นของอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องไม่มีร่อง บ่อ หรือที่ต่ำซึ่งจะเป็นที่สะสมก๊าซปิโตรเลียมเหลวได้ ถ้าจำเป็นต้องมีร่อง บ่อ หรือที่ต่ำ ต้องทำท่อหรือรางระบายก๊าซปิโตรเลียมเหลวออกสู่ภายนอกอย่างเพียงพอ
ท่อหรือรางระบายก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องแยกจากท่อหรือรางระบายน้ำ (๔) ต้องจัดให้มีที่ว่างรอบอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีความกว้างไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร บริเวณที่ว่างนี้ต้องปรับพื้นให้เรียบ และสามารถรับน้ำหนักรถตั้งแต่ ๒๐ ตันขึ้นไปได้ ห้ามเก็บหรือวางวัสดุใด ๆ ในบริเวณที่ว่างดังกล่าว (๕)
อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องอยู่ห่างจากอาคารอื่น ยกเว้นอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่น หรือทางหลวง หรือถนนสาธารณะหรือทางสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร
ในกรณีที่อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่อาจจัดให้อยู่ห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่นตามวรรคหนึ่งได้ ต้องสร้างกำแพงกันไฟด้านนั้นสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร และห่างจากอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร ในกรณีที่โรงบรรจุตั้งอยู่ในเขตคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว
อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องอยู่ห่างจากแท่นจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวของคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร (๖) อาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องอยู่ห่างจากอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรืออาคารอื่นไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร
และต้องอยู่ห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่นไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร (๗) ต้องจัดให้มีท่อหรือรางระบายน้ำในอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ถ้าวางทะลุผ่านท่อหรือรางระบายน้ำอื่นภายในโรงบรรจุ ต้องอุดหรือยาให้แน่นจนน้ำไม่รั่วไหลไปท่อหรือรางระบายน้ำอื่น
และต้องมีระบบกักก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือน้ำมันก่อนที่จะปล่อยลงท่อหรือรางระบายน้ำภายนอกโรงบรรจุ (๘) ต้องจัดให้มีบริเวณสำหรับจอดรถยนต์ที่ใช้บรรทุกถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม และบริเวณดังกล่าวต้องอยู่ห่างจากหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวในอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่น้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร
หมวด ๔ การตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว หัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว และระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์
ข้อ ๑๗ การตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวในโรงบรรจุต้องมีลักษณะและระยะปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีระบบท่อฉีดน้ำเหนือผิวถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดินเพื่อลดอุณหภูมิของผิวถัง โดยลักษณะ การติดตั้ง และการทดสอบและตรวจสอบระบบท่อฉีดน้ำดังกล่าว
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (๒) ไม่ตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวซ้อนกัน (๓) ตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวห่างจากภาชนะบรรจุน้ำมันซึ่งบรรจุน้ำมันที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า ๖๐ องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร (๔)
บริเวณพื้นใต้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดินต้องทำให้ลาดต่ำลงไปทางด้านใดด้านหนึ่งตามความเหมาะสม และเทคอนกรีตหรือลาดด้วยยางแอสฟัลต์ให้เรียบ และภายในรัศมี ๖.๐๐ เมตร จากถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องเป็นพื้นเรียบและอัดแน่น (๕)
บริเวณที่ตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องมีรั้วโปร่งทำด้วยวัสดุทนไฟสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร ล้อมรอบถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว และที่รั้วโปร่งมีทางเข้าออกอย่างน้อยสองทางอยู่ห่างกันไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร ทางเข้าออกดังกล่าวมีประตูโปร่งที่เปิดออกด้านนอก
มีกุญแจชนิดที่สามารถเปิดออกจากภายในได้โดยไม่ต้องไขกุญแจ และปิดประตูตลอดเวลาที่ไม่มีการปฏิบัติงาน และห้ามเก็บหรือวางวัสดุใด ๆ ภายในบริเวณรั้วโปร่ง (๖)
หัวท่อรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวของท่อรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ไปสู่ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องอยู่ภายในบริเวณรั้วโปร่งและห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่นไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร (๗)
ที่ประตูทางเข้ารั้วโปร่งต้องจัดให้มีป้ายโดยใช้ตัวอักษรสีแดงบนพื้นสีขาวมีขนาดของตัวอักษรที่เห็นได้ชัดเจนและอ่านได้ง่าย มีความสูงของตัวอักษรไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร ติดป้ายไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย และอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังต่อไปนี้ "อันตราย ๑. ห้ามสูบบุหรี่ ๒. ห้ามกระทำการใด ๆ
ที่อาจเกิดเปลวไฟหรือประกายไฟ ๓. ห้ามบุคคลภายนอกเข้า" (๘) รั้วโปร่งด้านใดที่ยานพาหนะอาจเข้าไปชนได้ต้องจัดให้มีเสาท่อเหล็ก หรืออุปกรณ์กันชนอื่นที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบ ทั้งนี้ เสาท่อเหล็กดังกล่าวมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๐ เซนติเมตร ภายในท่อเหล็กให้เทคอนกรีตเต็ม
ฝังแน่นในดินนอกแนวรั้วโปร่งด้านนั้นลึกไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร โดยเสาท่อเหล็กอยู่ห่างจากรั้วโปร่งไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร เสาแต่ละต้นสูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๑๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร และมีระยะห่างระหว่างเสาแต่ละต้นไม่เกิน ๑.๒๐ เมตร (๙)
ระยะห่างสำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดิน ให้เป็นไปตามตาราง ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๑๐) ระยะห่างสำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบกลบและแบบฝังไว้ในดิน ให้เป็นไปตามตาราง ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ระยะห่างของถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับสิ่งก่อสร้างอื่นใดนอกจากที่กำหนดไว้ตาม (๙)
และ (๑๐) ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๘ การวางระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว การติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว หัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวและสายหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวในโรงบรรจุ รวมทั้งการทดสอบและตรวจสอบระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวและสายหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวในโรงบรรจุ
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ การทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบที่ออกตามมาตรา ๗
หมวด ๕ วิธีการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ ๑๙ การบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม ต้องกระทำภายในอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) การบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม ให้บรรจุได้ไม่เกินร้อยละแปดสิบห้าของปริมาตรของถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม (๒)
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมเป็นผู้ค้าน้ำมัน ต้องบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่มีเครื่องหมายการค้าของตน และภายใต้บังคับข้อ ๕ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมเป็นตัวแทนค้าต่างจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ต้องบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้ค้าน้ำมันที่เป็นตัวการของตน ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือตัวแทนค้าต่างจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวจะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้ค้าน้ำมันรายอื่น
ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น หรือจากผู้ค้าน้ำมันที่เป็นตัวการและผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น แล้วแต่กรณี และได้แจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบแล้ว (๓)
การบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่เป็นถังใหม่ ต้องบรรจุลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่ได้มาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมว่าด้วยถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนด ตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (๔)
การบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่ใช้แล้ว ต้องบรรจุลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่ได้มาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมว่าด้วยการใช้และการซ่อมบำรุงถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนด ตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (๕)
ก่อนบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่เป็นถังใหม่หรือถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มที่ซ่อมใหม่ ต้องทำความสะอาดไม่ให้มีน้ำหรือสิ่งใด ๆ ตกค้างอยู่ในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มและต้องสูบอากาศออกหรือใช้ก๊าซไล่อากาศออกก่อน
ข้อ ๒๐ เมื่อบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแล้ว ต้องทดสอบและตรวจสอบว่า ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มและลิ้นปิดเปิดอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยและไม่รั่ว โดยวิธีจมถังลงในน้ำหรือวิธีอื่นที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบ
ข้อ ๒๑ การบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องบรรจุลงในถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวเท่านั้น และต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ก่อนต่อหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวเข้ากับท่อรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวของถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ต้องต่อสายดินของรถขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวให้ลงดิน และให้ต่อไว้ตลอดเวลาจนกว่าจะถอดหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวนั้นออก (๒) เมื่อต่อหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวเข้ากับท่อรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องตรวจว่า ได้ต่อแน่นสนิทและไม่รั่ว (๓) ก่อนบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ต้องตรวจลิ้นปิดเปิดที่ปลายท่อรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวและที่ปลายท่อไอก๊าซปิโตรเลียมเหลวไหลกลับ และต้องปิดทันทีเมื่อบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวเสร็จ (๔) การบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้บรรจุได้ไม่เกินร้อยละแปดสิบห้าของปริมาตรถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว
หมวด ๖ การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ ๒๒ บริเวณอันตราย ระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของโรงบรรจุ ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ออกตามมาตรา ๗
ข้อ ๒๓ เมื่อติดตั้งระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าเสร็จแล้ว ให้ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการโรงบรรจุหรือผู้ประกอบกิจการควบคุมยื่นหนังสือขอรับการตรวจสอบและหนังสือรับรองการปฏิบัติตามข้อ ๒๒
จากผู้ทดสอบและตรวจสอบตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบที่ออกตามมาตรา ๗ และกฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ออกตามมาตรา ๗ ในกรณีที่ยังไม่มีผู้ทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้ทำการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า
อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า โดยพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๒๔ โรงบรรจุต้องมีระบบการป้องกันและระงับอัคคีภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ติดตั้งท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ มิลลิเมตร หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยมีข้อต่อรับน้ำดับเพลิงขนาดเดียวกับข้อต่อของรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องมี (ก) หัวจ่ายน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๖๒.๕๐ มิลลิเมตร จำนวนไม่น้อยกว่าสองจุด (ข) เครื่องสูบน้ำสำหรับสูบน้ำดับเพลิงตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา และ (ค) สายจ่ายที่มีความยาวไม่น้อยกว่าความยาวของเส้นทแยงมุมที่ยาวที่สุดของโรงบรรจุเก็บไว้ในที่ที่จะนำมาใช้ได้ง่าย ในกรณีที่ไม่มีน้ำประปาหรือไม่ใช้น้ำประปา
ต้องต่อท่อสำหรับสูบน้ำจากแหล่งน้ำหรือที่เก็บน้ำซึ่งมีน้ำอยู่ตลอดเวลา และแหล่งน้ำหรือที่เก็บน้ำนั้นต้องมีปริมาตรน้ำไม่น้อยกว่า ๐.๖ ลูกบาศก์เมตร หรือ ๖๐๐ ลิตรต่อพื้นที่ ๑ ตารางเมตร ของพื้นที่ผิวด้านนอกของถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว เศษของ ๑ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๑ ตารางเมตร (๒)
จัดให้มีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยแบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงโดยสามารถฉีดน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ทั้งนี้ ลักษณะการติดตั้ง และการทดสอบและตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๓) ติดตั้งเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง หรือน้ำยาดับเพลิง หรือเครื่องดับเพลิงชนิดอื่นที่มิใช่เครื่องดับเพลิงชนิดฟองก๊าซ ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘๐ กิโลกรัม ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ไว้ที่ประตูทางเข้าออกของรั้วโปร่งล้อมรอบถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวประตูละไม่น้อยกว่าสองเครื่อง อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวสามหัว
และอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่น้อยกว่าสองเครื่อง เครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่ง ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องตรวจสอบและบำรุงรักษาทุกหกเดือน โดยมีหลักฐานการตรวจสอบติดหรือแขวนไว้ที่เครื่องดับเพลิง (๔) จัดให้มีป้ายโดยใช้ตัวอักษรสีแดง บนพื้นสีขาว
โดยมีขนาดของตัวอักษรที่เห็นได้ชัดเจนและอ่านได้ง่าย มีความสูงของตัวอักษรไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร ติดป้ายไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย และอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังต่อไปนี้ "วิธีปฏิบัติเมื่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวรั่ว ๑. ปิดลิ้นทุกตัวทันที ๒. ไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจเกิดเปลวไฟหรือประกายไฟ ๓.
นำเครื่องดับเพลิงออกมาเตรียมพร้อม"
ข้อ ๒๕ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ให้มีการกระทำการใด ๆ ที่อาจเกิดเปลวไฟหรือประกายไฟในโรงบรรจุ
ข้อ ๒๖ โรงบรรจุต้องติดตั้งเครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวรั่ว ไว้ที่บริเวณที่ตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว และอาคารเก็บภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว อย่างน้อยบริเวณละหนึ่งเครื่อง
โดยต้องมีจำนวนที่เพียงพอต่อการรักษาความปลอดภัยและต้องตรวจสอบให้เครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวรั่วอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และเปิดใช้งานตลอดเวลา การติดตั้งเครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวรั่วตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๗ โรงบรรจุที่ได้รับใบอนุญาตหรือมีคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาตไว้พิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๙) และ (๑๐)
ข้อ ๒๘ โรงบรรจุที่ได้รับใบอนุญาตอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ หากมีการรื้อถอนแล้วก่อสร้างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวขึ้นใหม่ในตำแหน่งเดิม โดยมีขนาดและปริมาณการเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่เกินกว่าที่เคยได้รับใบอนุญาตไว้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๙) และ (๑๐)
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ตาราง ๑ ระยะห่างสำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบเหนือพื้นดิน หมายเหตุก =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับแนวเขตที่ดิน ของบุคคลอื่น หรือทางหลวง หรือถนนสาธารณะ หรือทางสาธารณะ ข =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับอาคาร ค
=ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวด้วยกัน ง =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับรั้วโปร่ง จ =ในกรณีที่อยู่ใกล้กับถังเก็บน้ำมันที่ต้องมีเขื่อนหรือกำแพงล้อมรอบ เป็นระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับจุดศูนย์กลาง เขื่อนหรือกำแพงล้อมรอบถังเก็บน้ำมัน
แต่ในกรณีที่อยู่ใกล้กับถังเก็บน้ำมัน ที่ไม่ต้องมีเขื่อนหรือกำแพงล้อมรอบ เป็นระยะห่างระหว่างผนังถังเก็บและ จ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับผนังถังเก็บน้ำมัน โดยให้ลดระยะดังกล่าวลง กึ่งหนึ่ง ฉ =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับเครื่องสูบน้ำมัน * =๑/๔
ของผลบวกของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียม เหลวที่อยู่ติดกัน
๒ ตาราง ๒ ระยะห่างสำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบกลบและแบบฝังไว้ในดิน หมายเหตุก =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับแนวเขตที่ดิน ของบุคคลอื่น หรือทางหลวง หรือถนนสาธารณะ หรือทางสาธารณะ ข =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับอาคาร ค
=ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวด้วยกัน ง =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับรั้วโปร่ง จ =ระยะห่างระหว่างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวกับเครื่องสูบน้ำมัน ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบกลบ หมายถึง ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวบนดินที่หุ้มด้วยดินทราย
หรือวัสดุทนไฟที่ฉาบด้วยปูนก่อ หรือก่อด้วยอิฐหรือวัสดุทนไฟอย่างอื่นและความหนาของวัสดุที่หุ้มถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตรโดยรอบ ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบฝังไว้ในดิน หมายถึง
ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ติดตั้งไว้ภายในบ่อคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความหนาของผนังและพื้นไม่น้อยกว่า ๐.๒๐ เมตร ซึ่งมีการป้องกันน้ำรั่วซึมผ่านได้ และกลบด้วยทรายน้ำจืดเม็ดหยาบแห้งสนิท มีความหนาของวัสดุที่กลบถังไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตรโดยรอบ
มีฝาคอนกรีตเสริมเหล็กปิดที่ส่วนบนของบ่อและบนฝาดังกล่าวมีรูปลักษณะและตำแหน่งของถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวแสดงไว้ บ่อคอนกรีตเสริมเหล็กและฐานรากรองรับบ่อต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ ที่มากระทำต่อได้โดยปลอดภัย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้ง แผนผัง รูปแบบ และลักษณะของสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ
การเก็บรักษาและการแบ่งบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ลักษณะของถังหรือภาชนะที่ใช้ในการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวและการบำรุงรักษาถังหรือภาชนะดังกล่าว และวิธีการปฏิบัติงาน และการจัดให้มีและบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องมืออื่นใดภายในสถานที่ดังกล่าว
รวมทั้งกำหนดการอื่นใดอันจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือความเสียหาย หรืออันตรายที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).