พระราชบัญญัติ คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชน แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. ๒๕๔๓
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นปีที่ ๕๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. ๒๕๔๓”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ศูนย์” หมายความว่า ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก
มาตรา ๔ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของศูนย์ให้บรรลุตามความมุ่งประสงค์ (๑) ให้ยอมรับนับถือว่าศูนย์เป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย (๒) ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับศูนย์ ให้ศูนย์ ทรัพย์สิน
และสินทรัพย์ของศูนย์ เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยศูนย์ให้ปฏิบัติหน้าที่
ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและยุโรป ได้ร่วมกันก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐
โดยกำหนดให้ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นผู้ดำเนินงานและปฏิบัติภารกิจอันเป็นหน้าที่ของศูนย์ ดังนั้น เพื่อให้ศูนย์และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในการดำเนินงาน
และการปฏิบัติงานของศูนย์ในประเทศไทยตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).