กฎกระทรวง การอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ชำนาญการ” หมายความว่า ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ข้อ ๓ การยื่นคำขอ การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การชำระค่าธรรมเนียม รวมทั้งการแจ้งหรือการรายงานตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือดำเนินการ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กองความปลอดภัยแรงงาน (๒) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ (๓) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด (๔) สถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔ คำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๑ การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต
ข้อ ๕ ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง (๕)
ไม่เคยถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต (๖) มีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่าห้าปี
ข้อ ๖ นอกจากคุณสมบัติตามข้อ ๕ แล้ว ผู้ประสงค์จะขออนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า (๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์
หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีการเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าสิบแปดหน่วยกิต (๓) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๔) เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ
ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดของกิจการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๓๒ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๗ ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๕ และข้อ ๖ ต้องผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมิน เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นผู้ชำนาญการ หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๘ ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขประจำตัวประชาชน (๒) เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ ๕ และข้อ ๖ (๓) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม (๑) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ (๔)
เอกสารการผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินตามข้อ ๗
ข้อ ๙ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้อธิบดีตรวจสอบคำขอดังกล่าว รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องและครบถ้วน ให้ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในสามสิบวัน ในกรณีที่การยื่นคำขอมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้อธิบดีและผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ
หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้อธิบดีจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีพิจารณาคำขอและตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตมีคุณสมบัติตามข้อ ๕ และข้อ ๖ รวมทั้งผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินตามข้อ ๗ ให้อธิบดีมีคำสั่งออกใบอนุญาต
ในการตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ยื่นไว้ได้ ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งออกใบอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว และให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว
ให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ให้จัดส่งใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เว้นแต่ผู้ขอรับใบอนุญาตได้แสดงความประสงค์จะรับด้วยตนเอง
ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต ให้อธิบดีจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๑๒ ใบอนุญาตให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ ให้มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้เท่านั้น
หมวด ๒ การขอต่ออายุใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต
ข้อ ๑๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดีภายในเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต เอกสารการฝึกอบรม หรือพัฒนาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต
เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น ให้นำความในข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ และผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาตหรือเลขที่ใบอนุญาต กรณีใบอนุญาตถูกทำลายหรือเสียหายในสาระสำคัญ (๒) ข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่คำขอรับใบแทนใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานตามวรรคหนึ่งถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีออกใบแทนใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวัน
หมวด ๓ การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ ๑๖ ให้อธิบดีพักใช้ใบอนุญาตโดยมีกำหนดระยะเวลาไม่เกินหกสิบวัน ในกรณีที่ปรากฏว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามที่กำหนดในข้อ ๑๙
ข้อ ๑๗ ให้อธิบดีเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีที่ปรากฏว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใด (๑) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๕ และข้อ ๖ (๒) เคยถูกพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วหนึ่งครั้ง และมีเหตุต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตซ้ำในเรื่องเดียวกันอีกระหว่างอายุใบอนุญาต (๓) ให้คำแนะนำและรับรองผลตามมาตรา ๓๒ วรรคสาม ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๔) จัดทำรายงานหรือให้การรับรองตามข้อ ๑๙ อันเป็นเท็จ
ข้อ ๑๘ คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่ง ให้ปิดคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ปัจจุบันของผู้ได้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี
และให้ถือว่าได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขออนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
หมวด ๔ การควบคุมการปฏิบัติงาน
ข้อ ๑๙ ในการปฏิบัติงาน ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างในการดำเนินการตามมาตรา ๓๒ (๑) (๒) และ (๓) (๒) แจ้งกำหนดการดำเนินการตาม (๑) พร้อมรายชื่อสถานประกอบกิจการที่เข้าดำเนินการและรายชื่อผู้ชำนาญการ
ต่ออธิบดีไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนดำเนินการและส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน (๓) ไม่เปิดเผยความลับของนายจ้างซึ่งล่วงรู้หรือได้มาจากการปฏิบัติงาน
ข้อ ๒๐ ผู้ชำนาญการต้องได้รับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง รวมทั้งการจัดทำผลการประเมินอันตราย แผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๒๑ ให้กำหนดค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาต ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๒) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๓) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
ข้อ ๒๒ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒๑ แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๖ (๔)
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และยกเว้นค่าธรรมเนียม ประกอบกับมาตรา ๓๓
วรรคสอง บัญญัติให้การขอใบอนุญาต การออกใบอนุญาต คุณสมบัติของผู้ชำนาญการ การควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ได้รับใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การสั่งพักใช้ และการเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).